สถาปนิกไร้เงากับแสงเงาของเมืองหลวง•ตอนที่ 11

เกมการเมืองในห้องประชุมใหญ่

ผลงานโดย คนมองเมือง
"ตัวเลขงบประมาณหมวดนี้ถูกบิดเบือนตั้งแต่ขั้นตอนการประมูลครั้งแรก... และถ้าโปรเจกต์นี้ผ่านความเห็นชอบโดยไม่มีการแก้ไข ผมเกรงว่าสำนักงาน ป.ป.ช. คงจะต้องเข้ามาเยี่ยมเยือนบริษัทเราเร็วกว่ากำหนดนะครับ" เสียงทุ้มต่ำของธันวาคมก้องกังวานอยู่ในห้องประชุมใหญ่ชั้นสี่สิบ ซึ่งถูกออกแบบให้ผนังด้านหนึ่งเป็นกระจกใสบานใหญ่มองเห็นมหานครเบื้องล่างที่ถูกหมอกควันสีเทาปกคลุม บรรยากาศภายในห้องเย็นเยียบด้วยระบบปรับอากาศอัจฉริยะ แต่มันกลับหนาแน่นไปด้วยความตึงเครียดชนิดที่แทบจะใช้มีดกรีดออกเป็นชิ้นๆ ได้ เอกสารงบประมาณฉบับหนาถูกโยนลงบนโต๊ะประชุมไม้มะค่าขนาดยักษ์ เสียงกระทบพื้นผิวไม้ดังทึบและหนักหน่วง สะท้อนความไม่พอใจที่ถูกเก็บกดไว้มานาน ประธานกรรมการบริหาร นายอนันต์ ขยับแว่นกรอบทองเล็กน้อย ใบหน้าเรียบเฉยไร้รอยยิ้ม ดวงตาหลังเลนส์หรี่มองสถาปนิกหนุ่มผู้เป็นหัวหน้าทีมออกแบบด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก รอบโต๊ะประชุมยาวเหยียดนั้นเต็มไปด้วยสีหน้าอึดอัดของเหล่าคณะกรรมการบริหารและผู้ถือหุ้นใหญ่ บางคนก้มมองหน้าจอแท็บเล็ตในมือ หลีกเลี่ยงการสบตา ขณะที่บางคนแอบลอบยิ้มมุมปากอย่างเยาะเย้ย "คุณธันวา กำลังกล่าวหาว่าพวกเราทุจริตอย่างนั้นหรือครับ?" เสียงนุ่มนวลแต่แฝงด้วยความเฉียบขาดดังขึ้นจากมุมหนึ่งของโต๊ะ รินรดา ในฐานะรองประธานกรรมการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังแท้ มือเรียวประสานกันไว้บนตัก ดวงตาคู่คมจ้องมองธันวาด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน—ระหว่างความชื่นชมในอุดมการณ์อันแข็งกร้าว กับความระอาใจในความดื้อรั้นที่ไม่รู้จักกาลเทศะของเขา "ผมไม่ได้กล่าวหาลอยๆ ครับคุณรินรดา แต่ผมกำลังพูดถึงตัวเลขที่เป็นจริงทางวิศวกรรมและการผังเมือง" ธันวาหันไปเผชิญหน้ากับเธอ ดวงตาสีเข้มฉายแววตำหนิอย่างไม่ปิดบัง "วัสดุโครงสร้างที่พวกคุณพยายามเปลี่ยนสเปกจากเหล็กเกรดเอมาเป็นเกรดรอง มันไม่ได้แค่ลดต้นทุนเพื่อเพิ่มกำไรให้บริษัท แต่มันกำลังแลกมาด้วยความปลอดภัยของชีวิตมนุษย์หลายพันคนที่ต้องอาศัยอยู่ในตึกนี้" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมชั่วขณะ ไม่มีใครกล้าปริปากพูดอะไรออกมา แม้กระทั่งนายอนันต์เองก็ยังเลือกที่จะใช้วิธีนิ่งเงียบเพื่อรอดูท่าที "สถาปัตยกรรมไม่ใช่แค่เรื่องของความงามบนกระดาษไข หรือเส้นสายที่สวยงามบนหน้าจอคอมพิวเตอร์หรอกนะครับคุณธันวา" รินรดาโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่น่าฟัง ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง "แต่มันคือธุรกิจ... คือการบริหารความเสี่ยง และความอยู่รอดขององค์กรในภาวะที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์กำลังดิ่งลงเหว ถ้าโครงการนี้ล้มละลายเพราะต้นทุนที่เกินงบ คุณคิดว่าคนนับร้อยในบริษัทนี้จะเอาอะไรกินข้าว?" "ถ้าตึกนี้ถล่มลงมาเพราะความโลภของพวกคุณ... คนพวกนั้นจะไม่แค่ไม่มีข้าวกินหรอกครับ แต่อาจจะไม่มีชีวิตอยู่บนโลกนี้ด้วยซ้ำ" ธันวาตอบกลับทันควัน น้ำเสียงของเขานิ่งสนิทแต่เต็มไปด้วยพลังกดดันที่ทรงอานุภาพ การปะทะกันทางวาจาระหว่างทั้งสองคนไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับที่นี่ แต่วันนี้มันเดิมพันด้วยอนาคตทั้งหมดของโปรเจกต์ "The Vertical Oasis" ซึ่งเป็นหน้าเป็นตาของบริษัท ธันวายืนหยัดในฐานะผู้สร้างสรรค์ที่ยอมหักไม่ยอมงอ ขณะที่รินรดาต้องแบกรับภาระทางธุรกิจที่ถูกบีบคั้นจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ซึ่งมองตัวเลขกำไรเป็นพระเจ้า นายอนันต์ยกมือขึ้นปรามด้วยท่าทางใจดีราวกับผู้ใหญ่กำลังตักเตือนเด็กน้อย แต่แววตากลับเย็นชาอย่างยิ่ง "เอาล่ะครับ... ผมเข้าใจความตั้งใจดีของคุณธันวาดี เราทุกคนล้วนต้องการสิ่งที่ดีที่สุดให้1กับโครงการนี้ แต่บางครั้ง... วิสัยทัศน์ที่กว้างไกลเกินไป ก็อาจทำให้เรามองไม่เห็นความเป็นจริงที่อยู่ตรงหน้า" ประธานกรรมการบริหารผายมือไปยังเอกสารอีกชุดหนึ่ง ซึ่งถูกเลื่อนมาตรงหน้าธันวาโดยเลขานุการส่วนตัว "นี่คือคำสั่งโยกย้ายและปรับโครงสร้างการบริหารโครงการ... ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป คุณจะถูกถอดถอนจากการเป็นหัวหน้าสถาปนิกหลัก และถูกลดบทบาทลงไปเป็นเพียงที่ปรึกษาฝ่ายเทคนิคส่วนน้อย ส่วนตำแหน่งของคุณ จะถูกแทนที่ด้วยบริษัทที่ปรึกษาภายนอกที่เราจัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว" คำประกาศนั้นราวดั่งสายฟ้าฟาดท่ามกลางอากาศ ภายในห้องประชุมยังคงเงียบกริบ แต่ทว่าหัวใจของธันวากลับเต้นระรัวด้วยความโกรธกรำ เขาไม่ได้ตกใจกับผลลัพธ์นี้ เพราะเขารู้ดีว่าตัวเองกำลังเล่นอยู่กับไฟกองใหญ่ เพียงแต่เขาไม่คิดว่าฝ่ายบริหารจะเลือกใช้วิธีการที่ไร้เกียรติและเร่งรัดขนาดนี้เพื่อกำจัดเสี้ยนหนามอย่างเขา ธันวากวาดสายตามองไปรอบโต๊ะ ทุกคนหลบสายตาหนີ ยกเว้นรินรดา เธอนั่งนิ่งราวกับรูปปั้นหินอ่อน เปลือกตาของเธอกระพริบช้าๆ ไม่แสดงความยินดีหรือเสียใจ แต่แววตาคู่นั้นกลับไหววูบชั่วขณะก่อนจะกลับมาเยือกเย็นดังเดิม—สายตาที่ทำให้ธันวารู้สึกได้ทันทีว่า... เธอไม่ได้มีส่วนรู้เห็นกับคำสั่งนี้ตั้งแต่แรก "นี่คือมติเอกฉันท์ของคณะกรรมการบริหารใช่ไหมครับ?" ธันวาเอ่ยถาม น้ำเสียงเรียบสนิทจนน่ากลัว "มันคือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่ายครับคุณธันวา" นายอนันต์ตอบพร้อมรอยยิ้มจอมปลอม "หวังว่าคุณจะเข้าใจและเซ็นชื่อรับทราบคำสั่งนี้ เพื่อความราบรื่นในการทำงานต่อไป" ธันวายื่นมือไปหยิบปากกาหมึกซึมราคาแพงบนโต๊ะขึ้นมา เขาสบตากับนายอนันต์ชั่วครู่ ก่อนจะหันไปมองรินรดาที่นั่งกัดริมฝีปากแน่นอย่างลืมตัว รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากของสถาปนิกหนุ่ม "พวกคุณคิดว่าการเขี่ยผมพ้นทาง จะช่วยให้แผนการทุจริตนี้ถูกกวาดลงใต้พรมได้สนิทใจสินะครับ" ธันวาพูดเบาๆ แต่ทุกคำชัดเจนก้องกังวาน "แต่เสียใจด้วย... งานออกแบบของผม ไม่ได้มีแค่เส้นลายบนกระดาษที่พวกคุณจะแก้ได้ตามใจชอบ" เขาไม่เซ็นชื่อลงในกระดาษแผ่นนั้น แต่กลับวางปากกาลงอย่างแรงจนเกิดเสียงดังลั่นห้อง ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องประชุมใหญ่ไปทันทีโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง ทิ้งให้คณะกรรมการบริหารนั่งอึ้งกับความอาจหาญของชายหนุ่ม รินรดานั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ ปลายนิ้วมือจิกเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว ความรู้สึกหน่วงๆ ในอกแล่นพล่านขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เธารู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังคำสั่งด่วนนี้—ไม่ใช่แค่เรื่องงบประมาณและการเปลี่ยนสเปกวัสดุ แต่ดูเหมือนว่านายอนันต์และผู้ถือหุ้นกลุ่มใหญ่กำลังซ่อนความลับที่น่ากลัวกว่านั้นไว้ในโครงการนี้ เมื่อการประชุมเลิกรา ทุกคนทยอยเดินออกจากห้องจนเหลือเพียงรินรดาที่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม เธอมองเอกสารบนโต๊ะด้วยความรู้สึกกระวนกระวายใจอย่างประหลาด ตัดสินใจลุกขึ้นเดินตรงไปยังห้องทำงานส่วนตัวของธันวาที่ชั้นสามสิบห้าทันที โดยไม่สนว่าภาพลักษณ์ของเธอจะต้องรักษากฎระเบียบเคร่งครัดแค่ไหน ห้องทำงานของธันวามืดสลัว มีเพียงแสงไฟจากตึกรามบ้านช่องภายนอกที่สาดส่องเข้ามา กล่องลังกระดาษสีน้ำตาลใบใหญ่ถูกวางไว้บนโต๊ะทำงาน เอกสาร ข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว และโมเดลสถาปัตยกรรมชิ้นเล็กๆ ถูกเก็บรวบรวมไว้อย่างเป็นระเบียบ ทว่าไร้เงาเจ้าของห้อง รินรดากวาดสายตามองไปรอบห้อง ก่อนที่สายตาของเธอจะสะดุดเข้ากับหน้าจอคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะเครื่องหนึ่งที่ยังคงเปิดสว่างอยู่ หน้าจอนั้นแสดงภาพแปลนผังเมืองสามมิติของโครงการ "The Vertical Oasis" พร้อมกับเส้นสีแดงกระพริบเตือนบริเวณฐานรากของอาคาร เธอก้าวเข้าไปใกล้ด้วยความอยากรู้อยากเห็น นิ้วเรียวแตะลงบนเมาส์เพื่อปลุกหน้าจอให้ตื่นขึ้นจากโหมดพักหน้าจอ ข้อมูลไฟล์ลับที่ไม่ควรมีอยู่ในระบบส่วนกลางปรากฏขึ้น—มันคือบันทึกการตรวจสอบสภาพชั้นดินและผลกระทบสิ่งแวดล้อมฉบับจริง ซึ่งถูกปกปิดและบิดเบือนโดยคณะกรรมการบริหาร และบรรทัดสุดท้ายของเอกสารฉบับนั้น... คือรายงานการประเมินความเสี่ยงที่ระบุชัดเจนว่า พื้นที่ก่อสร้างโครงการตั้งอยู่บนรอยเลื่อนใต้ดินโบราณที่กำลังขยายตัว ซึ่งหมายความว่า หากเกิดแผ่นดินไหวเพียงเล็กน้อย อาคารแห่งนี้จะพังทลายลงมาทั้งหลังภายในเวลาไม่ถึงสามนาที รินรดายืนตัวชา มือไม้เย็นเฉียบ หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวกำลังแผดเผาความมั่นใจทั้งหมดของเธอในฐานะผู้บริหารนักธุรกิจ ทันใดนั้นเอง... เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงไขกุญแจประตูก็ดังขึ้นแว่วๆ จากด้านนอกห้องทำงานที่ควรจะว่างเปล่าในยามวิกาลเช่นนี้ ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเดินทางร่วมสร้างสรรค์เมืองแห่งนี้ไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้เงากับแสงเงาของเมืองหลวง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%