สถาปนิกไร้เงากับแสงเงาของเมืองหลวง•ตอนที่ 12

รอยแยกที่กว้างขึ้น

ผลงานโดย คนมองเมือง
แสงไฟสีส้มสลัวจากหลอดทังสเตนบนโต๊ะเขียนแบบส่องกระทบสันแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเข้มจนเกิดเงาทอดยาว ธันวาขยับกรอบแว่นสายตาเล็กน้อย นัยน์ตาคู่คมจดจ้องตัวเลขงบประมาณและการอนุมัติวัสดุก่อสร้างในโครงการ "The Heritage Park" ที่เพิ่งถูกส่งมาเก็บไว้ในห้องจัดเก็บเอกสารลับของบริษัทเมื่อช่วงหัวค่ำ เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ดังขึ้นจากด้านนอกเมื่อครู่หยุดลงแล้ว เหลือเพียงความเงียบงันที่กดดันจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นระรัวอยู่ในอก กริ๊อก... เสียงบานพับโลหะของประตูด้านนอกถูกผลักเปิดออกอย่างเชื่องช้า ตามมาด้วยแสงไฟฉายลำเล็กที่สาดส่องกวาดผ่านรอยแยกของประตูห้องทำงานที่เขาแอบซ่อนอยู่ ธันวาผ่อนลมหายใจออกทางจมูกอย่างเงียบเชียบที่สุด มือข้างหนึ่งกำมุมกระดาษแผ่นสำคัญในแฟ้มแน่นจนยับยู่ยี่ แผ่นกระดาษแผ่นนั้น... คือหลักฐานยืนยันว่าการอนุมัติใช้วัสดุก่อสร้างโครงสร้างฐานรากของอาคารชุดเฟสใหม่ถูกลดสเปกจากมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูง เพื่อแลกกับการตัดงบประมาณส่วนเกินหลายสิบ่อย ในทางทฤษฎี วิศวกรรม และผังเมือง มันคือ "ระเบิดเวลา" ดีๆ นี่เองที่จะคร่าชีวิตผู้คนนับพันในวันที่เมืองเผชิญกับแผ่นดินไหวหรือภัยพิบัติ แต่ในมุมมองของนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มันคือ "ตัวเลขกำไรส่วนต่าง" ที่ถูกบริหารจัดการได้อย่างชาญฉลาดที่สุด "ดึกป่านนี้แล้ว... ใครยังนั่งทำงานใหม่อยู่ในดงกระดาษเก่าๆ นี้อีกนะ" เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูดังขึ้นจากหน้าห้อง พร้อมกับเสียงกดสวิตช์ไฟเพดานสว่างวาบ ธันวาไม่ต้องเงยหน้าขึ้นมองก็รู้ทันทีว่าเป็นใคร รินรดา ก้าวเข้ามาในห้องด้วยชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้ม แม้เวลาจะล่วงเลยมาจนถึงตีสอง เส้นผมที่เคยจัดทรงมาอย่างเนียบกริบตั้งแต่เช้ากลับมีปอยผมหลุดรุ่ยลงมาเคลียกรอบหน้าเล็กน้อย แต่นั่นไม่ได้ลดทอนความเยือกเย็นและเฉียบขาดในแววตาของเธอลงเลยแม้แต่น้อย เธอยืนพิงกรอบประตู กอดอกมองตรงมายังโต๊ะทำงานที่ธันวานั่งอยู่ราวกับรู้ตัวล่วงหน้าอยู่แล้วว่าจะมี "แขกไม่ได้รับเชิญ" มาคุยธุระดึกดื่นในพื้นที่หวงห้ามนี้ "คุณไม่น่าลงมาตรวจงานด้วยตัวเองถึงที่นี่เลยนะครับ รินรดา" ธันวาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบสนิทแต่แฝงร่องรอยความเหนื่อยล้า เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปิดแฟ้มเอกสารตรงหน้าลงอย่างช้าๆ เพื่อซ่อนร่องรอยหลักฐาน แต่ปฏิกิริยานั้นไม่รอดพ้นสายตาคมกริบของผู้บริหารสาว "เมืองหลวงไม่เคยหลับใหลหรอกนะ ธันวา... และฉันก็เกลียดความรู้สึกที่ว่า มีใครบางคนกำลังพยายามรื้อฟื้นซากปรักหักพังที่พวกเราช่วยกันฝังกลบมันไปแล้ว" รินรดาเดินเข้ามาใกล้ทีละก้าว เสียงส้นสูงกระทบพื้นกระเบื้องดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องที่ว่างเปล่า เธอยุดยืนห่างจากโต๊ะทำงานเพียงก้าวเดียว นัยน์ตาคู่สวยกวาดมองไปที่แฟ้มเอกสารบนโต๊ะสลับกับใบหน้าของสถาปนิกหนุ่ม "คุณกำลังหาอะไรอยู่เหรอ? หรือว่าแบบแปลนในฝันของคุณ มันยังสวยงามไม่พอ จนต้องมานั่งแก้ตัวเลขความเป็นจริงเอาตอนตีสองแบบนี้" "ผมไม่ได้กำลังแก้ตัวเลขครับ... ผมกำลังตรวจทานความจริง" ธันวาสบตาเธอนิ่ง น้ำเสียงจริงจังและเฉียบคมไม่แพ้กัน "เอกสารแผ่นนี้ไม่ได้พูดถึงความฝันของสถาปนิก แต่มันกำลังพูดถึงชีวิตของมนุษย์หลายร้อยชีวิตที่จะเข้ามาอาศัยอยู่ในตึกที่คุณกำลังจะสร้างขึ้นมาเพื่อกวาดกำไรเข้าบริษัท" รินรดาหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน เธอยกมือขึ้นทัดปอยผมที่ข้างหู ช้าๆ ท่าทางที่ดูผ่อนคลายนั้นขัดแย้งกับบรรยากาศตึงเครียดรอบตัวอย่างสิ้นเชิง "ความจริงหรือ? ธันวา คุณเป็นสถาปนิกที่เก่งที่สุดคนหนึ่งที่ฉันเคยร่วมงานด้วยนะ แต่บางครั้ง... คุณก็ยังมองโลกด้วยอุดมการณ์ของเด็กอมมือ คุณคิดจริงๆ เหรอว่าตึกระฟ้าทุกแท่งในกรุงเทพมหานครแห่งนี้ ถูกสร้างขึ้นมาด้วยอิฐ ปูน และความบริสุทธิ์ผุดผ่องของจริยธรรมผังเมือง?" เธอโน้มตัวลงเล็กน้อย ใช้ปลายนิ้วเรียวแตะเบาๆ บนขอบโต๊ะทำงาน ใกล้กับแฟ้มเอกสารที่ธันวาเพิ่งปิดลง "ทุกโปรเจกต์ต้องมีทางเลือกที่ต้องแลก ถ้าเราไม่ลดต้นทุนฐานรากตรงนั้น บริษัทของเราจะไม่มีเงินทุนไปพัฒนาพื้นที่สาธารณะสีเขียวในโครงการอื่นที่คุณเป็นคนเสนอหน้าไปออกสื่อด้วยซ้ำ คุณกำลังกินข้าวบนโต๊ะอาหารที่ถูกจัดเตรียมด้วยเงินทุนจากความประนีประนอม แล้วตอนนี้... คุณจะมาทำตัวเป็นคนรักความยุติธรรมผู้บริสุทธิ์เพื่ออะไรกัน?" คำพูดของเธอราคาราวกับคมมีดที่กรีดลงบนความเชื่อมั่นที่ธันวายึดถือมาตลอดชีวิตการทำงาน เขากำหมัดแน่นในกระเป๋าเสื้อสูท สายตาที่มองเธอนั้นเต็มไปด้วยความผิดหวังและคำถามที่ค้างคาใจ "เราทำงานร่วมกันมานานพอที่จะรู้ว่าอะไรคือเส้นแบ่งระหว่าง 'ความประนีประนอม' กับ 'การทุจริตเชิงโครงสร้าง' นะครับ รินรดา" ธันวาเน้นเสียงทีละคำอย่างชัดถ้อยชัดคำ "เอกสารฉบับนี้ไม่ได้แค่ประนีประนอม แต่มันคือการเซ็นอนุมัติให้เอาชีวิตคนไปเสี่ยงกับความโลภ ถ้าผมเอาหลักฐานชิ้นนี้ออกไปข้างนอก... บริษัทรินรดา กรุ๊ป พังทลายลงในชั่วข้ามคืนแน่ และคุณเองนั่นแหละที่จะต้องรับผิดชอบ" บรรยากาศในห้องเงียบงัดลงทัน2ตา รินรดาไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกหรือหวาดกลัวอย่างที่เขาคาดคิด เธอยังคงยืนนิ่ง นัยน์ตาคู่สวยคู่นั้นหรี่ลงเล็กน้อย มองลึกเข้าไปในดวงตาของสถาปนิกหนุ่มราวกับกำลังอ่านใจเขา "ถ้าคุณคิดจะทำแบบนั้น... คุณทำไปนานแล้ว ธันวา" รินรดากระซิบเสียงแผ่วเบา แต่ทรงพลังพอที่จะทำให้ลมหายใจของเขาสะดุด "แต่คุณยังยืนอยู่ตรงนี้ ยังเปิดแฟ้มนี้อ่านด้วยตัวเองในยามวิกาล เพราะลึกๆ แล้ว... คุณเองก็กลัว ว่าความจริงที่คุณอยากปกป้องนักหนา อาจจะทำลายสิ่งที่คุณรักมากที่สุดไปด้วยเช่นกัน" ธันวาชะงักไปชั่วขณะ คำพูดของเธอจี้ถูกจุดเปราะบางที่สุดในจิตใจ ภาพของตึกหลายแห่งที่เขาเคยออกแบบ รอยยิ้มของผู้คนในเมือง และความสัมพันธ์สีเทาระหว่างเขากับรินรดาที่ผูกพันกันมานาน วิ่งวนเข้ามาในหัวราวกับภาพยนตร์ฉายซ้ำ ทันใดนั้นเอง... ก่อนที่ธันวาจะได้เอ่ยปากตอบโต้อะไรกลับไป เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของรินรดาก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบในยามวิกาล หน้าจอเรืองแสงสีฟ้าสว่างวาบ เผยให้เห็นเบอร์โทรเข้าที่ไม่ปรากฏชื่อผู้ติดต่อ แต่มีรหัสผ่านและข้อความแจ้งเตือนสั้นๆ ปรากฏขึ้นบนหน้าจอจนธันวาบังเอิญเหลือบไปเห็น รินรดาก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์ แววตาที่เคยเยือกเย็นและมั่นอกมั่นใจเมื่อครู่ กลับไหววูบลงชั่วพริบตา สีหน้าของเธอกลายเป็นความตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัด เธอกดรับสายทันทีโดยไม่ลังเล "ว่าไง..." เสียงของเธอเปลี่ยนเป็นเย็นชาและจริงจังขึ้นในทันที ธันดายืนมองปฏิกิริยานั้นด้วยความสงสัย แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้วิเคราะห์สถานการณ์ตรงหน้า เสียงปลายสายจากโทรศัพท์ของรินรดาที่เปิดลำโพงทิ้งไว้โดยไม่ได้ตั้งใจ ก็ดังลอดออกมาในความเงียบงัน... เป็นเสียงทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกที่ทำให้เลือดในกายของสถาปนิกหนุ่มเย็นเฉียบลงทันที *"คุณรินรดาครับ... เอกสารที่คุณกำลังพยายามปกปิดในห้องจัดเก็บชั้นสาม ตอนนี้สำเนาชุดที่สอง ถูกส่งถึงมือสำนักข่าวเศรษฐกิจและกรมผังเมืองเรียบร้อยแล้วนะครับ..."* รินรดาหันขวับมามองหน้าธันวาด้วยแววตาที่เบิกกว้างขึ้นเป็นครั้งแรก ขณะที่ธันวาเองก็หันไปมองประตูห้องทำงานที่ถูกปิดสนิทด้วยความรู้สึกหนสันหลังวาบ เมื่อตระหนักได้ทันทีว่า... มีบุคคลที่สามแอบซ่อนอยู่ในตึกนี้ และเกมกำลังเปลี่ยนทิศทางไปอย่างสิ้นเชิง --- ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านแสงเงาของเมืองใหญ่ไปด้วยกันนะครับ *คนมองเมือง*
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้เงากับแสงเงาของเมืองหลวง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%