กลิ่นคาวเลือดผสมกับกลิ่นธูปโบราณที่ไหม้จนเกรียมคละคลุ้งไปทั่วห้องเรียนเก่า อาคิราห์กัดฟันแน่นจนกรามขึ้นสันนูน มือข้างหนึ่งถือยันต์ปราบมารที่เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทจากไออาฆาตที่หนาแน่นจนแทบจะจับต้องได้ แรงกดดันมหาศาลระดับ SSS แผ่ซ่านออกมาจากรอยแยกสีนิลกลางอากาศราวกับปากอสูรที่กำลังอ้ากว้างเตรียมกลืนกินทุกสรรพสิ่ง
"ส… สิบนาทีอะไรกัน บ้าจริง!" รินสบถออกมาเสียงดัง ดวงตาคมกริบกวาดมองหน้าต่างห้องเรียนที่บัดนี้ถูกย้อมด้วยสีเลือด ระบบออโต้โฮโลแกรมตรงหน้ากะพริบถี่รัวด้วยแสงสีแดงฉาน เสียงเตือนโลหะแหลมสูงดังบาดแก้วหูย้ำเตือนถึงเวลาที่กำลังนับถอยหลังอย่างโหดร้าย
**[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการปลุกพลังงานระดับ SSS - 'ประตูมิติยมโลก' กำลังเปิดออก 100%]**
**[ภารกิจฉุกเฉิน: เอาชีวิตรอดจากการรุกรานของกองทัพวิญญาณอาฆาตภายในเวลา 10 นาที]**
"ริน! ข้างหลัง!" อาคิราห์ตะโกนลั่นพร้อมกับซัดกระบี่อาคมเข้าใส่เงาดำทะมึนที่พุ่งทะยานออกมาจากรอยแยกมิติ เสียงกรีดร้องโหยหวนของวิญญาณนับร้อยดังประสานกันจนแสบแก้วหู แรงปะทะทำให้ร่างของรองประธานนักเรียนกระเด็นไถลไปกระแทกกับโต๊ะเรียนจนพังยับเยิน เลือดสีสดไหลซึมออกจากมุมปากของเด็กหนุ่มผู้เงียบขรึม แต่แววตายังคงแน่วแน่ไม่หวั่นเกรง
รินหันขวับไปมองสหายร่วมรบ แววตาขี้เกียจที่เคยมีมลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงประกายตาสีทองเรืองรองอันเย็นเยียบ อดีตหมอผีอัจฉริยะสูดลมหายใจเข้าลึก
"เกะกะชะมัด… วันนี้กะว่าจะนอนดูซีรีส์ให้ฉ่ำปอดแท้ๆเชียว"
รินพึมพำกับตัวเองขณะที่ออร่าสีครามเข้มระเบิดออกจากร่าง เสียงคำรามต่ำราวกับสัตว์ป่าดังสะท้อนก้องในโสตประสาท พลังงานไสยเวทที่อัดแน่นอยู่ในจุดตันเถียนพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดในเสี้ยววินาที ร่างกายของเขาเบาหวิวราวกับลอยได้ ลวดลายยันต์โบราณปรากฏขึ้นตามท่อนแขนและลำคออย่างชัดเจน แรงกดดันรอบตัวบีบอัดจนอากาศในห้องแทบจะกลายเป็นสุญญากาศ
นี่ไม่ใช่พลังระดับมนุษย์ทั่วไป… แต่มันคือการก้าวข้ามขีดจำกัดที่แม้แต่ตำราโบราณยังไม่กล้าบันทึกไว้!
เงาวิณญาณระดับแม่ทัพตนหนึ่งพุ่งทะลวงมิติออกมาพร้อมง้าวเหล็กขึ้นสนิม มันพุ่งเป้ามาที่รินด้วยความเร็วสูงเกินกว่ามนุษย์จะมองทัน รังสีอำมหิตแผ่ซ่านจนพื้นไม้ใต้เท้าแตกร้าวเป็นทางยาว
"ระวัง!" อาคิราห์ตะโกนสุดเสียง ร่างกายขยับจะเข้าไปช่วยแต่บาดแผลภายในทำให้เขาต้องทรุดลงไปคุกเข่ากับพื้น
รินไม่แม้แต่จะหลบ หรือยกมือขึ้นตั้งรับ ดวงตาสีทองกวาดมองการเคลื่อนไหวของศัตรูที่ช้าลงในสายตาของเขา ทุกอณูละอองวิญญาณ ทุกแรงลมที่พัดผ่าน ทุกจังหวะการสั่นสะเทือนของมิติ ถูกประมวลผลผ่านสมองอันเฉียบ1คมในเสี้ยวเสี้ยววินาที
"ช้าไป"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างไร้ความเกรงกลัว นิ้วเรียวยาวสะบัดออกไปเบาๆ ราวกับกำลังปัดหยากเยื่อ
*ตูมมมม!*
คลื่นกระแทกสีทองผสมสีครามระเบิดออกเป็นวงกว้าง แรงระเบิดมหาศาลฉีกกระชากเงาวิณญาณระดับแม่ทัพให้สลายกลายเป็นละอองแสงสีดำในพริบตาเดียวโดยที่มันยังไม่ทันได้เข้าใกล้ตัวรินด้วยซ้ำ! แรงลมจากการโจมตีครั้งเดียวส่งผลให้กระจกทุกบานในตึกเรียนแตกละเอียดเป็นผุยผง เศษปูนจากผนังร่วงกราวลงมา
อาคิราห์เบิกตากว้าง อ้าปากค้างด้วยความตะลึงงัน นี่คือพลังของรินจริงหรือ? มันไม่ใช่แค่การปราบปีศาจแบบที่เคยทำ แต่มันคือการ 'ลบตัวตน' ของวิญญาณร้ายออกไปจากสารบบอย่างสมบูรณ์แบบ
**[แจ้งเตือนระบบ: ยืนยันการปลุกสกิลพิเศษระดับตำนาน - 'เนตรสังหารสุริยันต์ทมิฬ']**
**[ระดับพลังงานของโฮสต์ทะยานสู่ ขอบเขตปรมาจารย์วิญญาณขั้นที่ 9 สมบูรณ์แบบ!]**
เสียงระบบแจ้งเตือนดังรัวไม่หยุด แต่รินไม่ได้สนใจเสียงเหล่านั้น สายตาของเขากลับจ้องเขม็งไปยังใจกลางรอยแยกมิติที่กำลังขยายตัวใหญ่ขึ้น แรงสั่นสะเทือนระดับแผ่นดินไหวเริ่มแผ่ขยายออกไปทั่วบริเวณโรงเรียน
"ยังไม่จบแค่นี้หรอกอาคิราห์…" รินเอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยความจริงจังที่เพื่อนสนิทไม่เคยได้ยินมาก่อน มือขวายื่นออกไปข้างหน้า อากาศรอบตัวบิดเบี้ยวจนเกิดเป็นรอยร้าวสีดำ "ไอ้ตัวที่อยู่ข้างหลังนั่น… มันกำลังจะออกมาต้อนรับพวกเราด้วยตัวเองแล้ว"
สิ้นคำพูดของริน แผ่นดินก็เกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม ประตูมิติยมโลกที่เปิดอ้าอยู่ระเบิดแสงสีเลือดสาดส่องไปทั่วท้องยามวิกาล เงาร่างมหึมาที่มีดวงตาสีแดงฉานนับสิบคู่ค่อยๆ ก้าวเท้าเหยียบย่างผ่านรอยแยกออกมา แรงกดดันระดับที่ทำให้วิญญาณสั่นสะท้านแผ่กระจายปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณ
อาคิราห์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก กำกระบี่ในมือแน่นจนมือสั่น รินหันมามองเพื่อนร่วมทีมเล็กน้อย มุมปากยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มเยار์ที่เต็มไปด้วยความมั่นใจเกินร้อย
"เตรียมตัวให้ดีนะรองประธาน… งานเลี้ยงต้อนรับของจริง เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นต่างหาก"
รินก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว พลังงานรอบตัวแปรเปลี่ยนเป็นเปลวเพลิงสีฟ้าครามที่ลุกโชนท่วมร่าง ท่ามกลางกองทัพวิญญาณนับพันที่กำลังหลั่งไหลเข้ามา ร่างของเด็กหนุ่มกลับโดดเด่นและน่าเกรงขามราพณ์กับเทพสงครามจุติ
ทว่า ในวินาทีที่เงาร่างมหึมาตนนั้นก้าวพ้นประตูมิติออกมาครึ่งตัว เสียงฝีเท้าที่สามที่ดังขึ้นจากด้านหลังของห้องเรียนที่ควรจะว่างเปล่า กลับทำให้รินต้องชะงักฝีเท้า
*แปะ… แปะ… แปะ…*
เสียงปรบมือช้าๆ ดังขึ้นท่ามกลางความโกลาหล พร้อมกับเสียงทุ้มนุ่มนวลที่เอ่ยทักทายราวกับพวกเขากำลังนั่งจิบชาอยู่ในยามบ่าย
"ยอดเยี่ยมมาก… สมกับที่เป็นทายาทคนสุดท้ายจริงๆ ริน"
รินและอาคิราห์ผวาสุดขีด รีบหันขวับไปมองยังต้นตอของเสียงทันที และภาพที่ปรากฏตรงหน้าก็ทำให้ลมหายใจของรินสะดุดกึก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหินในเสี้ยววินาที!
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับรินและอาคิราห์เสมอนะครับ
มูเตลูฉบับตัวตึง ตรวจดวงชะตาแล้วทำไมต้องเจอคุณล่ะ•ตอนที่ 20
เลเวลอัป! สกิลสังหารวิญญาณ
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มูเตลูฉบับตัวตึง ตรวจดวงชะตาแล้วทำไมต้องเจอคุณล่ะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!