"อย่าขยับเด็ดขาดครับริน"
เสียงกระซิบที่ลอดผ่านไรฟันของอาคิราห์ต่ำทุบลงจนแทบกลืนหายไปกับความเงียบงันของห้องสมุดเก่า แต่กลับชัดเจนก้องกังวานในโสตประสาทของเด็กหนุ่มผู้กำลังยืนตัวแข็งทื่อ รินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความเย็นเยียบจากปลายนิ้วเท้าค่อย ๆ แล่นริ้วขึ้นมาตามกระดูกสันหลังราวกับมีใครเอาเม็ดน้ำแข็งมาหยอดใส่หลังเสื้อ ภาพที่สะท้อนอยู่ในดวงตาคู่คมของเขาในวินาทีนี้ไม่ใช่ชั้นหนังสือผุพังหรือฝุ่นหนาเตอะอีกต่อไป แต่เป็นเงาร่างสีดำสนิทที่บิดเบี้ยวผิดรูป เงานั้นกำลังแนบชิดติดกับผนังห้องราวกับเป็นส่วนหนึ่งของปูนซีเมนต์ ก่อนจะค่อย ๆ ลอกตัวหลุดออกมาเสมือนหยดน้ำมันดิบที่ไหลยืดลงสู่พื้น
กึก... กึก... กึก...
เสียงฝีเท้าที่ไม่มีน้ำหนัก ทว่ากลับสร้างแรงสั่นสะเทือนสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ ดังขึ้นช้า ๆ จากความมืดมิดเบื้องหน้า รินหรี่ตาลง ประเมินสถานการณ์ด้วยไหวพริบของอดีตหมอผีอัจฉริยะ พลังอาคมในร่างกายของเขากำลังส่งเสียงร้องเตือนภัยดังลั่น ป้ายอาคมในกระเป๋าเสื้อสั่นระริกจนร้อนผ่าว นี่ไม่ใช่พลังวิญญาณเร่ร่อนธรรมดา แต่เป็น "ร่องรอยพลังงานตกค้างระดับอาฆาต" ที่ถูกบันทึกและกัก The Record เอาไว้ด้วยอาคมโบราณเมื่อร้อยปีก่อน
อาคิราห์ขยับตัวเล็กน้อยอย่างระมัดระวัง มือหนาเอื้อมไปแตะด้ามมีดอาคมที่พกติดตัวไว้โดยสัญชาตญาณ สายตาคมกริบกวาดมองรอบด้านเพื่อหาเส้นทางถอยและจุดอับสายตา "พลังงานหนาแน่นเกินไปครับริน ระบบประสาทสัมผัสของผมบอกว่าที่นี่ไม่ใช่แค่ห้องสมุด... แต่มันคือสุสาน"
"รู้แล้วน่า ไม่ต้องบอกก็ขนลุกเหมือนกันครับคุณรองประธาน" รินพึมพําตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามรักษาความนิ่งเอาไว้ แม้ในใจจะเริ่มคำนวณความน่าจะเป็นในการรอดชีวิตแล้วก็ตาม ปากก็บ่นอุบตามนิสัยประจำตัว "ให้ตายสิ รู้งี้ผมนอนอยู่หอพักดีกว่า จะมาขยันตามหาความลับอะไรตอนนี้ก็ไม่รู้"
แม้จะพูดจาติดตลกเพื่อลดความกดดัน แต่สมาธิของรินกลับพุ่งตรงไปยังเงาร่างสีดำที่บัดนี้หยุดยืนอยู่เบื้องหน้าพวกเขาแล้ว ร่างนั้นค่อย ๆ เงยศีรษะขึ้น เผยให้เห็นใบหน้าที่ไร้ดวงตา มีเพียงรอยแผลเป็นลึกยาวพาดผ่านกึ่งกลางหน้าผากลงมาถึงคาง ชุดนักเรียนที่สวมใส่เป็นแบบโบราณกาลที่ไม่มีใครใส่กันมานานนับศตวรรษ ป้ายชื่อที่หน้าอกเลือนรางจนแทบอ่านไม่ออก เหลือเพียงตัวอักษรย่อสามตัวที่ทำRให้รินต้องเบิกตากว้าง
"นั่นมัน... เครื่องแบบของรุ่นก่อตั้งโรงเรียนเมื่อร้อยปีก่อน" รินอุทานออกมาเบา ๆ สมองเริ่มเชื่อมโยงข้อมูลมหาศาลที่เคยผ่านตาในเอกสารเก่าของหอจดหมายเหตุ
ในเสี้ยววินาทีที่เงาร่างนั้นอ้าปากและส่งเสียงกรีดร้องแหลมสูงที่เกือบจะฉีกแก้วหู อาคิราห์ก็ไม่รอช้า ร่างสูงโปรดกระโจนเข้าประชิดตัวรินพร้อมกับกางม่านพลังอาคมสีครามขึ้นปกป้องทันที แรงปะทะจากคลื่นเสียงวิญญาณทำให้ชั้นหนังสือรอบด้านสั่นสะเทือน หนังสือโบราณร่วงหล่นลงมาเกลื่อนกลาด แต่ทว่า แทนที่จะโจมตีใส่ทั้งสองคน เงาร่างปริศนานั้นกลับยกมือขึ้นชี้ไปยังผนังเบื้องหลังชั้นหนังสือหลัก ก่อนจะเอ่ยถ้อยคำที่แหบพร่าและขาดห้วงออกมา
"ความจริง... ถูกฝัง... ไว้ใต้... ฐานราก..."
สิ้นเสียงนั้น เงาร่างสีดำก็สลายกลายเป็นละอองควันสีเทาจางหายไปในอากาศ ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่น่าอึดอัดและกลิ่นอายความตายที่ยังคงลอยวนเวียนอยู่รอบตัว รินหอบหายใจเบา ๆ พลางปาดเหงื่อที่ซึมตามขมับ เขาทรุดตัวลงนั่งยอง ๆ สำรวจจุดที่เงาร่างนั้นชี้เมื่อครู่ สายตากวาดมองพื้นไม้ปาร์เกต์เก่าคร่ำคร่าที่มีร่องรอยการผุกร่อนผิดปกติ
"คุณอาคิราห์ ช่วยส่องไฟตรงนั้นหน่อยครับ" รินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังอย่างไร้รอยต่อ
อาคิราห์พยักหน้ารับ เดินเข้าไปใกล้พร้อมกับเปิดไฟฉายแรง 1600 ลูเมนจากโทรศัพท์มือถือส่องตรงจุดที่รินชี้ แสงสีขาวนวลเผยให้เห็นรอยต่อของไม้ปาร์เกต์ที่ถูกวางทับซ้อนกันอย่างไม่เป็นระเบียบ ราวกับเพิ่งถูกรื้อถอนและซ่อมแซมใหม่เมื่อไม่นานมานี้ แต่เมื่อพิจารณาจากชั้นฝุ่นหนา รอยต่อนี้กลับถูกปิดตายมานานนับสิบปีแล้ว
รินใช้ด้ามมีดอาคมเคาะลงบนพื้นเบื้องหน้าเบา ๆ เสียงที่สะท้อนกลับมาไม่ใช่เสียงไม้ทึบตัน แต่เป็นเสียง "โปร่งกลวง" ที่บ่งบอกว่าเบื้องล่างมีพื้นที่ว่างขนาดใหญ่ซ่อนอยู่
"ใต้ห้องสมุดนี้... มีห้องลับใต้ดินที่ไม่ได้ถูกบันทึกไว้ในแผนผังโรงเรียน" อาคิราห์สรุปเสียงทุ้มต่ำ ดวงตาคมกวาดมองร่องรอยการงัดแงะ "และดูเหมือนจะมีคนจงใจปิดตายมันเอาไว้ เพื่อไม่ให้ใครล่วงรู้ประวัติศาสตร์ดำมืดที่เกิดขึ้นเมื่อร้อยปีก่อน"
รินยิ้มมุมปาก รอยยิ้มแบบฉบับของอดีตหมอผีผู้ชื่นชอบการขุดคุ้ยความลับที่คนอื่นพยายามซ่อน "น่าสนใจมากครับ ดูเหมือนว่าเราเพิ่งเปิดประตูเข้าสู่คดีที่ใหญ่กว่าที่เราคิดเสียแล้ว... เตรียมตัวให้พร้อมนะครับคุณรองประธาน เพราะผมสังหรณ์ใจว่า ข้างล่างนั่นไม่ได้มีแค่ความลับเก่า ๆ รอเราอยู่"
มือเรียวของรินเอื้อมไปงัดแผ่นไม้ปาร์เกต์แผ่นสุดท้ายออก เผยให้เห็นบันไดหินเก่าคร่ำคร่าทอดตัวดิ่งลงสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง กลิ่นอายความชื้นและกลิ่นอับของกาลเวลาโชยปะทะใบหน้าทันที พร้อม ๆ กับเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ดังขึ้นมาจากก้น "หลุมศพ" นั้น... เสียงที่เรียกชื่อของรินและอาคิราห์ราวกับกำลังรอคอยการมาเยือนของพวกเขามานานนับร้อยปีแล้ว!
---
*ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางไขปริศนาอันลี้ลับนี้ร่วมกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ* - เข็มทิศมองวิญญาณ
มูเตลูฉบับตัวตึง ตรวจดวงชะตาแล้วทำไมต้องเจอคุณล่ะ•ตอนที่ 21
ย้อนรอยความลับเมื่อร้อยปีก่อน
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มูเตลูฉบับตัวตึง ตรวจดวงชะตาแล้วทำไมต้องเจอคุณล่ะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!