เสียงแกร็กของกลอนประตูที่ค่อยๆ เลื่อนเปิดออกในความมืด ไม่ได้ทำให้รินสะดุ้งตกใจแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เด็กหนุ่มเจ้าของร่างผอมเพรียวกลับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ราวกับกำลังเอือมระอาที่แขกยามวิกาลผู้นี้ไร้ซึ่งมารยาทในการนัดหมาย
เขายืนไขว่ห้างพิงขอบโต๊ะทำงานเก่าๆ ในห้องชมรมไสยศาสตร์ที่บัดนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นธูปหอมผสมกับกลิ่นอายควันยันต์ที่เพิ่งเผาไหม้ไปหมาดๆ ในมือขวาคีบแผ่นยันต์สีชาดเอาไว้หลวมๆ ดวงตากลมโตคู่นั้นกวาดมองผ่านความมืดไปยังเงาร่างสูงโปร่งที่ก้าวเข้ามาทีละก้าวอย่างเชื่องช้า
"มาช้าเสียจริงนะครับ นึกว่าหลงทางในเขาวงกตพลังงานต่ำข้างล่างเสียอีก" รินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบเรื่อยเจือแววประชดประชันอย่างเป็นเอกลักษณ์ "ถ้าจะมาปล้นทรัพย์สินในห้องชมรมล่ะก็ บอกไว้ก่อนนะว่ากองทุนเราถังแตกมาสามเดือนแล้วครับ"
เงาร่างนั้นชะงักฝีเท้าลงเล็กน้อย แสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านหน้าต่างกระจกบานเกล็ดเผยให้เห็นใบหน้าครึ่งซีกภายใต้ฮู้ดสีดำสนิท ดวงตาคมกริบราวกับสัตว์นักล่าจ้องเขม็งมาที่เด็กหนุ่ม ก่อนที่มุมปากของอีกฝ่ายจะยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบ
"ปากดีสมคำร่ำลือจริงๆ นะ ริน... อดีตหมอผีที่ตกอับจนต้องมานั่งดูดวงแก้ขัดในโรงเรียนมัธยมปลายเนี่ยนะ" น้ำเสียงทุ้มต่ำน่าฟังแต่แฝงไว้ด้วยจิตสังหารพุ่งตรงเข้ามาปะทะโสตประสาท "เธอคิดจริงๆ หรือว่ายันต์กระจوกพวกนั้นจะหยุด 'ความมืด' ที่ฉันถือครองอยู่ได้?"
บรรยากาศภายในห้องลดฮวบลงจนอุณหภูมิแทบจะติดลบ ไอเย็นยะเยือกพวยพุ่งขึ้นมาจากพื้นห้องราวกับพื้นปูนกำลังกลายเป็นน้ำแข็ง อาคิราห์ที่ยืนนิ่งสงบอยู่มุมห้องขยับตัวเล็กน้อย ดวงตาคมเข้มของรองประธานนักเรียนฉายแวววาวโรจน์ขึ้นมาวูบหนึ่ง สายเลือดแห่งผู้ปราบปีศาจในกายกำลังตื่นตัวและส่งเสียงคำรามเตือนภัยอยู่ในกระแสเลือด แต่ทว่า... อาคิราห์ยังคงรักษากฎเหล็กที่ตกลงกับรินไว้ นั่นคือปล่อยให้ตัวแสบประจำห้องได้โชว์ฝีือก่อน
"ยันต์กระจอกเหรอครับ?" รินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาที่เคยดูง่วงเหงาหาวนอนเมื่อครู่กลับเปล่งประกายคมปลาบขึ้นมาอย่างน่ากลัว นิ้วมือที่คีบยันต์สีชาดสะบัดเบาๆ กลางอากาศ "ของแบบนี้มันอยู่ที่คนใช้ต่างหากล่ะครับ คุณผู้บงการเงา... หรือจะให้ผมเรียกว่า *'ไอ้ขโมยสัมภเวสี'* ดีล่ะ?"
สิ้นคำพูด รินก็ดีดนิ้วดังเป๊าะ!
แผ่นยันต์ในมือลุกไหม้กลายเป็นเปลวไฟสีครามพุ่งแหวกอากาศออกไปสี่ทิศทางอย่างแม่นยำ เปลวเพลิงหมุนวนกลายเป็นตาข่ายอาคมปิดตายทางเข้าออกทั้งหมดในพริบตา แสงสีฟ้าสว่างวาบขับไล่ความมืดมิดให้ถอยร่นออกไป เผยให้เห็นร่างของผู้บงการเงาที่สวมหน้ากากครึ่งซีกอย่างชัดเจน
"โฮ... มีฝีมือสมกับที่ไอ้พวกวิญญาณเร่ร่อนมันหวาดกลัวสินะ" ผู้บงการเงาไม่แม้แต่จะหลบเลี่ยง เปลวไฟสีครามที่พุ่งเข้าใส่กลับถูกกลุ่มควันสีดำทมิฬที่แผ่ออกมาจากร่างพุ่งเข้ากลืนกินจนมอดดับไปในพริบตา "แต่เด็กน้อย... ไสยเวทระดับนี้ มันก็แค่การละเล่นของเด็กอมมือเท่านั้นแหละ!"
พรึบ!
เงาดำสนิทบนพื้นห้องพลันยืดขยายตัวออกราวกับมีชีวิต มันพุ่งเลื้อยขึ้นมาตามผนังและขาโต๊ะด้วยความเร็วสูง เป้าหมายคือการตรึงร่างของรินให้ติดกับกำแพงในคราเดียว
รินหลับตาลงชั่วเสี้ยววินาทีเพื่อประเมินสถานการณ์ ความเร็วของเงาดำนี้เหนือกว่าทุกคดีที่ผ่านมาอย่างเทียบไม่ติด พลังงานไสยเวทระดับนี้ไม่ใช่สิ่งที่เด็กมัธยมปลายทั่วไปจะรับมือไหว หากไม่มีรากฐานวิชาที่แข็งแกร่งและการคำนวณทิศทางกระแสลมปราณที่แม่นยำ ร่างของเขาคงพรุนไปนานแล้ว
*ตึง!*
เสียงเท้ากระแทกพื้นดังสนั่น อาคิราห์พุ่งเข้ามาขวางหน้าพร้อมกับซัดฝ่ามือเปล่าที่อัดแน่นด้วยพลังปราณบริสุทธิ์เข้าใส่เงาดำที่กำลังพุ่งเข้ามา คลื่นกระแทกกระจายออกเป็นวงกว้างจนฝุ่นละอองฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง แรงปะทะทำให้โต๊ะไม้ตัวเก่าหักโค้งครึ่งท่อน
"อย่ามาแตะต้องเพื่อนร่วมห้องของฉัน" อาคิราห์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เย็นชา และทรงพลัง แววตาสสีดำสนิทเปลี่ยนเป็นประกายสีทองจางๆ ชั่วขณะ
ผู้บงการเงาหรี่ตาลงด้วยความประหลาดใจ "โอ้... สายเลือดตระกูลเก่าแก่ที่หลับใหล ปลุกให้ตื่นขึ้นมาได้ถึงขนาดนี้เชียวรึ น่าสนใจ... น่าสนใจจริงๆ ฮ่าๆๆๆ!" เสียงหัวoะทุ้มต่ำก้องกังวานไปทั่วตึกเก่า
รินลืมตาขึ้น มุมปากยกยิ้มกว้างกว่าเดิม ไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความสนุกสนานของนักล่าที่เจอเหยื่อชิ้นโต
"ชมกันเกินไปแล้วครับคุณครู แต่ช่วยไม่ได้นะ... ห้องนี้ค่าซ่อมแพงมาก และผมเกลียดการจ่ายเงินออกจากกระเป๋าตัวเองที่สุด!"
รินสะบัดมือรัวเร็ว กระแสอักขระโบราณนับร้อยตัวปรากฏขึ้นกลางอากาศ เสียงสวดคาถาก้องกังวานด้วยภาษาบาลีโบราณที่รวดเร็วและทรงพลัง แรงกดดันมหาศาลกดทับลงบนบ่าของผู้บงการเงาจนเข่าแทบทรุดลงไปกองกับพื้น นี่คือกระบวนท่าที่แท้จริงของอดีตหมอผีอัจฉริยะที่ไม่ได้แสดงออกมานาน
"แก... แกทำอะไรกับอาคมของฉัน!" ผู้บงการเงาสบถออกมาอย่างหัวเสีย สีหน้าภายใต้หน้ากากเริ่มบิดเบี้ยวด้วยความตกใจเมื่อพบว่าพลังของตนกำลังถูกผนึกทีละส่วน
รินก้าวเข้าไปประชิดตัวด้วยความเร็วที่ไม่น่าเชื่อ ปลาย นิ้วเรียวยาวจี้เข้าที่จุดชีพจรกลางหน้าอกของอีกฝ่ายอย่างแม่นยำ พร้อมกับกระซิบด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่เย็นเยียบข้างใบหู
**"อย่าคิดว่าจะรอดถ้าทำตัวแบบนี้... ส่งตัวการที่อยู่เบื้องหลังมาให้หมด ไม่อย่างนั้น วิญญาณของคุณจะไม่ได้ผุดได้เกิดไปจนกว่าจะเคลียร์หนี้สินทั้งหมดในนรกภูมิซะ"**
ทว่า... ในวินาทีที่ปลายนิ้วของรินกำลังจะกดทะลวงผนึกสุดท้าย หน้ากากสีดำของผู้บงการเงากลับแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ เผยให้เห็นรอยยิ้มที่น่าขนลุกที่สุดเท่าที่รินเคยเห็นมา และเสียงกระซิบเบาๆ จากริมฝีปากของอีกฝ่ายก็ดังขึ้นก่อนที่ร่างนั้นจะสลายกลายเป็นกลุ่มควันสีดำสนิท...
*"สายไปแล้วล่ะ... ประตูนรกถูกเปิดออกตั้งแต่ก้าวแรกที่พวกแกเหยียบเข้ามาในโรงเรียนนี้แล้ว"*
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนจากระบบลึกลับดังขึ้นก้องอยู่ในโสตประสาทของริน พร้อมกับหน้าต่างโปร่งแสงสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศตรงหน้า
**[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการปลุกพลังงานระดับ SSS - 'ประตูมิติยมโลก' กำลังเปิดออก 100%]**
**[ภารกิจฉุกเฉิน: เอาชีวิตรอดจากการรุกรานของกองทัพวิญญาณอาฆาตภายในเวลา 10 นาที]**
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปมปริศนานี้ไปด้วยกันนะครับ
มูเตลูฉบับตัวตึง ตรวจดวงชะตาแล้วทำไมต้องเจอคุณล่ะ•ตอนที่ 19
อย่าคิดว่าจะรอดถ้าทำตัวแบบนี้
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มูเตลูฉบับตัวตึง ตรวจดวงชะตาแล้วทำไมต้องเจอคุณล่ะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!