"หมอบลงครับอาคิราห์!"
เสียงตะโกนของรินไม่ได้มีความลังเลแม้แต่น้อย ในเสี้ยววินาทีที่เงาดำมหึมาคล้ายอสุรกายสวมชฎาโบราณเงื้อมมือตบลงมา อากาศรอบตัวก็บิดเบี้ยวจนเกิดเสียงกรีดแหลมราวกับกระจกแตกร้าว รินคว้าคอเสื้อของรองประธานนักเรียนผู้เงียบขรึมแล้วกระชากลงต่ำจนศีรษะเกือบชิดพื้น แรงปะทะจากอาคมมืดพัดผ่านเส้นผมของพวกเขาไปจนเกิดรอยไหม้จางๆ บนผนังห้องเก็บของเก่า
กลิ่นอายความตายและคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ แท่นบูชาไม้สักทองที่เคยตั้งตระหง่านบัดนี้แตกละเอียดเป็นผุยผง ดวงตาสีแดงฉานคู่นั้นไม่ได้มีสติปัญญาของมนุษย์หลงเหลืออยู่เลย มันคือจิตอาฆาตบริสุทธิ์ที่ถูกสะสมมานานนับร้อยปีเพื่อรอเวลาสวาปามวิญญาณดวงใหม่
อาคิราห์กัดฟันแน่น มือข้างหนึ่งกำด้ามไม้บรรทัดเหล็กที่พกติดตัวไว้แน่นจนข้อต่องอขาวโพลน แม้ในยามวิกฤต สายตาคมกริบของเขากลับกวาดมองประเมินสภาพแวดล้อมอย่างรวดเร็ว ไม่มีเสียงกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนก มีเพียงลมหายใจที่ผ่อนเข้าออกอย่างเป็นจังหวะตามสัญชาตญาณของสายเลือดผู้ปราบปีศาจที่กำลังตื่นขึ้น
"มันไม่ใช่แค่ผีเร่ร่อนทั่วไป" อาคิราห์เอ่ยเสียงต่ำ ร่างกายขยับมาบังด้านข้างให้รินโดยสัญชาตญาณ "อักขระบนตัวมัน... เป็นยันต์ตรึงวิญญาณสายมารโบราณ ใครบางคนจงใจใช้ที่นี่เป็นคุกมืดเพื่อเลี้ยงมันไว้"
รินไม่ตอบคำถามนั้นทันที เด็กหนุ่มในร่างดวงตกยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม ดวงตาคมปลาบหรี่ลงมองตรงไปยังร่างมหึมาที่กำลังรวบรวมพลังเพื่อโจมตีระลอกที่สอง ภายในหัวของอดีตหมอผีอัจฉริยะกลไกการคำนวณกำลังหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง
*พลังวิญญาณในตัวเราตอนนี้เหลือไม่ถึงสามส่วน อาคิราห์เพิ่งเริ่มปลุกพลังสายเลือด ยังควบคุมมันไม่ได้... ถ้าปะทะกันตรงๆ มีแต่ตายกับตาย*
รินสูดหายใจเข้าลึก ภายในห้วงจิตใต้สำนึก เสียงแจ้งเตือนที่คุ้นเคยดังขึ้นในหัวราวกับเยาะเย้ยชะตากรรม
[ ติ๊ง! ตรวจพบสถานการณ์วิกฤตระดับ A ]
[ เงื่อนไขการปลุกพลัง "เนตรวิญญาณ" สำเร็จ 98%... 99%... ]
"ให้ตายสิ... ชอบบังคับกันอยู่เรื่อย" รินบ่นพึมพำกับตัวเองด้วยรอยยิ้มหยัน ก่อนจะหลับตาลงตั้งสมาธิท่ามกลางเสียงคำรามกึกก้องของอสุรกาย
ในโลกของไสยเวท การมองเห็นไม่ได้จำกัดอยู่แค่การใช้สายตาเนื้อ แต่คือการเปิดประสาทสัมผัสรับคลื่นความถี่ของพลังงานที่ซ่อนอยู่ใต้เปลือกโลก รินถ่ายเทลมปราณที่เหลืออยู่ทั้งหมดมารวมไว้ที่เปลือกตา ความรู้สึกร้อนผ่าวราดรดลงมาดั่งเปลวไฟ จนกระทั่งเขารู้สึกเหมือนเส้นประสาทในดวงตากำลังขยายตัวออก
เมื่อรินลืมตาขึ้นอีกครั้ง โลกใบเดิมก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ความมืดมิดในห้องเก็บของไม่ได้มืดสนิทอีกต่อไป ร่องรอยของอาคมสีดำทมิฬปรากฏขึ้นเป็นเส้นสายโยงใยราวกับใยแมงมุมขนาดยักษ์ พุ่งตรงมาจากมุมอับของห้องใต้ดิน ทะลุกำแพงปูนซีเมนต์ และฝังรากลึกEอยู่ใจกลางอกของอสุรกายตนนั้น เส้นสายเหล่านี้คือ "สายสะดืออาคม" ที่คอยสูบพลังงานจากภายนอกมาหล่อเลี้ยงมัน
"เจอจุดอ่อนแล้วครับ" รินพูดลอดไรฟัน ดวงตาข้างขวาที่เปลี่ยนเป็นสีทองประกายจางๆ สะท้อนภาพโครง3มิติของค่ายกลมารได้อย่างชัดเจน "อาคิราห์ ซ้ายมือหกสิบองศา... ใช้สันไม้บรรทัดกระแทกเข้าที่รอยต่อระหว่างกำแพงกับเสาไม้เก่าตรงนั้น เดี๋ยวนี้!"
แม้จะฉงนกับคำสั่งที่กะทันหัน แต่อาคิราห์ไม่มีเวลาลังเล ร่างสูงโปรดพุ่งตัวออกไปราวกับลูกธนู มือที่กำไม้บรรทัดเหล็กฟาดลงไปยังจุดที่รินระบุด้วยพละกำลังทั้งหมดที่อัดแน่นด้วยสายเลือดตระกูลโบราณ
*เปรี้ยง!*
ประกายไฟสีฟ้าสว่างวาบขึ้นพร้อมกับเสียงคำรามโหยหวนของอสุรกาย เมื่อเสาไม้เก่าถูกทำลาย เส้นใยอาคมสีดำที่เคยเชื่อมต่ออยู่ก็ขาดผึ่งลงทันที ร่างมหึมาที่เคยน่าเกรงขามสั่นสะท้าน ดวงตาสีแดงฉานหรี่แสงลงอย่างรวดเร็ว พลังงานที่พวยพุ่งเมื่อครู่ลดฮวบลงครึ่งหนึ่งในพริบตา
รินไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือ นิ้วเรียวยาววาดอักขระกลางอากาศอย่างรวดเร็ว พลังวิญญาณถูกบีบอัดจนกลายเป็นลูกแก้วแสงสีขาวนวล ก่อนจะซัดตรงเข้ากลางหน้าผากของอสุรกาย
"กลับไปอยู่ในที่ที่แกควรอยู่ซะ!"
ร่างของอสุรกายสวมชฎาโบราณกรีดร้องเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะสลายกลายเป็นควันสีดำแล้วจางหายไปในอากาศ เหลือไว้เพียงความเงียบงัดและฝุ่นละอองที่ลอยเค្វ้งในแสงสลัว
อาคิราห์ยืนหอบหายใจเล็กน้อย ร่างกายรู้สึกอ่อนล้าจากการใช้พลังที่เพิ่งตื่นขึ้นเป็นครั้งแรก เขาหันมามองเพื่อนร่วมชั้นที่ตอนนี้ทรุดตัวลงนั่งพิงชั้นวางของ ใบหน้าซีดเซียวแต่แววตากลับเป็นประกายด้วยความสำเร็จ
"นาย... ทำได้ยังไง?" อาคิราห์ถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความทึ่ง
"เรียกว่าพรสวรรค์... หรือเวรกรรมที่ใช้ไม่หมดดีล่ะครับ" รินยิ้มแห้งๆ พยายามพยุงตัวลุกขึ้น แต่ทว่า ก่อนที่ทั้งคู่จะได้พักหายใจ เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่เงียบหายไปนานก็ดังขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นกว่าเดิม
[ ติ๊ง! ยินดีด้วย ผู้ใช้ปลุก "ทักษะเนตรวิญญาณระดับเริ่มต้น" สำเร็จ ]
[ ตรวจพบคลื่นพลังงานแปลกปลอมระดับ SSS แทรกซึมเข้ามาในเขตโรงเรียน ]
[ คำเตือน: เป้าหมายที่ท่านเพิ่งกำจัดเป็นเพียง "ร่างเงา" ของผู้ดูแลค่ายกล ตัวจริงกำลังรอต้อนรับพวกท่านอยู่ที่... ]
เสียงระบบตัดขาดหายไปดื้อๆ พร้อมกับหลอดไฟนีออนบนเพดานที่กระพริบถี่รัว ก่อนจะดับวูบลงทั้งหมด เหลือเพียงความมืดสนิทที่โรยตัวลงมาปกคลุม และเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนกำลังก้าวขึ้นบันไดทีละขั้น... มุ่งตรงมายังห้องเก็บของแห่งนี้
ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมผจญภัยไปกับมิตรภาพบทใหม่นี้นะครับ
มูเตลูฉบับตัวตึง ตรวจดวงชะตาแล้วทำไมต้องเจอคุณล่ะ•ตอนที่ 7
ทักษะเนตรวิญญาณระดับเริ่มต้น
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มูเตลูฉบับตัวตึง ตรวจดวงชะตาแล้วทำไมต้องเจอคุณล่ะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!