เสียงฝีเท้าคู่โตรangดังก้องสะท้อนไปตามขั้นบันไดปูนเปลือย ทุกย่างก้าวไม่ได้รีบร้อนแต่มันหนักแน่นและจงใจสร้างแรงกดดันทางจิตวิทยา ราวกับผู้มาเยือนต้องการให้เหยื่อในความมืดรับรู้ถึงความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาทีละนิด
"ถอยไป"
รินกระซิบเสียงลอดไรฟัน มือข้างหนึ่งคว้าแขนเสื้อของอาคิราห์เอาไว้แน่นจนเนื้อผ้าตึงเปรี๊ยะ ดวงตาคมกริบกวาดมองฝ่าความมืดภายในห้องเก็บของเก่า กลิ่นอับชื้นของกระดาษทรายและน้ำยาถูพื้นถูกแทนที่ด้วยกลิ่นเหม็นเน่าจางๆ ของซากสัตว์และกลิ่นอายไสยเวทสายดำที่คุ้นเคย ระบบในหัวของเขาตัดขาดการเชื่อมต่อไปตั้งแต่ตอนที่หลอดไฟกระพริบ นั่นหมายความว่าสถานการณ์ตรงหน้าอยู่นอกเหนือการควบคุมของระบบ และเขากำลังต้องเผชิญหน้ากับมันด้วยมันสมองและสองมือของตัวเองล้วนๆ
*แอ๊ด...*
บานประตูไม้เก่าถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ แสงจันทร์ยามค่ำคืนที่สาดส่องผ่านหน้าต่างบานเกล็ดด้านหลัง ทอดเงายาวเหยียดของใครบางคนทาบทับลงบนพื้นห้อง
เงาร่างนั้นไม่ใช่ภารโรงหรือนักเรียนเกเร แต่มันคือโครงกระดูกสวมชุดเครื่องแบบนักเรียนที่ถูกตรึงไว้ด้วยตะปูอาคมขนาดยาวบริเวณหัวไหล่และหน้าอก ดวงตาสองข้างถูกควักออกแล้วยัดด้วยดินอาถรรพ์สีดำสนิท ส่งเสียงหายใจฮืดฮาดราวกับหอบเอาไอความตายจากขุมนรกขึ้นมาด้วย
"ภูตรับใช้... ไม่สิ นี่มัน 'ผีเลี้ยง' สายต่ำ" รินประเมินสถานการณ์ด้วยความรวดเร็ว สมองทำงานประมวลผลอย่างฉับไว "มันไม่ได้ถูกปล่อยให้เร่ร่อนตามธรรมชาติ แต่มันมี 'เจ้าของ' คอยชักใยอยู่เบื้องหลัง"
อาคิราห์ขยับตัวเข้ามาขวางด้านหน้าโดยสัญชาตญาณ แม้ดวงตาจะเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก แต่สายเลือดผู้ปราบปีศาจที่หลับใหลอยู่ในกายกลับเริ่มตื่นตัวจนเกิดความร้อนผ่าวบริเวณฝ่ามือ ร่างสูงโปร่งของรองประธานนักเรียนกำหมัดแน่น พลังงานอุ่นร้อนแผ่ซ่านออกมาขับไล่ความหนาวเหน็บรอบตัว
"คุณริน... ข้างหลังคุณ!" อาคิราห์ตะโกนเตือนพร้อมกับพุ่งตัวเข้าไปคว้าคอเสื้อของรินให้หลบพ้นจากเงาดำที่พุ่งวาบเข้ามาจากเพดาน
*โครม!*
กรงเล็บสีดำสนิทตะปบเข้าใส่จุดที่รินยืนอยู่เมื่อเสี้ยววินาทีก่อน พื้นปูนแตกร้าวเป็นรอยลึก เศษปูนกระจายเกลื่อน รินกลิ้งตัวหลบไปอีกทางอย่างคล่องแคล่ว อาศัยจังหวะชุลมุนดึงยันต์กระดาษสีเหลืองหมึกแดงออกจากกระเป๋าเสื้อกั๊ก สะบัดข้อมือส่งมันออกไปด้วยความแม่นยำ
"อัคนีเบิกเนตร สยบมารร้าย!"
ยันต์กระดาษลุกไหม้กลายเป็นเปลวเพลิงสีฟ้าพุ่งเข้าใส่เงาดำที่ซ่อนอยู่บนขื่อหลังคา เสียงกรีดร้องโหยหวนดังสนั่นหวั่นไหว ร่างของภูตรับใช้ตนนั้นดิ้นพล่านด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะสลายกลายเป็นควันสีดำเหม็นไหม้
ทว่า... รินกลับไม่ได้มีสีหน้าโล่งอกเลยแม้แต่น้อย
"มันไม่ใช่แค่ตัวเดียว" รินกัดฟันกรวด ดวงตาหรี่ลงมองควันสีดำที่ลอยวนเวียนไปรวมกันที่มุมห้อง "ผีในโรงเรียนนี้ทั้งหมด... ถูกควบคุมด้วยอาคมชนิดเดียวกัน และคนที่ทำแบบนี้ได้ ต้องมีอำนาจพอที่จะเข้าถึง 'ศาลพระภูมิประจำโรงเรียน' ด้วย"
อาคิราห์หอบหายใจเบาๆ เหงื่อกาฬไหลซึมตามกรอบหน้าคมคาย เขามองรินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถาม "ศาลพระภูมิหลังโรงเรียนเหรอครับ? ที่นั่นมีอาจารย์ใหญ่คอยดูแลกุญแจและเครื่องเซ่นไหว้ไม่ใช่หรือไง"
"นั่นแหละคือปัญหา" รินลุกขึ้นปัดฝุ่นตามเสื้อผ้า สายตาคมมองตรงไปยังหน้าต่างที่มองเห็นเงาลางๆ ของศาลพระภูมิหลังตึกเรียนเก่า "สิ่งที่เรากำลังเจอ ไม่ใช่แค่นักเรียนเล่นของหรือวิญญาณอาฆาตทั่วไป แต่มี 'มนุษย์' ที่ใช้โรงเรียนนี้เป็นแหล่งเพาะ ฆ่า และควบคุมวิญญาณเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ทั้งสองคนต่างตระหนักดีว่าสถานการณ์ในตอนนี้เกินกว่าจะเรียกว่าคดีลี้ลับในรั้วโรงเรียนธรรมดาเสียแล้ว มันคือสงครามระหว่างความเป็นความตายที่มีชีวิตของนักเรียนนับพันคนเป็นเดิมพัน
"เราต้องไปที่นั่น" รินพูดเสียงเรียบแต่เด็ดเดี่ยว เดินนำหน้าไปที่ประตู "ไปดูให้เห็นกับตาว่าใครกันแน่ที่กล้าเล่นกับความตายใต้จมูกของพวกเรา"
ทั้งคู่ก้าวเดินออกจากห้องเก็บของ ลัดเลาะไปตามระเบียงทางเดินที่เงียบสงัด บรรยากาศรอบตัววังเวงจนได้ยินเพียงเสียงหัวใจของตนเองที่เต้นระรัว กระทั่งมาหยุดยืนอยู่หลังตึกเรียนเก่า บริเวณมุมอับที่ตั้งของ 'ศาลพระภูมิ' ประจำโรงเรียน ซึ่งสร้างขึ้นด้วยศิลาแลงโบราณขนาดใหญ่ ผิดแผกไปจากศาลพระภูมิโรงเรียนทั่วไปที่มักจะใช้วัสดุตื้นเขิน
แสงจันทร์สาดส่องลงมาทาบทับตัวศาล เผยให้เห็นรอยเลือดสีดำแห้งกรังที่ไหลนองอยู่รอบฐานศาล และสิ่งที่ไม่ควรอยู่ที่นั่น... คือร่างของใครบางคนกำลังคุกเข่าหันหลังให้พวกเขา
ร่างนั้นสวมเสื้อคลุมสีดำสนิท มือข้างหนึ่งถือกระถางธูปโบราณ กำลังพึมพำคาถาภาษาบาลีกลับหลังด้วยน้ำเสียงแหบพร่าชวนขนหัวลุก
รินหรี่ตามองแผ่นหลังนั้นอย่างพินิจพิเคราะห์ ก่อนที่ดวงตาจะเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อสังเกตเห็นเข็มกลัดประจำตำแหน่งที่ติดอยู่บริเวณปกเสื้อของบุคคลปริศนา
อาคิราห์ที่เดินตามมาข้างหลังสูดหายใจเข้าลึก
ทว่า ในวินาทีที่รินกำลังจะเอ่ยปากเตือนให้อีกฝ่ายระวังตัว บุคคลในชุดคลุมก็ค่อยๆ หันกลับมาอย่างช้าๆ พร้อมกับรอยยิ้มบิดเบี้ยวที่ฉีกกว้างจนถึงใบหู และดวงตาทั้งสองข้างที่กลายเป็นสีดำสนิทไร้แววตา
"ยินดีต้อนรับ... สู่บทเรียนสุดท้ายครับ"
เสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยทักทายดังขึ้นพร้อมกับแรงกดดันมหาศาลที่พุ่งเข้ากดทับร่างของรินและอาคิราห์จนทรุดฮวบลงกับพื้น และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง หน้าต่างระบบที่เคยดับวูบไปก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังลั่นในโสตประสาทของริน—
*[แจ้งเตือนระบบฉุกเฉิน: ตรวจพบตัวตนระดับภัยพิบัติ 'ผู้บงการเงา' — ปลดล็อกเงื่อนไขภารกิจลับ: เผชิญหน้ากับผู้สร้างคดี]*
*[คำเตือน: โอกาสรอดชีวิต 0.01% — กรุณาเตรียมรับมือการโจมตีทางจิตวิญญาณขั้นสูงสุด]*
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนากับความระทึกขวัญในบทนี้ด้วยกันนะครับ
มูเตลูฉบับตัวตึง ตรวจดวงชะตาแล้วทำไมต้องเจอคุณล่ะ•ตอนที่ 8
เบาะแสจากศาลพระภูมิหลังโรงเรียน
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มูเตลูฉบับตัวตึง ตรวจดวงชะตาแล้วทำไมต้องเจอคุณล่ะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!