"ถ้าคุณยังยืนเก๊กท่าแล้วทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อนอยู่แบบนี้ ผมเกรงว่าวิญญาณอาฆาตตนนั้นคงจะได้สิงร่างคุณจนพรุน ก่อนที่เราจะได้ตกลงเรื่องเงื่อนไขอะไรกันเสียอีกนะครับ"
น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่แฝงด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อยดังขึ้น ท่ามกลางความมืดสลัวของห้องเก็บอุปกรณ์หลังโรงเรียน กลิ่นอัปชื้นของกระดาษเก่าและฝุ่นละอองลอยคละคลุ้งตัดกับกลิ่นอายความเย็นเยือกของพลังงานวิญญาณที่แผ่ซ่านจนขนลุกชัน
รินในร่างเด็กหนุ่มดวงตกถอนหายใจยาวเหยียด เขาปรายตามองเพื่อนร่วมชั้นผู้เพียบพร้อมอย่างอาคิราห์ ที่เวลานี้กำลังยืนนิ่งสนิท ใบหน้าคมคายไร้ระลอกคลื่นความหวาดกลัว แม้ว่าเบื้องหน้าของพวกเขาคือกลุ่มก้อนควันสีดำสนิทที่กำลังก่อตัวเป็นรูปร่างของหญิงสาวผมยาว ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและดวงตาสีแดงก่ำ
รินย่อตัวลงเล็กน้อย จัดการม้วนกระดาษยันต์ในมือให้กระชับ ดวงตาคมกริบกวาดมองจุดอับสายตาของห้องเพื่อคำนวณทิศทางพลังงาน "อาคิราห์ คุณช่วยเลิกทำตัวเป็นพระเอกหนังแอคชั่นร้อยล้านแล้วฟังผมสักนิดได้ไหมครับ? อาคมตระกูลของคุณไม่ได้ตื่นขึ้นมาประดับบารมีเท่ๆ หรอกนะ อยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับวิญญาณอาฆาตตนนี้ไม่ใช่หรือไง ถ้าอยากรู้ความจริง คุณต้องลงมือช่วยผมปราบมันซะตอนนี้"
อาคิราห์ปรายตามองเด็กหนุ่มปากจัดที่ยืนอยู่ข้างกาย ดวงตาสีนิลคู่คมฉายแววครุ่นคิดชั่วครู่ ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะได้รูปจะยกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น
"เงื่อนไขที่คุณเสนอมาก่อนหน้านี้... ผมยังไม่ได้ตอบตกลงอย่างเป็นทางการเลยนะริน" อาคิราห์เอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ขณะที่ฝ่ามือหนาเริ่มมีประกายแสงสีทองจางๆ แผ่ซ่านออกมาโดยที่เจ้าตัวอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ "ทำไมผมต้องยอมแลกเปลี่ยนข้อมูลลับสุดยอดของตระกูล กับการร่วมมือกับหมอผีขี้เกียจที่เอาแต่บ่นเรื่องความเหนื่อยยากกันล่ะครับ?"
"เพราะถ้าคุณไม่ช่วย ผมก็จะปล่อยให้ผีตนนהนี้ฉีกกระชากวิญญาณคุณเป็นชิ้นๆ แล้วค่อยเก็บกวาดทีหลังไงครับ!" รินสวนกลับทันควัน ไร้ซึ่งความเกรงกลัวต่อบรรยากาศกดดันรอบตัว ใบหน้าหวานฉายแววเจ้าเล่ห์ "แต่ถ้าคุณยอมใช้พลังสายเลือดตระกูลผู้ปราบปีศาจของคุณ เปิดทางให้ผมเข้าไปซัดจุดตายของมัน เราก็จะวิน-วินทั้งคู่ คุณได้คำตอบที่คุณตามหา ผมได้งานที่จบไวแล้วกลับไปนอนซุกตัวใต้ผ้าห่มอุ่นๆ สรุป... จะเอาอย่างไรครับท่านรองประธานนักเรียนคนเก่ง?"
วิญญาณหญิงสาวเบื้องหน้ากรีดร้องโหยหวน คลื่นพลังงานสีดำทะตักพุ่งเข้าใส่ทั้งสองคนด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงหวีดหิวบาดแก้วหู
อาคิราห์หรี่ตาลง สัญชาตญาณดิบที่หลับใหลมานานนับปีตื่นตัวขึ้นฉับพลัน เขาก้าวขึ้นมาบังหน้าเด็กหนุ่มดวงตกไว้โดยสัญชาตญาณ ฝ่ามือที่เรืองแสงสีทองตวัดออกไปเบื้องหน้าปะทะกับไอความมืดอย่างจัง แรงปะทะทำให้ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วห้อง แต่ทว่าอาคมสีทองนั้นกลับขับไล่ความมืดมิดให้ถอยร่นไปได้ชั่วขณะ
"1 แต้มให้ความใจกล้าของคุณครับ" รินยิ้มกริ่ม ไม่รอช้าที่จะฉวยโอกาสนี้พุ่งตัวลอดผ่านแขนของอาคิราห์ นิ้วเรียวสะบัดยันต์ปราบมารออกไปสามทิศทาง ปักลงบนผนังห้องที่สอดรับกับจุดชีพจรพลังงานพอดิบพอดี "ตอนนี้แหละอาคิราห์! ตรึงมันไว้ตรงนั้น อย่าให้มันขยับ!"
อาคิราห์กัดฟันแน่น รวบรวมสมาธิทั้งหมดส่งผ่านพลังตระกูลที่เพิ่งตื่นขึ้น แสงสีทองสว่างวาบราวกับดวงอาทิตย์ย่อมๆ ก่อตัวเป็นโซ่ตรวนตรึงร่างวิญญาณอาฆาตเอาไว้จนขยับเขยื้อนไม่ได้ รินไม่รอช้า ท่องคาถาส3พยางค์ด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด มือปัดป่ายวาดลวดลายกลางอากาศก่อนจะฝ่ามือฟาดลงกลางหน้าผากของวิญญาณตนนั้น
"สงบจิตสงบใจแล้วกลับไปที่ที่ควรอยู่ซะนะครับ!"
*เปรี้ยง!*
แสงสว่างวาบสาดส่องไปทั่วห้อง ก่อนที่ทุกอย่างจะกลับคืนสู่ความเงียบสงบ กลิ่นอัปชื้นและไอเย็นยะเยือกจางหายไป เหลือเพียงเศษกระดาษยันต์ที่ไหม้เกรียมเป็นสีดำสนิทร่วงลงสู่พื้น อาคิราห์หอบหายใจถี่เล็กน้อย เม็ดเหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้าคมคาย ขณะที่รินยืนปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าด้วยท่าทางสบายใจเฉิบ ราวกับเพิ่งออกไปเดินซื้อขนมหน้าปากซอยไม่ใช่เพิ่งปราบผีระดับอาฆาตมา
รินหันกลับมามองคู่หูชั่วคราว ยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี "เห็นไหมครับ? ร่วมมือกับผมมีแต่ได้กับได้ ทีนี้... ถึงตาคุณทำตามสัญญาแล้วนะ รองประธานอาคิราห์"
อาคิราห์มองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก "คุณนี่มัน... เกินความคาดหมายจริงๆ นั่นแหละริน"
ในวินาทีที่อาคิราห์กำลังจะเอ่ยปากเปิดเผยความลับที่รินรอคอย เสียงแจ้งเตือนปริศนาที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นก้องอยู่ในโสตประสาทของรินคนเดียว ระบบพลังงานลึกลับที่เงียบหายไปนานจู่ๆ ก็กระพริบแสงสีแดงฉาน พร้อมกับข้อความตัวอักษรสีทองที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ
[แจ้งเตือนระบบภารกิจพิเศษ: ตรวจพบคลื่นพลังงานปริศนามุ่งตรงมายังพิกัดปัจจุบัน ระดับความอันตราย: SSS]
[คำเตือน: เป้าหมายที่ท่านเพิ่งปราบเป็นเพียง "เงาลวงตา" ของร่างจริงที่กำลังหลบซ่อนอยู่ และบอสลับตัวจริงได้ลืมตาตื่นขึ้นแล้ว ณ บัดนี้]
รินหุบยิ้มฉับพลัน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่พุ่งทะลุเพดานตึกเรียนลงมา ราวกับภูเขาคือกำลังทับถมลงบนบ่า และก่อนที่เขาจะได้เอ่ยปากเตือนอาคิราห์ เงาสองร่างที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายความตายก็ก้าวออกมาจากความมืดมิดของมุมห้อง พร้อมกับเสียงกระซิบเย็นเยียบที่ข้างหูของทั้งคู่
"พวกเจ้า... สนุกกันพอหรือยังล่ะ?"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนากับความระทึกขวัญในบทนี้ด้วยกันนะครับ
มูเตลูฉบับตัวตึง ตรวจดวงชะตาแล้วทำไมต้องเจอคุณล่ะ•ตอนที่ 9
เปิดเผยตัวตนไอ้ต้าวเด็กดื้อ
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มูเตลูฉบับตัวตึง ตรวจดวงชะตาแล้วทำไมต้องเจอคุณล่ะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!