มูเตลูฉบับตัวตึง ตรวจดวงชะตาแล้วทำไมต้องเจอคุณล่ะ•ตอนที่ 16

กลิ่นอายความตายในหอพักชาย

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
"นายแน่ใจนะว่านี่คือรอยสัญลักษณ์ของตระกูลที่หายสาบสูญไปเมื่อสิบปีก่อน ไม่ใช่รอยสักเฮนน่าเกรดต่ำที่พวกเด็กม.ปลายซื้อมาจากตลาดนัด?" เสียงทุ้มต่ำของอาคิราห์ดังขึ้นทำลายความเงียบในห้องพยาบาลยามวิกาล แสงไฟนีออนสีขาวนวลสะท้อนกับใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยความเคร่งเครียด ดวงตาคมกริบมองไปยังข้อมือขาวซีดของร่างไร้สติบนเตียง สลับกับใบหน้าของรินที่ตอนนี้กำลังนิ้วขมวดเข้าหากันจนแทบจะเป็นปม รินไม่ได้ตอบทันที เขาย่อตัวลงต่ำ ใช้ปลายนิ้วมือขวาแตะเบาๆ ลงบนรอยประทับสีดำสนิทที่มีลักษณะคล้ายดวงจันทร์เสี้ยวถูกหนามกุหลาบพันธนาการ ทันทีที่ผิวเนื้อสัมผัสกระแสพลังงานเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลกก็วิ่งพล่านขึ้นมาตามปลายนิ้ว จนร่างโปร่งต้องชักมือกลับตามสัญชาตญาณ ดวงตากลมโตฉายแวววับอย่างใช้ความคิด "ความเย็นระดับนี้... และไออาคมทมิฬที่หลงเหลืออยู่ มันไม่ใช่ของเล่นแน่นอนครับ อาคิราห์" รินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่จริงจังผิดจากยามปกติ "สัญลักษณ์นี้ถูกผนึกไว้ด้วยศาสตร์โบราณ มันคือตราประทับของ 'จันทราทมิฬ' ตัวจริงเสียงจริง... ตระกูลสายเลือดปราบปีศาจสายมืดที่หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย และที่สำคัญที่สุด แม่ของคุณ... ก็เคยมีรอยสักนี้ที่แผ่นหลัง" บรรยากาศในห้องพยาบาลพลันหนักอึ้งลงทันตา อาคิราห์นิ่งเงดไปชั่วขณะ ขากรรไกรขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน ความทรงจำในวัยเด็กที่เลือนรางเกี่ยวกับมารดาผู้ให้กำเนิดผุดขึ้นมาในหัว สมุดบันทึกเก่าๆ และกลิ่นอายความลับที่ถูกปิดตายมานานนับทศวรรษกำลังถูกรื้อฟื้นขึ้นด้วยเงื่อนงำจากร่างของเหยื่อรายนี้ ก่อนที่บทสนทนาอันตึงเครียดจะดำเนินไปมากกว่านั้น เสียงกรีดร้องโหยหวนราวกับคนสติหลุดก็ดังสนั่นมาจากระเบียงทางเดินด้านนอก ตามด้วยเสียงตึงตังและเสียงข้าวของหล่นกระแทกพื้นดังลั่น *กริ๊งงงงง—!* สัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินของหอพักชายดังสนั่นหวั่นไหว แสงไฟสีแดงฉานกะพริบถี่ๆ สาดส่องเข้ามาผ่านกระจกหน้าต่างห้องพยาบาล ย้อมบรรยากาศภายในให้กลายเป็นสีเลือด รินดีดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงในเสี้ยววินาที ไหวพริบของอดีตหมอผีอัจฉริยะทำงานทันทีโดยไม่ต้องมีใครสั่ง สัญชาตญาณบอกเขาว่าพลังงานด้านลบมหาศาลกำลังทะลักออกมาจากชั้นสามของหอพัก ซึ่งเป็นโซนห้องพักรวมของนักเรียน "ดูท่าทางค่ำคืนอันแสนสงบสุขของเราจะจบลงเร็วกว่าที่คิดนะครับ รองประธาน" รินหันไปยิ้มแห้งๆ ให้คู่หู แต่แววตากลับคมกริบราวกับใบมีด "ไปดูกันหน่อยไหมครับว่า ตัวตึงฝั่งไหนมันบัง-อาจมาสร้างความวุ่นวายในอาณาเขตของผม" อาคิราห์ไม่ตอบ แต่เขาเอื้อมมือไปหยิบกระบองอาคมเคลือบอักขระที่วางพิงผนังขึ้นมาถือไว้มั่น ดวงตาสสีเข้มหรี่ลงอย่างเตรียมพร้อม ทั้งสองก้าวออกจากห้องพยาบาลพร้อมกัน มุ่งตรงไปยังต้นตอของเสียงโกลาหลทันที เมื่อขึ้นมาถึงชั้นสาม กลิ่นอายความตายอันน่าสะอิดสะเอียนก็โชยปะทะจมูกทันที กลิ่นคาวเลือดผสมกับกลิ่นสาบสางของวิญญาณอาฆาตตลบอบอวลจนน่าคลื่นไส้ หลอดไฟนีออนตลอดแนวทางเดินกะพริบติดๆ ดับๆ ส่งเสียงฮัมต่ำๆ ชวนประสาทเสีย ผนังปูนสีขาวเริ่มมีคราบสีดำคล้ายยางไม้ไหลเยิ้มออกมา ราวกับตัวอาคารกำลังมีชีวิตและกำลังร้องด้วยความเจ็บปวด นักเรียนชายหลายคนวิ่งหนีตายสวนทางลงมาด้วยใบหน้าซีดเผือด บางคนล้มลุกคลานคลุกคลีด้วยความตื่นตระหนก "หนีไป! มันอยู่ในห้อง 304! มันฆ่า... มันกิน..." เสียงตะโกนขาดห้วงด้วยความหวาดกลัวสุดขีดของรุ่นน้องคนหนึ่งที่วิ่งผ่านหน้าไป ทำให้รินต้องเอื้อมมือไปคว้าไหล่รั้งตัวไว้อย่างรวดเร็ว "ตั้งสติก่อนครับน้อง เกิดอะไรขึ้นในนั้น?" รินถามด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิทและทรงพลังพอที่จะดึงสติเด็กหนุ่มผู้ขวัญหนีดีฝ่อได้ "เงา... เงาดำประหลาดครับ! มัน... มันดึงตัวพี่ท็อปจมหายเข้าไปในกำแพงห้อง! ผ… ผีหลอก! ผีหลอกที่ดึงคนเข้าไปในผนังห้องได้!" เด็กหนุ่มละล่ำละลักพูด ร่างกายสั่นเทาเหมือนลูกนกตกน้ำ ก่อนจะสะบัดตัววิ่งหนีหายลับไปทางบันไดหนีไฟ รินและอาคิราห์สบตากันเพียงเสี้ยววินาที ทั้งคู่พยักหน้ารับรู้โดยไม่ต้องเอ่ยคำพูดใดๆ เพิ่มเติม หน้าประตูห้อง 304 ป้ายเลขห้องบิดเบี้ยวผิดรูป รอยขูดขีดลึกน่ากลัวปรากฏอยู่รอบวงกบ ประตูไม้ปิดสนิทแต่มีไอความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมาจนเกิดเป็นเกล็ดน้ำแข็งบางๆ ที่พื้นหน้าห้อง รินสูดลมหายใจเข้าลึก ภาษามือโบราณถูกวาดขึ้นกลางอากาศเพื่อสร้างเขตอาคมคุ้ม องכרยุทธ์และการันตีความปลอดภัยเบื้องต้น อาคิราห์ยกกระบองอาคมขึ้นเตรียมพร้อม ร่างสูงใหญ่ขยับมายืนบังหน้าให้รินเล็กน้อยตามสัญชาตญาณการปกป้อง "ระวังตัวด้วยนะครับ อาคิราห์ สิ่งที่อยู่ข้างในไม่ใช่แค่สัมภเวสีเร่ร่อน แต่เป็นพลังงานระดับที่ถูกควบคุมด้วยอาคมขั้นสูง" รินเตือนเสียงเบา รินยกเท้าขึ้นถีบประตูไม้เข้าอย่างจัง! *โครม!* ประตูห้อง 304 พังทลายกระเด็นเข้าไปด้านใน ภาพแรกที่ปรากฏแก่สายตาคือห้องพักที่เต็มไปด้วยความยุ่งเหยิง ข้าวของกระจัดกระจาย หน้าต่างกระจกแตกละเอียดเพราะแรงดันอากาศ ทว่าสิ่งที่ตรึงสายตาของพวกเขาทั้งสองคนไว้ คือใจกลางห้องที่มีวงแหวนเวทสีเลือดขนาดใหญ่กำลังเปล่งแสงเรืองรอง และที่น่าตกใจยิ่งกว่า... บนผนังปูนทึบด้านในสุด ร่างของรุ่นพี่ท็อปกำลังจมดิ่งหายเข้าไปในเนื้อปูนครึ่งตัว ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด ดวงตาเบิกโพลงไร้ซึ่งแววตา มีเงาสสีดำทมิฬรูปร่างคล้ายมือมนุษย์นับสิบข้างกำลังดึงทึ้งร่างนั้นให้จมลงไปในความมืดมิด "ช่วย... ด้วย..." เสียงแหบพร่าสุดท้ายเล็ดลอดออกมาจากลำคอของเหยื่อ ก่อนที่ร่างนั้นจะถูกกลืนหายเข้าไปในผนังจนหมดสิ้น! *ฉ่า—!* เสียงคล้ายเนื้อถูกน้ำมันร้อนๆ ดังขึ้นพร้อมกับวงแหวนเวทกลางห้องที่หมุนวนด้วยความเร็วสูง ไอหมอกสีดำพวยพุ่งขึ้นมาราวกับปากทางนรก และจากใจกลางความมืดมิดนั้นเอง ร่างเงาของใครบางคนก็ก้าวเท้าเหยียบย่างออกมาอย่างเชื่องช้า เงาร่างนั้นสวมชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าซ่อนอยู่ภายใต้ฮู้ดกว้าง แต่สิ่งที่ทำให้รินถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ และทำให้อาคิราห์หยุดหายใจไปชั่วขณะ คือไออุ่นของพลังปราณที่แผ่ออกมา ร่างเงาหยุดยืนอยู่หน้ากองเลือด เงยหน้าขึ้นเผยให้เห็นรอยยิ้มเยือกเย็นที่มุมปาก พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่ดังก้องไปทั่วห้อง "ยินดีต้อนรับสู่บททดสอบ... ทายาทแห่งจันทราทมิฬ" รินหน้าถอดสีทันทีเมื่อตระหนักได้ว่า เป้าหมายที่แท้จริงของเหตุการณ์นี้ไม่ได้อยู่ที่การอาละวาดของวิญญาณเร่ร่อน แต่มันคือ "กับดัก" ที่จงใจล่อให้พวกเขาเดินเข้ามาติดบ่วง! ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมผจญภัยไปด้วยกันนะครับ --- เข็มทิศมองวิญญาณ
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มูเตลูฉบับตัวตึง ตรวจดวงชะตาแล้วทำไมต้องเจอคุณล่ะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%