มูเตลูฉบับตัวตึง ตรวจดวงชะตาแล้วทำไมต้องเจอคุณล่ะ•ตอนที่ 15

การเรียนเสริมหลังเลิกเรียน

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
"หยุดสั่น! ถ้ามือนายยังสั่นเหมือนเจ้าเข้าแบบนี้ ยันต์นั่นก็แค่เศษกระดาษเปื้อนหมึกราคาถูกเท่านั้นแหละ อาคิราห์!" เสียงตวาดของผมดังสะท้อนก้องห้องชมรมวิจัยลึกลับที่ปิดตาย รินในร่างเด็กหนุ่มเจ้าของฉายาอัจฉริยะผู้ขี้เกียจขมวดคิ้วแน่น มือข้างหนึ่งคว้าข้อมือของรองประธานนักเรียนหนุ่มที่กำลังพยายามสะบัดพู่กันเขียนอักขระเวทมนตร์ลงบนแผ่นกระดาษสา อาคิราห์หอบหายใจถี่ เหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายตามกรอบหน้าคมสัน เขาจ้องมองหมึกสีชาดที่หยดลงมาเป็นทางอย่างไม่ตั้งใจ ก่อนจะเงยหน้าสบตากับผม แววตาของเขามีความสับสนปนเปอยู่ลึกๆ "มันยากกว่าที่คิดนะริน... ฉันรู้สึกเหมือนมีบางอย่างในกระแสเลือดมันคอยจะต้านแรงดึงดูดของพลังอยู่ตลอดเวลา" "นั่นเพราะนายกำลังพยายาม 'บังคับ' มัน แทนที่จะ 'สื่อสาร' กับมัน" ผมถอนหายใจพลางขยับเข้าไปใกล้ กลิ่นหอมจางๆ ของไม้กฤษณาและกลิ่นอายคุกรุ่นของไสยเวทลอยอบอวลอยู่รอบตัวเรา "หลับตาลง หายใจเข้าลึกๆ อย่าเพิ่งคิดถึงเรื่องเสียงเคาะประตูที่หน้าบ้านนายเมื่อคืน ลืมความกลัวพวกนั้นไปซะ" อาคิราห์นิ่งไปครู่หนึ่ง เขายอมหลับตาลงตามคำสั่ง สภาพแวดล้อมรอบตัวดูเหมือนจะเงียบงันจนได้ยินเสียงหัวใจเต้น รินขยับตัวไปยืนซ้อนด้านหลัง มือที่เคยดูขี้เกียจกอบกุมมือของอีกฝ่ายไว้อย่างมั่นคง ผมถ่ายทอดกระแสพลังเวทบางส่วนผ่านปลายนิ้วเข้าไปยังชีพจรของเขา "มองเห็นไหม... ไม่ใช่ด้วยตาเนื้อ แต่ด้วย 'สัมผัสที่หก'" ผมกระซิบข้างหูเขา "กระแสพลังที่ไหลเวียนอยู่ในอากาศนั่นน่ะ มันไม่ได้เป็นศัตรูกับนาย แต่มันคือส่วนหนึ่งของวงศ์ตระกูลที่นายพยายามจะปฏิเสธมาตลอด" ในเสี้ยววินาทีนั้น อักขระบนกระดาษเริ่มเรืองแสงสีทองจางๆ อุณหภูมิในห้องลดฮวบลงจนเกิดไอเย็นจางๆ รอบตัวพวกเรา นี่ไม่ใช่แค่การฝึกเวทพื้นฐาน แต่มันคือการปลุกสิ่งที่หลับใหลอยู่ในสายเลือดของผู้ปราบปีศาจให้ตื่นขึ้นมาเผชิญหน้ากับความจริง อาคิราห์ลืมตาขึ้น ดวงตาสีเข้มของเขาวาวโรจน์ด้วยประกายแสงแปลกประหลาดที่ดูไม่ใช่มนุษย์ปกติ เขาหันขวับมามองผม พลันนั้นเอง ความกดอากาศในห้องก็พุ่งสูงขึ้นจนหน้าต่างกระจกสั่นสะเทือน "ริน... ถ้าสิ่งที่เคาะประตูเมื่อคืนไม่ใช่แม่ของฉัน... แล้วมันคืออะไร?" เสียงของเขาต่ำและสั่นเครือ แต่มันเปี่ยมไปด้วยอำนาจที่แม้แต่ตัวผมยังต้องขยับถอยหลังออกมาหนึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ ผมแค่นยิ้มบางๆ พลางหยิบสมุดบันทึกเล่มเก่าออกมาจากกระเป๋าเสื้อ "นั่นคือบทเรียนถัดไปที่คุณต้องเรียนรู้ครับรองประธาน... แต่ก่อนจะถึงตอนนั้น เราคงต้องมีแขกไม่ได้รับเชิญมาทักทายกันก่อนแล้วล่ะ" ทันใดนั้นเอง บานประตูห้องชมรมที่ล็อกแน่นหนาด้วยอาคมชั้นสูงกลับค่อยๆ แง้มออกช้าๆ พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังลากผ่านพื้นไม้ด้านนอก ราวกับใครบางคนที่มีร่างกายน่าสยดสยองกำลังลากอะไรบางอย่างเข้ามาด้วย อาคิราห์กระชับยันต์ในมือแน่น ประกายไฟสีฟ้าแลบแปลบปลาบออกมาจากปลายนิ้วของเขา "เตรียมตัวให้ดี" ผมเอ่ยเสียงเรียบพลางควักมีดอาคมเล่มจิ๋วออกมา "เพราะสิ่งที่จะก้าวผ่านธรณีประตูเข้ามาในวินาทีนี้... ไม่ใช่ผีตายโหงธรรมดา แต่มันคือ 'ผู้ส่งสาร' จากนรกขุมที่ลึกที่สุด" ประตูเปิดกว้างออกอย่างแรงจนบานพับพังทลาย สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าไม่ใช่คน แต่มันคือเงาร่างที่บิดเบี้ยวคล้ายร่างของหญิงสาวที่คุ้นตา ทว่าใบหน้าของเธอกลับกลายเป็นรอยฉีกขาดที่มองเห็นฟันนับร้อยซี่เรียงรายกันอยู่ภายใน มือของมันชี้ตรงมาที่อาคิราห์ ก่อนที่เสียงแหบพร่าดุจเสียงกรีดร้องของโลหะจะดังขึ้น "ลูกรัก... ถึงเวลาจ่ายดอกเบี้ยด้วยชีวิตแล้ว..." รินเบิกตากว้างเมื่อเห็นสัญลักษณ์บางอย่างประทับอยู่บนข้อมือของร่างนั้น มันคือตราประทับแห่งตระกูล 'จันทราทมิฬ' ตระกูลเดียวกับแม่ของอาคิราห์ที่สาบสูญไปนานกว่าสิบปี! ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของ "เข็มทิศมองวิญญาณ" มาโดยตลอดนะครับ!
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มูเตลูฉบับตัวตึง ตรวจดวงชะตาแล้วทำไมต้องเจอคุณล่ะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%