"ถ้าขยับอีกแค่มิลลิเมตรเดียว หัวกบาลของนายคงได้ไปทักทายยมบาลก่อนจะได้กลับไปกินชาบูเย็นนี้แน่ อาคิราห์"
เสียงหอบหายใจอย่างหนักหน่วงดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องใต้ดินกลิ่นอับชื้น รินทรุดตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้นปูนเย็นเฉียบ สภาพของเด็กหนุ่มผู้ประกาศตัวว่าเป็นอดีตหมอผีอัจฉริยะในตอนนี้ดูไม่จืด เสื้อนักเรียนสีขาวมีรอยขาดวิ่นจากการปะทะกับไออาคมสีดำทะมึนเมื่อครู่ เหงื่อกาฬไหลซึมเต็มกรอบหน้าคมคาย ดวงตาเรียวรีที่มักฉายแววเกียจคร้านและติดจะกวนประสาทในยามปกติ ตอนนี้กลับเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกที่ยังจางหายไม่หมด
ร่างสูงโปร่งของอาคิราห์ยืนนิ่งค้างอยู่ในท่าทางที่เพิ่งเหวี่ยงแขนปัดกระบะทนต์อาคมออกไปพ้นรัศมีอันตราย ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นทรงเหลี่ยมมองตรงไปยังจุดที่ไสยดำเมื่อครู่เพิ่งมลายหายไป แผ่นอกของรองประธานนักเรียนกระเพื่อมขึ้นลงถี่รัว แม้ภายนอกเจ้าตัวจะพยายามรักษามาดนิ่งขรึมไว้แค่ไหน แต่ปลายนิ้วที่กำยันต์กระดาษสาจนยับยู่ยี่ก็สั่นเทาเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด
นี่ไม่ใช่การปราบภูตผีธรรมดา... แต่เป็นอาคมสายมืดระดับสูงที่ถูกตั้งค่าไว้เพื่อเอาชีวิตผู้บุกรุกโดยเฉพาะ
"นาย..." อาคิราห์เปล่งเสียงออกมาแหบพร่า ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น ก่อนจะหันมามองเด็กหนุ่มที่นั่งแปะอยู่กับพื้น "เมื่อกี้... นายคำนวณองศาของอักขระผิดไปสามองศาใช่ไหมริน"
"เฮ้ๆ อย่ามากล่าวหากันโต้งๆ แบบนั้นนะคุณรองประธาน" รินรีบดีดตัวลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นตามกางเกงกลบเกลื่อนความอาย แม้ใบหน้าจะยังซีดเซียวอยู่บ้างก็ตาม "ถ้าฉันคำนวณผิดพลาด ป่านนี้เราคงได้กลายเป็นโกโก้ครั้นช์คาห้องใต้ดินนี่ไปแล้วต่างหากเล่า! เรียกว่าไหวพริบเฉพาะหน้าเป็นเลิศต่างหากถึงจะถูก"
ปากก็เถียงกลบเกลื่อนไปอย่างนั้นเอง แต่ในใจของรินกลับเต้นระรัวราวกับตีกลองเพล ระบบพลังปราณและเนตรญาณที่หมุนวนอยู่ในร่างกำลังส่งเสียงเตือนระรัวเป็นสัญญาณสีแดงฉาน ความเหนื่อยล้าจากการรีดเร้นพลังวิญญาณเกือบทั้งหมดออกไปในคราวเดียวทำให้ขาของเขาสั่นพับๆ แต่อาศัยฟอร์มความเป็น 'ตัวตึง' ค้ำคอไว้จึงไม่ยอมทรุดลงไปให้เสียหน้า
อาคิราห์ถอนหายใจยาวเหยียด ยอมรับความจริงในใจว่าหากไม่มีสติปัญญาและความสามารถในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างเหลือเชื่อของคนตรงหน้า เขากับรินคงไม่รอดพ้นจากกับดักไสยเวทเมื่อครู่เป็นแน่ แววตาที่มองเด็กหนุ่มจึงเจือความรู้สึกบางเบาที่ยากจะอธิบาย—มันคือความไว้วางใจที่ก่อตัวขึ้นทีละน้อยท่ามกลางความเป็นความตาย
"สภาพนายดูไม่ค่อยจืดเลยนะ ริน" อาคิราห์เอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแฝงรอยยوมจางๆ ที่มุมปากอย่างหาได้ยาก
"พูดมากน่า ช่วยพยุงคนเจ็บหน่อยสิครับคุณชาย ผมใช้พลังงานสมองไปเยอะจนน้ำตาลในเลือดตกหมดแล้วเนี่ย" รินบ่นกระปอดกระแปดพลานยื่นแขนไปให้อาคิราห์ช่วยพยุง แม้ปากจะบอกว่าเกียจคร้าน แต่บรรยากาศตึงเครียดรอบตัวก็ค่อยๆ ผ่อนคลายลงด้วยจังหวะก้าวอันมั่นคงของมิตรภาพที่ผ่านการพิสูจน์ในสนามรบแห่งความตายมาด้วยกันหมาดๆ
ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะก้าวถอยหลังเพื่อออกจากห้องใต้ดินแห่งนี้ สายตากลับกวาดไปสะดุดเข้ากับบางสิ่งบริเวณฐานแท่นบูชาเก่าแก่ที่ถูกแรงระเบิดจากอาคมเมื่อครู่ซัดจนเศษปูนกระเด็นหลุดร่อน
รินชะงักกึก รอยยิ้มกวนประสาทบนใบหน้าเลือนหายไปในเสี้ยววินาที
"เดี๋ยวก่อน อาคิราห์... หยุดก่อน"
เสียงทุ้มที่เปลี่ยนเป็นจริงจังในทันทีทำให้อาคิราห์หยุดฝีเท้าลงทันוםควัน รองประธานนักเรียนหันกลับมามองตามปลายนิ้วของรินที่ชี้ไปยังซอกมุมมืดทึบใต้แท่นบูชา ซึ่งบัดนี้ปรากฏร่องรอยบางอย่างที่ถูกซ่อนเร้นไว้ด้วยคาถาลวงตาชั้นยอด
มันไม่ใช่รอยแตกหักจากแรงระเบิดทั่วไป... แต่เป็น "รอยประทับตราต้องห้าม" สีดำสนิทที่ฝังลึกลงไปในเนื้อปูน ลักษณะคล้ายรูปดวงตาที่กรีดร้องด้วยความเจ็บปวด รอบๆ ดวงตานั้นมีอักขระโบราณภาษาขอมโบราณบิดเบี้ยวล้อมรอบ ส่งไอความมืดมนและกลิ่นอายความอาฆาตมาดร้ายออกมาจางๆ จนบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงอย่างฉับพลัน
รินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตาคู่คมจ้องเขม็งไปยังรอยประทับนั้นด้วยความรู้สึกที่ชาวเน็ตสายมูเรียกว่า "ขนหัวลุกถึงขั้วกระดูก"
ในฐานะอดีตหมอผีอัจฉริยะ เขาจำสัญลักษณ์นี้ได้แม่นยำ มันคือตราผนึกของ "สำนักเงาโลหิต" สำนักนอกรีตที่ถูกกวาดล้างไปเมื่อสิบปีก่อน และการที่มันมาปรากฏอยู่ที่นี่... หมายความว่าเรื่องราวทั้งหมดที่พวกเขากำลังสืบสวนอยู่ ไม่ใช่แค่คดีอาชญากรรมหรือความแค้นส่วนตัวธรรมดาเสียแล้ว
อาคิราห์ขมวดคิ้วแน่นเมื่อสัมผัสได้ถึงกระแสพลังงานประหลาดที่แผ่ออกมาจากรอยตรานั้น สายเลือดผู้ปราบปีศาจในกายเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้งโดยไม่ต้องมีใครกระตุ้น "รอยนี่มัน... อะไรกัน ริน?"
รินยังไม่ทันได้เอ่ยปากตอบคำถาม เสียงแจ้งเตือนจากระบบเนตรญาณที่เงียบหายไปนานก็ดังขึ้นในหัวของเขาอย่างกะทันหัน พร้อมกับข้อความตัวอักษรสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศเบื้องหน้า
[แจ้งเตือนระบบ: ค้นพบรอยประทับตราต้องห้ามแห่งสภาวะ "ทวารมรณะ"]
[คำเตือน: วัตถุเป้าหมายถูกตั้งเวลาทำงานอัตโนมัติ เงื่อนไขการปลดปล่อยกำลังจะเริ่มต้นในอีก...]
เด็กหนุ่มเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม
"อาคิราห์... วิ่ง!!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาร่วมกับความระทึกขวัญในบทนี้ด้วยกันนะครับ
มูเตลูฉบับตัวตึง ตรวจดวงชะตาแล้วทำไมต้องเจอคุณล่ะ•ตอนที่ 12
เกือบไปแล้ว... หัวใจจะวาย
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มูเตลูฉบับตัวตึง ตรวจดวงชะตาแล้วทำไมต้องเจอคุณล่ะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!