กลิ่นอายของสนิมเหล็กและธูปโบราณที่ลอยอลวนอยู่ในห้องเก็บของเก่าหลังโรงเรียน ไม่ได้ทำให้รินรู้สึกผ่อนคลายขึ้นเลยแม้แต่น้อย
"ถ้าคุณยังเอาแต่กอดอกทำหน้าเบื่อโลกแบบนั้น รอยประทับบนโต๊ะกรรมการนักเรียนคงไม่ลุกขึ้นมาเฉลยปริศนาให้เราเองหรอกนะครับ"
อาคิราห์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย นัยน์ตาสีเข้มมองเด็กหนุ่มรุ่นน้องที่กำลังทิ้งตัวพิงกองลังกระดาษอย่างหมดอาลัยตายอยาก รินถอนหายใจยาวเหยียดจนผมหน้าม้าสีดำปลิวไสว ดวงตากลมโตฉายแววเจ้าเล่ห์แต่ก็แฝงความเหนื่อยล้าจากการอดนอนติดต่อกันมาสามคืนเต็ม
"พี่ชาย... ผมเป็นแค่นักเรียนทุนที่ดวงตกจนต้องมารับจ้างปราบผีแก้ขัดนะ ไม่ใช่หน่วยสืบสวนพิเศษแห่งชาติที่จะต้องมานั่งแกะรอยคำสาปโบราณทุกครั้งที่มีคนจัดงานโรงเรียน" รินบ่นอุบอิบ มือเรียวหยิบแท่งช็อกโกแลตขึ้นมาแกะกินแก้เครียด "แล้วอีกอย่าง รอยประทับที่พบบนเวทีคอนเสิร์ตวันนั้น มันไม่ใช่รอยไสยเวทธรรมดา แต่มันคือ 'ยันต์ตรึงวิญญาณสามภพ' ของจริง ที่ถูกดัดแปลงให้กลายเป็นกับดักดูดพลังชีวิต"
บรรยากาศในห้องเงียบลงชั่วขณะ อาคิราห์ขยับแว่นสายตาเล็กน้อย ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้แล้วยื่นแฟ้มเอกสารเก่าคร่ำครึที่เพิ่งไปค้นมาจากห้องทะเบียนของโรงเรียนให้ รินรับมาเปิดดูอย่างเสียไม่ได้ แต่เพียงแค่กวาดสายตาผ่านหน้าแรก ประกายตาขี้เกียจของอดีตหมอผีอัจฉริยะก็เปลี่ยนเป็นความจริงจังขึ้นมาทันที
"นี่มัน..." รินพึมพำ ชื่อของอดีตประธานนักเรียนเมื่อสปีชีส์ที่แล้วปรากฏหราอยู่บนเอกสาร พร้อมกับบันทึกการหายตัวไปอย่างปริศนาเมื่อสิบปีก่อน
"ใช่ครับ" อาคิราห์ต่อบทสนทนาด้วยน้ำเสียงที่ลดระดับลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ "และถ้าคุณสังเกตดีๆ รอยประทับที่คุณเจอในงานโรงเรียนเมื่อวานนี้ มีลายเส้นเดียวกันกับแฟ้มคดีนี้ไม่มีผิดเพี้ยน เหมือนกับว่า... เจ้าของรอยประทับนั้นกำลังกลับมาทวงบางสิ่งบางอย่าง"
รินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความง่วงงุนหายเป็นปลิดทิ้ง ไหวพริบและสัญชาตญาณของหมอผีหนุ่มถูกปลุกเร้าผ่านระบบพลังในร่างกายที่เริ่มสั่นไหวเบาๆ เขารู้ดีว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และหากปล่อยไว้ โรงเรียนแห่งนี้อาจกลายเป็นทุ่งสังเวยวิญญาณขนาดใหญ่ในคืนวันเพ็ญที่จะถึงนี้
"น่าสนใจ..." มุมปากของรินกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย แม้สถานการณ์จะคับขันแต่แววตากลับเปล่งประกายความท้าทาย "ในเมื่ออยากเล่นซ่อนหากับผีรุ่นพี่นัก งั้นเราก็คงต้องจัดให้สมเกียรติหน่อยแล้วล่ะครับรุ่นพี่อาคิราห์"
ทันใดนั้นเอง ไฟนีออนบนเพดานห้องเก็บของเก่าก็กะพริบถี่รัวก่อนจะดับวูบลง ความมืดมิดเข้าปกคลุมรอบตัวในเสี้ยววินาที พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก—ไม่ใช่เสียงฝีเท้าของคนเป็นอย่างแน่นอน แต่เป็นเสียงลากโซ่ตรวนที่ดังสะท้อนก้องกังวานเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนขนหัวลุกชัน
อาคิราห์เอื้อมมือมาคว้าไหล่รินไว้โดยสัญชาตญาณ พร้อมกับพลังสายเลือดผู้ปราบปีศาจในกายที่ตื่นตัวขึ้นอย่างรุนแรงจนเกิดประกายแสงสีทองจางๆ รอบตัว ทั้งสองคนยืนนิ่งคุมเชิงท่ามกลางความมืด ก่อนที่ประตูห้องเก็บของจะค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงลมประหลาด พร้อมกับร่างเงาดำทมิฬรูปร่างสูงใหญ่ที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยประทับเรืองแสงสีเลือดบนหน้าอก—และเสียงกระซิบอันเย็นเยียบที่ดังขึ้นข้างหูของรินว่า *"เจอตัว... แล้ว..."*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามการไขปมลี้ลับในบทนี้ด้วยกันนะครับ
มูเตลูฉบับตัวตึง ตรวจดวงชะตาแล้วทำไมต้องเจอคุณล่ะ•ตอนที่ 13
รอยประทับแห่งคำสาป
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มูเตลูฉบับตัวตึง ตรวจดวงชะตาแล้วทำไมต้องเจอคุณล่ะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!