มูเตลูฉบับตัวตึง ตรวจดวงชะตาแล้วทำไมต้องเจอคุณล่ะ•ตอนที่ 2

หน้าต่างระบบแจ้งเตือนภารกิจ!

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
"ถ้าคุณยังก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ผมจะถือว่านั่นคือการประกาศสงครามกับห้องสภานักเรียน... และกับตัวผมเอง" เสียงทุ้มต่ำแต่ราบเรียบจนเย็นเยียบดังขึ้นจากกรอบประตูไม้สักเก่าคร่ำคร่า รินไม่จำเป็นต้องหันกลับไปมองด้วยซ้ำ เขารู้สึกได้ถึงไอเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านเข้ามาในห้องเก็บของร้างหลังอาคารเรียน กลิ่นอายเฉพาะตัวที่ผสมผสานระหว่างกลิ่นกระดาษโบราณกับสนิมเหล็กจางๆ ลอยคละคลุ้งมาแตะจมูก เป็นเอกลักษณ์ที่ชัดเจนเสียยิ่งกว่าลายมือ อาคิราห์ยืนอยู่ตรงนั้น... รองประธานนักเรียนผู้มีใบหน้าราวกับแกะสลักจากหินอ่อน ดวงตาสีนิลคู่คมกริบกวาดมองคราบเขม่าสีดำบนพื้นและร่องรอยการทำพิธีที่ยังคงคุกรุ่น ก่อนจะมาหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของเด็กหนุ่มเจ้าของฉายาอดีตหมอผีอัจฉริยะที่กำลังนั่งไขว่ห้างทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้อยู่บนลังไม้ "แหม รองประธานอาคิราห์ มาได้จังหวะเสียจริงนะครับ นึกว่าจะต้องรอให้วิญญาณเร่ร่อนพวกนั้นหิ้วผมไปกินตับเสียก่อน ถึงจะยอมโผล่หัวมาช่วย" รินเอ่ยกลั้วหัวเราะ น้ำเสียงกวนประสาทถูกงัดออกมาใช้เพื่อกลบเกลื่อนความตึงเครียดที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อครู่ อาคิราห์ไม่ตอบทันที เขาสาวเท้าเดินเข้ามาในห้องด้วยจังหวะก้าวที่มั่นคงและเงียบเชียบ ปลายรองเท้าหนังขัดเงาหยุดลงตรงหน้ากองขี้เถ้าปริศนาที่เพิ่งสลายตัวไป นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปแตะเศษกระดาษยันต์ที่ยังหลงเหลืออยู่บนพื้นเบาๆ ทันใดนั้น ประกายแสงสีฟ้าจางๆ ก็วาบขึ้นที่ปลายนิ้วของเขา เป็นปฏิกิริยาตอบสนองอัตโนมัติจากสายเลือดผู้ปราบปีศาจที่หลับใหลอยู่ในตัว... พลังที่เจ้าตัวยังคงปฏิเสธมาตลอดว่ามันไม่มีอยู่จริง "คุณกำลังเล่นกับไฟ ริน" อาคิราห์เงยหน้าขึ้นสบตา สายตานั้นไม่ได้มีความโกรธเกลียด เจือปนอยู่เพียงความระอาและ... ความกังวลที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียน "พลังงานความมืดเมื่อครู่มันรุนแรงเกินกว่าจะปัดเป่าด้วยคาถาครึ่งๆ กลางๆ ของคุณ ถ้าผมไม่ตามมา คุณคงนอนเป็นศพไร้ญาติไปนานแล้ว" "โอ้ เป็นห่วงผมเหรอครับเนี่ย ซาบซึ้งใจจนน้ำตาจะไหลเลยนะเนี่ย" รินแกล้งทำท่าปาดน้ำตาที่ไม่มีอยู่จริง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปาก "แต่ก็นะ... ถ้าคุณไม่ได้พก 'ไอ้พลังประหลาด' ติดตัวมาด้วย บางทีผมอาจจะจัดการเจ้าเงาดำนั่นเร็วกว่านี้ก็ได้ใครจะไปรู้" บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนอบอวลไปด้วยความเงียบงันชั่วขณะ เป็นความเงียบที่ไม่ได้อึดอัด แต่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาดของคนสองคนที่แตกต่างกันสุดขั้ว คนหนึ่งคืออดีตหมอผีผู้แบกรับความลับของโลกเบื้องหลังด้วยท่าทีขี้เกียจสันหลังยาว แต่อีกคนคือคุณชายผู้เพียบพร้อมที่ถูกดึงเข้ามาในวังวนแห่งไสยเวทโดยไม่ทันตั้งตัว เคมีที่เข้ากันอย่างประหลาดนี้ทำให้พวกเขากลายเป็นคู่หูเฉพาะกิจที่ต่อกรกับคดีลี้ลับมาแล้วหลายคดี ทว่า... ก่อนที่รินจะได้เอ่ยปากแซวอะไรเพื่อนสนิท (หรือคู่กัด) ต่อไป ความผิดปกติบางอย่างก็เกิดขึ้น *ติ๊ง!* เสียงใสราดลงมาในโสตประสาทราวกับเสียงกระดิ่งแก้วกังสดาล มันไม่ใช่เสียงจากโทรศัพท์มือถือ แต่เป็นเสียงที่ดังขึ้น "ภายใน" หัวของรินเองโดยตรง รินชะงัก รอยยิ้มขี้เล่นบนใบหน้าแข็งค้างไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ ในวินาทีถัดมา หน้าต่างโปร่งแสงสีฟ้าครามเรืองแสงเรื่อก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ ห่างจากใบหน้าของเขาเพียงคืบเดียว ตัวหนังสือภาษาไทยเรืองแสงสีทองอร่ามค่อยๆ วิ่งเรียงร้อยทีละตัวอย่างเป็นระเบียบ ท่ามกลางความตกตะลึงของเด็กหนุ่ม [ระบบนักสืบวิญญาณ ทำการเชื่อมต่อสำเร็จ] [ผู้ใช้งาน: ริน (สถานะ: ดวงตกขั้นวิกฤต / อดีตหมอผีอัจฉริยะ)] [คู่หูที่เชื่อมโยง: อาคิราห์ (สถานะ: สายเลือดผู้ปราบปีศาจตื่น, ความเข้ากันได้ 89%)] รินอ้าปากค้าง สมองที่ปกติประมวลผลเรื่องซับซ้อนได้อย่างรวดเร็วกลับตื้อตันไปชั่วขณะ ระบบบ้าอะไรเนี่ย? หรือว่าเขาใช้พลังมากเกินไปจนประสาทหลอนเห็นภาพหลอนทางวิทยาศาสตร์และไสยศาสตร์รวมกัน? แต่อาคิราห์ที่ยืนอยู่ตรงหน้ากลับไม่ได้มีท่าทีเฉยเมยเหมือนเขารองประธานหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น ดวงตาสีนิลจ้องมองไปยังอากาศว่างเปล่าเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด มือเรียวเผลอยกขึ้นกุมหน้าอกซ้ายโดยไม่รู้ตัว ราวกับสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนบางอย่างที่เชื่อมโยงพวกเขาทั้งสองเข้าด้วยกัน "คุณ... เห็นมันด้วยใช่ไหม?" รินกระซิบถาม เสียงของเขาหายไปในลำคอเล็กน้อย อาคิราห์พยักหน้าช้าๆ สีหน้าเคร่งเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "หน้าต่างเรืองแสง... บ้าอะไรเนี่ย ตาฝาดหรือไง?" ไม่รอให้ทั้งคู่ได้หาคำตอบ หน้าต่างระบบเบื้องหน้าก็เปลี่ยนรูปแบบไปอย่างรวดเร็ว ตัวหนังสือสีทองกลุ่มใหม่ปรากฏขึ้นพร้อมกับเสียงเตือนที่ระรัวขึ้นในหัว [ประกาศภารกิจเร่งด่วนระดับ SSS] [ชื่อภารกิจ: "เสียงกระซิบจากล็อกกอร์ 404"] [เป้าหมาย: ไขปริศนาการหายตัวไปของนักเรียนหญิงในห้องนาฏศิลป์ และชำระล้างวิญญาณอาฆาตก่อนที่ความมืดจะกลืนกินโรงเรียนทั้งหลัง] [เงื่อนไขเวลา: ต้องปฏิบัติภารกิจให้ลุล่วงและปิดผนึกให้เสร็จสิ้น "ก่อนเที่ยงคืนของคืนนี้" เท่านั้น!] [บทลงโทษหากล้มเหลว: วิญญาณของคู่หูทั้งสองจะถูกดึงลงสู่ขุมนรกและสูญสลายตลอดกาล] บรรยากาศในห้องเก็บของร้างพลันอุณหภูมิลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว กลิ่นอายความตายที่เข้มข้นยิ่งกว่าเดิมทะลักเข้ามาทางหน้าต่างที่ปิดสนิท ไฟฉายในมือของอาคิราห์กะพริบถี่ๆ ก่อนจะดับลง ปล่อยให้พวกเขาทั้งคู่จมอยู่ใต้ความมืดมิดที่มีเพียงแสงเรืองรองจากหน้าต่างระบบสีฟ้าครามเป็นแหล่งแสงสว่างเดียว รินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สายตาคมกริบมองตัวเลขถอยหลังสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นที่มุมขวาบนของหน้าต่างระบบ... เวลาเดินถอยหลังไปเรื่อยๆ อย่างไร้ความปรานี เขากลอกตาไปมองอาคิราห์ที่ยืนอยู่ข้างๆ ซึ่งตอนนี้ใบหน้าหล่อเหลานั้นตึงเครียดจนน่ากลัว แต่แววตากลับไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย กลับมีประกายความท้าทายพาดผ่านเข้ามาแทนที่ "ดูท่าทาง... คืนนี้พวกเราคงไม่ได้นอนแล้วล่ะมั้งครับ ท่านรองประธาน" รินพ่นลมหายใจยาวเหยียด รอยยิ้มมุมปากกลับมาอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่รอยยิ้มกวนประสาทเหมือนก่อนหน้านี้ มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่ได้กลิ่นเหยื่อ อาคิราห์แค่นเสียงในลำคอเบาๆ พลางสะบัดมือขวาครั้งหนึ่ง ปรากฏไอพลังสีดำจางๆ แผ่ออกมาจากฝ่ามือของเขา—พลังที่ตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบเพื่อรับมือกับวิกฤตครั้งนี้ "ถ้ามันไม่มีทางเลือกอื่น..." อาคิราห์เอ่ยเสียงเรียบ แต่เด็ดเดี่ยวจนน่าขนลุก "เราก็คงต้องไปดูให้เห็นกับตาว่า ไอ้ห้องนาฏศิลป์บ้านั่นมันมีความลับอะไรซ่อนอยู่กันแน่" กริ๊ก... เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้นจากทางเดินมืดนอกห้อง เป็นเสียงที่ไม่ได้มาจากมนุษย์... และมันกำลังเดินตรงมาที่นี่ทีละก้าวอย่างช้าๆ ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความลี้ลับครั้งนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มูเตลูฉบับตัวตึง ตรวจดวงชะตาแล้วทำไมต้องเจอคุณล่ะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%