"ถอยหลังไปสามก้าว แล้วอย่าส่งเสียงดังเด็ดขาดครับรุ่นพี่"
เสียงกระซิบเบาหวิวแต่เฉียบขาดของรินดังขึ้นในความมืดทึบของห้องสมุดเก่า อาคิราห์ที่ยืนอยู่ด้านหลังกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก รองประธานนักเรียนผู้เคยเชื่อมั่นในความจริงอันเป็นวิทยาศาสตร์และกฎระเบียบของโรงเรียน ยามนี้กลับต้องมาแบกไฟฉายดวงเล็กที่แสงสว่างเริ่มกะพริบติดๆ ดับๆ ราวกับถ่านใกล้หมด ท่ามกลางกลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าและกลิ่นสาบสร่างที่ลอยคละคลุ้งในอากาศ
เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังมาจากทางเดินด้านนอกหยุดลงแล้ว
*ตึกล... ตึกล... ตึกล...*
มันไม่ใช่เสียงรองเท้าหนังของภารโรงหรือรองเท้าผ้าใบของนักเรียนเกเร แต่มันคือเสียงลากของวัตถุหนักๆ กระทบกับพื้นหินขัด พร้อมกับเสียงครางต่ำๆ ในลำคอที่ฟังดูคล้ายเสียงกระดูกลั่น บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาวจางๆ ในความมืด
รินหรี่ตาลง ประกายตาสีดำสนิทของเด็กหนุ่มวาวโรจน์ขึ้นด้วยอักขระโบราณจางๆ ที่สะท้อนจากความมืด ในฐานะอดีตหมอผีอัจฉริยะที่ดันมาตกอับในร่างเด็กมัธยมปลาย เขารู้ดีว่าสิ่งที่จะพังประตูไม้สักบานนี้เข้ามา ไม่ใช่แค่วิญญาณเร่ร่อนทั่วไป แต่มันคือ "อาถรรพ์ตกค้าง" ระดับภัยพิบัติที่ฝังรากลึกอยู่กับโครงสร้างตึกหลังนี้มานานนับทศวรรษ
"ริน... มันกำลังจะพังประตูเข้ามาแล้วนะ" อาคิราห์กระซิบเตือน มือใหญ่เผลอเอื้อมไปควชายเสื้อของเด็กหนุ่มโดยไม่รู้ตัว ความกลัวไม่ได้ทำให้รองประธานนักเรียนสติหลุด แต่สายเลือดผู้ปราบปีศาจที่หลับใหลในกายกำลังตื่นขึ้น มันส่งผลให้เขารู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากร่างของริน
"รู้ครับ ไม่ต้องบอกผมก็เห็น" รินตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับพวกเขากำลังยืนรอซื้อตั๋วหนังรอบค่ำ มากกว่าจะเผชิญหน้ากับผีร้ายที่พร้อมจะควักวิญญาณพวกเขาออกจากร่าง
*โครม!*
ประตูไม้สักหนาหนักถูกกระแทกอย่างแรงจนบานพับสั่นสะเทือน ฝุ่นผงตกลงมาจากเพดานราวกับหิมะโปรยปราย แรงกระแทกครั้งที่สองตามมาติดๆ และในจังหวะที่ประตูไม้กำลังจะหลุดออกจากวงกบ รินก็ขยับตัว
เด็กหนุ่มไม่ได้ถอยหนี เขากลับก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว มือเรียวคว้าขวดน้ำแร่ธรรมดาๆ บนโต๊ะทำงานเก่าๆ ขึ้นมา พร้อมกับนิ้วมือที่สะบัดวาดอักขระกลางอากาศด้วยความเร็วสูงจนเกิดประกายไฟสีครามจางๆ
"รุ่นพี่ครับ ช่วยส่องไฟตรงกรอบประตูมุมขวาบนให้หน่อยสิครับ เล็งดีๆ ล่ะ"
อาคิราห์กัดฟันแน่น สะบัดมือส่องไฟฉายไปตามคำสั่ง แสงไฟวาบขึ้นเผยให้เห็นเงาดำทะมึนขนาดมหึมา รูปร่างบิดเบี้ยวคล้ายมนุษย์แต่มีแขนยาวระพื้น ดวงตาสสีแดงก่ำคู่นั้นจ้องมองทะลุกรอบประตูเข้ามาด้วยความอาฆาตมาดร้าย
แต่วินาทีที่เงาร้ายพุ่งทะยานเข้ามา รินก็ซัดน้ำแร่ในมือออกไปเป็นสาย
*ซ่า!*
ละอองน้ำที่ถูกประทับด้วยอาคมชำระล้างพุ่งปะทะเข้ากับร่างของวิญญาณร้ายอย่างแม่นยำ เสียงกรีดแหลมสูงราวกระจกแตกดังสะท้อนก้องห้องสมุด ควันสีดำพวยพุ่งออกมาจากร่างของอสูรกายตนนั้นราวกับถูกกรดเข้มข้นสาดใส่ มันถอยร่น
"วิญญาณบรรณารักษ์ผู้ยึดติดกับกฎระเบียบ... ตายไปตั้งสามสิบปีแล้วยังไม่ยอมเลิกตรวจหนังสืออีกเหรอครับ น่ารำคาญจริงๆ" รินบ่นพึมพำด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย ก่อนจะหยิบหนังสือประวัติศาสตร์เล่มหนาเตอะที่วางอยู่ใกล้ที่สุดขึ้นมาเปิดหน้าสารบัญ
อาคิราห์ยืนนิ่งค้าง เปลือกตากระตุกเล็กน้อยเมื่อเห็นวิธีปราบผีของเด็กหนุ่ม *นี่มัน... เอาหนังสือเรียนตบผีเนี่ยนะ?*
"อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้นครับรุ่นพี่ วิญญาณตนนี้ผูกติดอยู่กับ 'บันทึกรายชื่อผู้ยืมหนังสือ' เล่มสุดท้ายก่อนที่เธอจะเสียชีวิตในกองเพลิง ถ้าเราทำลายความยึดติดของเธอด้วยการ... เอ่อ ทำให้ระบบห้องสมุดมันสมบูรณ์ เธอก็จะไปสู่คติครับ" รินอธิบายด้วยน้ำเสียงรวดเร็ว มือก็พลิกหน้ากระดาษหาบางอย่างไปด้วย
"แล้วเธอจะยอมให้เราทำเหรอ?" อาคิราห์ถามเสียงเครียด เมื่อเงาดำเริ่มตั้งหลักได้และเตรียมจะพุ่งเข้ามาอีกครั้ง
"ไม่ยอมหครับ... เพราะฉะนั้น รุ่นพี่ต้องช่วยผมซื้อเวลาสามวินาที" รินหันมาส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้ "ใช้พลังในตัวพี่ตบมันให้กระเด็นไปทางชั้นหนังสือประวัติศาสตร์เอเชียทีครับ!"
"หา? ฉันเนี่ยนะ!" อาคิราห์เบิกตากว้าง
"ครับ! เชื่อผมสิ ไม่งั้นเราได้กลายเป็นปุ๋ยอยู่ในห้องสมุดนี้แน่ๆ"
ไม่มีเวลาให้ลังเลอีกต่อไป เมื่อเงาดำพุ่งเข้ามาพร้อมอ้าปากกว้างเผยให้เห็นฟันแหลมคมนับร้อย อาคิราห์คำรามในลำคอ ความรู้สึกร้อนวูบวาบแล่นพล่านจากปลายนิ้วขึ้นมาถึงหัวไหล่ พลังงานสายหนึ่งที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อนระเบิดออกมาจากร่างโดยสัญชาตญาณ
*ปึง!*
หมัดหนักๆ ของรองประธานนักเรียนซัดเข้าใส่กลางอกของวิญญาณร้ายเต็มแรง แรงปะทะทำให้ภูตผีระดับภัยพิบัติกระเด็นลอยไปกระแทกกับชั้นหนังสือเสียงดังสนั่นหวั่นไหว หนังสือร่วงหล่นลงมาทับร่างของมันราวกับห่าฝน
รินไม่ปล่อยให้โอกาสทองหลุดลอย เด็กหนุ่มพุ่งตัวเข้าไปพร้อมกับกดนิ้วลงบนหน้ากระดาษที่เปิดไว้ ท่องคาถาบทสุดท้ายด้วยน้ำเสียงกังวานและทรงพลัง
แสงสีทองสว่างวาบขึ้นปกคลุมทั่วทั้งห้องสมุด ร่างของวิญญาณบรรณารักษ์ค่อยๆ สงบลง ความโกรธเกรี้ยวในดวงตาสีแดงค่อยๆจางหาย เหลือเพียงรอยยิ้มจางๆ ก่อนที่ร่างนั้นจะสลายกลายเป็นละอองแสงสีขาวลอยหายไปในอากาศ
ความเงียบสงบกลับคืนมาอีกครั้ง
อาคิราห์หอบหายใจหนักหน่วง มองมือตัวเองที่ยังมีประกายแสงสีฟ้าจางๆ หลบอยู่ใต้ผิวหนัง เขากลืนน้ำลายลงคอแล้วหันไปมองรุ่นน้องตัวแสบที่ตอนนี้กำลังหยิบลูกอมรสมะนาวขึ้นมาแกะกินหน้าตาเฉย
"นาย... ทำอะไรลงไปเนี่ย?" อาคิราห์เอ่ยถามด้วยความทึ่งแกมตกใจ
รินเคี้ยวลูกอมตุ้ยๆ ก่อนจะยิ้มมุมปาก "ก็แค่งานอดิเรกแก้เซ็งครับรุ่นพี่... แต่ว่านะ"
รอยยิ้มบนใบหน้าของเด็กหนุ่มจางหายไปแทนที่ด้วยแววตาจริงจัง เขาก้มลงมองเศษซากหนังสือที่หล่นอยู่บนพื้น ซึ่งมีรอยไหม้เกรียมแปลกประหลาดที่รินไม่ได้เป็นคนทำ
"ดูเหมือนว่าวิญญาณตนนั้นจะไม่ได้คลุ้มคลั่งไปเอง..." รินพูดเสียงเบา "มีคนตั้งใจ 'ปลุก' เธอขึ้นมา เพื่อหาบางอย่างในห้องสมุดนี้... และไอ้คนที่ว่า มันก็ยังอยู่แถวนี้ล่ะครับ"
สิ้นคำพูดของริน หน้าจอระบบใสๆ ที่มีเพียงเด็กหนุ่มเท่านั้นที่มองเห็นก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังขึ้นในหัว
*[ ตรวจพบพลังงานปริศนาเร่งระดับ: ภารกิจลับระดับ SSS - "กุญแจแห่งพันธสัญญา" เริ่มต้นขึ้นแล้ว ]*
*[ คำเตือน: ผู้บุกรุกรายอื่นกำลังเข้าใกล้จุดที่คุณอยู่ภายในรัศมี 10 เมตร ]*
รินหรี่ตาลงมองไปที่ประตูทางออกอีกด้านของห้องสมุด ซึ่งเงาร่างหนึ่งกำลังก้าวพ้นความมืดเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบ
**ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับผมนะครับ ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการอ่านนิยายครับ!**
*(นามปากกา: เข็มทิศมองวิญญาณ)*
มูเตลูฉบับตัวตึง ตรวจดวงชะตาแล้วทำไมต้องเจอคุณล่ะ•ตอนที่ 3
วิญญาณในห้องสมุดเก่า
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มูเตลูฉบับตัวตึง ตรวจดวงชะตาแล้วทำไมต้องเจอคุณล่ะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!