กลิ่นอับของห้องเก็บอุปกรณ์การเกษตรหลังตึกกิจกรรมเก่า คละคลุ้งไปด้วยฝุ่นละอองที่ลอยวนในแสงสว่างสลัวจากช่องหน้าต่างบานเล็ก พื้นไม้เก่าส่งเสียงเอี๊ยดอาร์ดทุกครั้งที่น้ำหนักกดทับ แต่สิ่งที่ทำให้รินต้องหยุดชะงัก ไม่ใช่ความทรุดโทรมของสถานที่ หากเป็นตัวเลขดิจิทัลสีแดงฉานที่ยังคงกะพริบวับๆ อยู่เหนือศีรษะของอาคิราห์ นับถอยหลังอย่างไร้ความปรานี
"นายมองอะไรของนาย ริน"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามอย่างเรียบเฉย แว่นตากอบกอบกรอบโลหะสะท้อนแสงไฟฉายในมือ อาคิราห์ขยับตัวเล็กน้อยเพื่อหลบกองลังกระดาษเก่า สายตาคมกริบมองตรงมายังรินอย่างจับผิด แม้ภายนอกเจ้าตัวจะดูสงบนิ่งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่รินกลับสัมผัสได้ถึงไอเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากร่างของอีกฝ่าย ไอเย็นที่เป็นเอกลักษณ์ของสายเลือดผู้ปราบปีศาจ ซึ่งบัดนี้กำลังตื่นขึ้นทีละน้อยท่ามกลางเงาดำของโรงเรียน
"เปล่า... แค่คิดว่าผมควรจะซื้อแว่นกรองแสงให้นายสักอันนะ อาคิราห์" รินฝืนยิ้มกวนประสาทกลบเกลื่อนความตึงเครียดในอก
มือเรียวแกล้งปัดฝุ่นตามเสื้อนักเรียนอย่างไม่ยี่หสอ ทั้งที่สมองกำลังประมวลผลอย่างรวดเร็ว ตัวเลขบนหัวอาคิราห์ลดลงเหลือเพียง '03:14:59' สามชั่วโมงเศษ... นี่ไม่ใช่เวลาหมดอายุของชีวิต แต่มันคือเวลาที่ "ผนึก" ในตัวอาคิราห์จะเสื่อมสลาย และหากถึงตอนนั้น สิ่งที่หลับใหลอยู่ภายในจะตื่นขึ้นมากลืนกินตัวตนของรองประธานนักเรียนคนนี้จนไม่เหลือซาก
รินถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องโดยการเตะกล่องกระดาษลังที่ขวางทางอยู่กระเด็นไปพ้นทาง "เอาล่ะ เลิกสนใจหน้าผมแล้วมาดูนี่ดีกว่า... นายแน่ใจนะว่านี่คือเบาะแสล่าสุดของเด็กนักเรียนที่หายตัวไปเมื่อวาน?"
อาคิราห์ไม่ตอบด้วยคำพูด แต่เขาใช้ปลายไฟฉายชี้ไปยังมุมมืดที่สุดของห้อง
ที่นั่น... บนโครงเหล็กขึ้นสนิมของชั้นวางหนังสือ มีวัตถุบางอย่างผูกพันธนาการไว้อย่างแน่นหนา มันคือสายสิญจน์สีแดงสดที่ถักทอด้วยลวดลายอักขระโบราณ ปลายด้านหนึ่งลู่ลงสู่พื้นราวกับมีชีวิต และที่น่าขนลุกยิ่งกว่าคือ กลางเส้นสายสิญจน์นั้นมีหยดคราบสีดำคล้ำคล้ายเลือดแห้งกรังส่งกลิ่นคาวคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
รินก้าวเข้าไปใกล้ชิดขึ้น สัญชาตญาณอดีตหมอผีอัจฉริยะร้องเตือนภัยเสียงดังลั่น ดวงตาคมกราบหรี่ลงเมื่อเพ่งมองอักขระบนเส้นด้ายนั้น
"ไม่ใช่ไสยศาสตร์พื้นบ้านทั่วไป..." รินพึมพำเบาๆ ใช้นิ้วมือแตะสัมผัสอากาศเหนือเส้นสายสิญจน์เพียงเล็กน้อยเพื่อหยั่งกระแสพลัง "นี่คือ 'ด้ายมัดวิญญาณ' ของจริง คนที่ทำเรื่องนี้ไม่ได้ต้องการแค่ลักพาตัวเด็ก แต่พวกมันกำลังใช้เด็กพวกนั้นเป็น 'สะพาน' เพื่อดึงเอาพลังงานบางอย่างออกจากเขตอาณาของโรงเรียน"
"แล้วเราต้องทำอย่างไรต่อ?" อาคิราห์ก้าวเข้ามาประชิดด้านหลัง ความสูงที่ไล่เลี่ยกันทำให้รินรับรู้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวของคู่หูชั่วคราวคนนี้ ซึ่งมันช่วยขับไล่ความหนาวเหน็บจากไสยเวทมนตร์ดำรอบตัวได้น่าประหลาด
"เราต้องตามรอยเส้นด้ายนี้ไป" รินหันกลับมาสบตา พร้อมรอยยิ้มที่เริ่มกลับมามีความมั่นใจ "แต่มันคงไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกนะ รองประธาน... เพราะดูเหมือนว่าเจ้าของอาคมนี้ เขาก กำลังรอให้เราเดินเข้าไปติดกับดักอยู่พอดี"
ขณะที่รินกำลังจะเอื้อมมือไปปลดปมสายสิญจน์เพื่อเก็บตัวอย่าง พลันเกิดลมกรรโชกแรงพัดผ่านหน้าต่างบานเกล็ดที่ปิดสนิท เสียงกระซิบแผ่วเบานับร้อยเสียงดังระงมขึ้นจากความมืดรอบตัว กลิ่นอับของฝุ่นถูกแทนที่ด้วยกลิ่นหอมหวานชวนคลื่นไส้ของดอกไม้จันทน์
หน้าจอระบบลึกลับที่รินคุ้นเคยปรากฏวาบขึ้นตรงหน้า พร้อมเสียงแจ้งเตือนที่ดังสะท้อนในโสตประสาท
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบเขตอาคมระดับกลาง 'ค่ายกลโลหิตทมิฬ' กำลังทำงาน]
[เงื่อนไขภารกิจ: คลี่คลายคดีคนหายภายในเวลาที่กำหนด หรือสูญเสียสติสัมปชัญญะถาวร]
[เวลาที่เหลือของอาคิราห์: 03:12:40]
รินขบกรามแน่น ดวงตาจับจ้องไปยังความมืดเบื้องหน้าซึ่งเริ่มบิดเบี้ยวเป็นเงาร่างนับสิบ สายสิญจน์ปริศนาในมือเริ่มเปล่งแสงสีเลือดเรืองรองขึ้นทีละน้อย พร้อมกับการปรากฏตัวของเงาร่างหนึ่งที่ก้าวออกมาจากมุมมืด ร่างนั้นสวมชุดนักเรียนโรงเรียนเดียวกัน แต่ใบหน้ากลับถูกบดบังด้วยหน้ากากกระดาษสาที่เปื้อนคราบเลือด
"ยินดีต้อนรับ... สู่บทเรียนคาบสุดท้ายครับคุณหมอผี" เสียงแหบพร่าราวกับคนไม่ได้ดื่มน้ำมาหลายปีเอ่ยขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มฉีกกว้างบนหน้ากากที่ฉีกขาดวิ่น
รินแค่นหัวเราะในลำคอ ขยับตัวยืนบังอาคิราห์ไว้ครึ่งก้าว มือขวาสอดเข้าในกระเป๋าเสื้อเพื่อเตรียมหยิบยันต์ปราบมารแผ่นสุดท้ายที่เหลืออยู่ "คิดเหรอว่าลูกไม้ตื้นๆ แบบนี้จะหลอกผมได้... นายกล้าดียังไงมาเล่นกับของต่ำในเขตอาคมของผมกันล่ะไอ้หน้ากากกระดาษ"
แต่ก่อนที่รินจะได้ทันซัดคาถาบทแรกออกไป อาคิราห์ที่ยืนเงียบอยู่ด้านหลังกลับเอื้อมมือมาแตะที่ไหล่ของเขาเบาๆ
สัมผัสนั้นเย็นเฉียบ... และทรงพลังจนทำให้ร่างของรินสะ้านเยือกไปถึงกระดูกสันหลัง เมื่อหันกลับไปมอง รินก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อตัวเลขดิจิทัลสีแดงฉานบนศีรษะของอาคิราห์ได้เปลี่ยนสถานะไปแล้วอย่างสิ้นเชิง
[00:00:00 - ระบบปลดผนึกสมบูรณ์: ผู้สืบทอดแห่งเงาอสูรตื่น 100%]
"ริน..." เสียงของอาคิราห์เปลี่ยนไปอย่างน่ากลัว มันไม่ใช่เสียงของเด็กหนุ่มผู้เงียบขรึมคนเดิมอีกต่อไป แต่เป็นเสียงประสานสองเสียงที่ซ้อนทับกันอย่างน่าขนลุก "ดูเหมือนว่า... นายจะต้องเปลี่ยนแผนแล้วล่ะครับ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนากับผมในตอนนี้นะครับ
มูเตลูฉบับตัวตึง ตรวจดวงชะตาแล้วทำไมต้องเจอคุณล่ะ•ตอนที่ 5
คดีคนหายกับสายสิญจน์ปริศนา
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มูเตลูฉบับตัวตึง ตรวจดวงชะตาแล้วทำไมต้องเจอคุณล่ะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!