เงามายาใต้แสงจันทร์: พันธสัญญาแห่งความทรงจำที่สาบสูญ•ตอนที่ 40

นาทีวิกฤต

ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
“คำว่า 'ฆาตกร' คำเดียว... มันเบาเกินไปไหม สำหรับคนที่มีเลือดของตระกูลสั่นระริกอยู่บนมือแบบคุณ” เสียงทุ้มต่ำของทนายวิทวัสดังก้องขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องโถงคฤหาสน์ เขาไม่ได้ตะโกน แต่น้ำเสียงที่ราบเรียบดุจผิวน้ำที่ซ่อนคมมีดเอาไว้นั้นกลับน่าสะพรึงกลัวกว่าการตะคอก มือที่สวมถุงมือหนังสีดำสนิทขยับเนคไทอย่างใจเย็น สายตาคมปลาบกวาดมองไปรอบห้องราวกับผู้ล่าที่กำลังสำรวจกรงขังของเหยื่อ รินยืนตัวสั่นระริกอยู่กลางห้อง ชุดเดรสสีขาวที่เธอสวมใส่ดูแปลกแยกอย่างประหลาดท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความฉ้อฉล ดวงตาที่เคยอ่อนโยนบัดนี้เบิกกว้างสั่นไหว คำพูดของเขาเมื่อครู่เปรียบเสมือนลิ่มเหล็กที่ตอกลงไปในรอยแยกของความทรงจำที่แตกสลาย “คุณ... คุณพูดเรื่องอะไรกันแน่?” รินเค้นเสียงถาม มือเรียวบางพยายามกำชายกระโปรงแน่นเพื่อระงับความสั่นเทา “อย่าเสแสร้งไปหน่อยเลย ริน” ทนายวิทวัสเดินย่างสามขุมเข้ามาใกล้ ในมือของเขามีแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลที่ดูหนาเตัก “ความทรงจำที่หายไปไม่ใช่ความโชคร้าย แต่มันคือปราการด่านสุดท้ายที่ปกป้องคุณจากการต้องเผชิญหน้ากับความโสโครกของตัวเอง แต่ดูเหมือนว่า... คืนนี้มันจะต้องพังทลายลง” เขาสะบัดมือเพียงครั้งเดียว ชายชุดดำสองคนในสูทราคาแพงที่ยืนอยู่ด้านหลังก็ก้าวออกมา พวกเขาไม่ได้มาเพื่อเจรจา แต่มาเพื่อกวาดล้าง ทนายวิทวัสส่งสัญญาณมือเพียงเล็กน้อย ชายเหล่านั้นเริ่มรื้อค้นตู้เอกสารโบราณ บดขยี้หลักฐานชิ้นสำคัญที่เก็บซ่อนไว้ในคฤหาสน์หลังนี้ให้กลายเป็นเศษซาก ทันใดนั้นเอง บานประตูไม้โอ๊คขนาดใหญ่ถูกกระแทกจนเปิดออก เสียงฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคงก้าวเข้ามาขัดจังหวะความวุ่นวาย คีย์ยืนตระหง่านอยู่ตรงกรอบประตู ใบหน้าที่เคยสงบนิ่งบัดนี้ฉาบไปด้วยความเย็นชาที่มากกว่าครั้งใด ดวงตาคู่นั้นไม่ได้มองทนายวิทวัส แต่จับจ้องไปที่รินด้วยความหมายที่ซับซ้อนเกินกว่าจะอ่านออก “พอได้แล้ว วิทวัส” คีย์กล่าวสั้นๆ แต่น้ำหนักของคำพูดนั้นก้องกังวานไปทั่วโถง “อ้อ... ฮีโร่ผู้มาสาย” ทนายวิทวัสหัวเราะในลำคอ “นายมาเพื่อปกป้องฆาตกร หรือมาเพื่อชิงมรดกที่แท้จริงที่ซ่อนอยู่ใน 'ความทรงจำ' ของเธอกันแน่?” คีย์ไม่ได้ตอบโต้ เขาเดินผ่านชายชุดดำเหล่านั้นไปอย่างไม่เกรงกลัว ก่อนจะหยุดยืนเบื้องหน้าริน เขาเอื้อมมือไปเชยคางหญิงสาวขึ้น ให้เธอสบตาเขาตรงๆ แววตาของเขาที่เคยอ่านยาก กลับมีความอ่อนโยนซ่อนอยู่ในม่านหมอกที่หนาทึบ “ฟังผมนะ ริน” คีย์กระซิบ เสียงของเขาแผ่วเบาจนมีเพียงคนทั้งสองที่ได้ยิน “ไม่ว่าเขาจะพยายามทำลายอะไร หรือยัดเยียดความผิดบาปแบบไหนให้คุณ... จำไว้ว่านั่นเป็นเพียง 'ภาพจำลอง' ที่เขาแต่งขึ้น ทุกอย่างในคฤหาสน์นี้... กระทั่งความทรงจำของคุณ... มันถูกสร้างขึ้นเพื่อบงการชีวิตคุณตั้งแต่แรก” รินมองลึกลงไปในดวงตาของคีย์ ความสับสนในใจเริ่มก่อตัวเป็นก้อนหน่วง “คุณหมายความว่ายังไง... ถ้าฉันไม่ใช่คนทำ แล้วใครคือคนพรากชีวิตพวกเขาไป?” ทนายวิทวัสที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ไม่ไกลแค่นยิ้ม “คำตอบมันอยู่ในมือฉันนี่ไงล่ะ ริน” เขายกแฟ้มเอกสารในมือขึ้นสูง ก่อนจะโยนมันลงบนพื้น แผ่นกระดาษภาพถ่ายใบหนึ่งปลิวหลุดออกมาจากแฟ้ม มันคือภาพที่รินในวัยเด็กยืนอยู่หน้ากองเพลิงที่มีร่างคนนอนนิ่งอยู่ท่ามกลางเปลวไฟ ภาพนั้นไม่ได้ถูกถ่ายด้วยกล้องทั่วไป แต่มันดูเหมือนถูกแคปมาจากมุมกล้องวงจรปิดที่ซ่อนอยู่ในจุดที่ไม่มีใครเคยสังเกต รินทรุดตัวลงกับพื้น หัวใจของเธอเหมือนถูกกระชากออกมาระหว่างความว่างเปล่ากับความเจ็บปวดที่พุ่งพล่าน ภาพในหัวเริ่มซ้อนทับ ทั้งกลิ่นควันไฟ ความร้อนระอุ และเสียงกรีดร้องที่เธอเคยคิดว่าเป็นเพียงฝันร้าย “นั่นไม่ใช่คุณ...” คีย์โน้มตัวลงกอดเธอไว้แน่น “มองดูที่มุมภาพสิ ริน มันไม่ใช่เงาของคุณ แต่มันคือเงาของผู้ที่กำลังเฝ้ามองคุณจากความมืดต่างหาก” ทนายวิทวัสชะงักไปครู่หนึ่ง เขาก้มลงหยิบภาพถ่ายใบนั้นขึ้นมาดูด้วยสีหน้าประหลาดใจ ก่อนที่รอยยิ้มเย้ยหยันจะเปลี่ยนเป็นความตระหนก สายตาของเขาสั่นไหวเมื่อสังเกตเห็นรายละเอียดที่คีย์พูดถึงจริงๆ ทว่าในวินาทีที่บรรยากาศกำลังบีบคั้นถึงขีดสุด เสียงกระซิบที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลังของทนายวิทวัส เสียงที่ไม่ได้มาจากคนในห้องนี้ แต่ดังออกมาจากลำโพงที่ซ่อนอยู่ภายในผนังคฤหาสน์ “ความจริงเป็นสิ่งที่น่ารื่นรมย์เสมอ... แต่น่าเสียดายที่ไม่มีใครในที่นี้ที่จะมีชีวิตอยู่เพื่อเปิดเผยมันได้อีกต่อไป” ทันใดนั้น ไฟในคฤหาสน์ทั้งหลังก็ดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิดที่เข้าครอบงำ ทนายวิทวัสกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดราวกับถูกบางอย่างจู่โจมในความมืด รินสัมผัสได้ถึงมือของคีย์ที่ปล่อยเธอออกอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงโลหะกระทบกันในเงามืด “คีย์? คุณอยู่ไหน?” รินตะโกนออกไปในความว่างเปล่า ความเงียบตอบกลับมาแทนที่ ก่อนที่แสงไฟฉายจากโทรศัพท์ของใครบางคนจะส่องกระทบใบหน้าของคีย์ที่ยืนอยู่อีกมุมหนึ่งของห้อง แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ... ในมือของคีย์ไม่ได้ถืออาวุธ แต่เขากำลังถือเครื่องดักฟังที่เพิ่งดึงออกมาจากปกเสื้อของเธอเอง รินขยับถอยหลังด้วยความหวาดกลัวเมื่อเห็นแววตาที่เปลี่ยนไปของคีย์ มันไม่ใช่ความห่วงใยอีกต่อไป แต่มันคือแววตาของผู้ที่กำลังรอคอยให้ละครฉากนี้ถึงบทอวสาน “ขอโทษนะ ริน” คีย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบดุจน้ำแข็ง “ผมไม่ได้มาช่วยคุณ แต่ผมมาเพื่อให้แน่ใจว่า... บทสรุปของฆาตกรที่แท้จริง จะต้องจบลงที่นี่ ในคืนที่ไม่มีใครรอดชีวิตไปบอกใครได้” เขาค่อยๆ ก้าวถอยหลังเข้าสู่ความมืด พร้อมกับเสียงล็อคประตูด้านนอกที่ดังขึ้นอย่างเป็นจังหวะ นี่ไม่ใช่ทางออก แต่มันคือกับดักที่ปิดตายทุกเส้นทาง... และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงไซเรนรถตำรวจก็ดังแทรกขึ้นท่ามกลางพายุฝนที่โหมกระหน่ำภายนอก พร้อมกับแสงไฟสปอร์ตไลท์ที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง เผยให้เห็นรอยเลือดที่พุ่งกระเซ็นบนผนังสีขาวข้างตัวเธอ... รอยเลือดที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ในวินาทีที่เธอเองก็ยังไม่รู้ว่าใครเป็นคนลงมือ ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทที่ 40 ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับผม
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงามายาใต้แสงจันทร์: พันธสัญญาแห่งความทรงจำที่สาบสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%