“อย่าก้าวเท้าขวาเข้าไปก่อน... หากเจ้ายังไม่อยากเป็นส่วนหนึ่งของคอลเลกชันในโถงทางเดินนี้”
เสียงของคีย์แหบพร่าและราบเรียบ ทว่ามันกลับสั่นประสาทรินได้ดีกว่าเสียงคำรามใดๆ มือที่กำลังจะเอื้อมไปแตะบานประตูไม้โอ๊คขนาดมหึมาของคฤหาสน์ ‘อาร์คเวน’ ชะงักค้างทันที เธอหันกลับไปมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องหลังในความมืดสลัว ดวงตาของเขาสะท้อนแสงจันทร์เป็นประกายสีเงินวาวโรจน์ คล้ายกับสัตว์ป่าที่กำลังจ้องเหยื่อในกรงขัง
รินสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นอายของไม้เก่าที่ผุพังปนเปไปกับกลิ่นดินชื้นและดอกลิลลี่แห้งเหี่ยวโชยแตะจมูก มันเป็นกลิ่นที่น่าสะอิดสะเอียน ทว่าในขณะเดียวกัน สัญชาตญาณบางอย่างในส่วนลึกของจิตใจกลับกรีดร้องว่า ‘ยินดีต้อนรับกลับบ้าน’
“ทำไมคุณถึงรู้เรื่องนี้ดีนัก คีย์?” รินถาม น้ำเสียงของเธอสั่นเครือแต่ยังคงความหนักแน่นไว้ “ทั้งที่เป็นครั้งแรกที่คุณมาที่นี่... หรืออย่างน้อย นั่นคือสิ่งที่คุณบอกฉัน”
คีย์ไม่ตอบ เขาเพียงแค่ก้าวเข้ามาประชิดตัวริน กลิ่นอายของความหนาวเหน็บที่แผ่ออกมาจากตัวเขานั้นรุนแรงจนรินรู้สึกได้ถึงความเย็นเยือกที่แล่นพล่านไปตามกระดูกสันหลัง เขาเอื้อมมือผ่านไหล่ของเธอไปแตะที่บานประตูเบาๆ ราวกับกำลังลูบไล้ผิวหนังของสิ่งมีชีวิต เสียงกลไกภายในประตูบิดตัวด้วยแรงบิดมหาศาลดัง ‘แกร๊ก’ ก่อนจะเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นโถงทางเดินที่มืดมิดจนดูราวกับปากของอสูรกาย
“ความทรงจำคือพันธสัญญาที่หักหลังเจ้าได้เสมอ ริน” คีย์กระซิบข้างหู น้ำเสียงนั้นแฝงไปด้วยความเวทนาอย่างประหลาด “เดินตามข้ามา อย่าเหลียวหลังกลับไปมอง และที่สำคัญที่สุด... อย่าเชื่อในสิ่งที่เจ้าเห็นในกระจก”
ทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตู อุณหภูมิในอากาศก็ลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอ รินพยายามควบคุมอาการสั่นของมือที่กำชายเสื้อโค้ทแน่น แสงจันทร์ที่ลอดผ่านหน้าต่างทรงสูงบานใหญ่ตกลงบนพื้นไม้ที่ปูด้วยพรมทอสีซีด เผยให้เห็นเงาตะคุ่มของรูปปั้นครึ่งตัวที่ตั้งเรียงรายอยู่สองข้างทาง เงาเหล่านั้นดูเหมือนจะขยับเปลี่ยนองศาตามการเคลื่อนไหวของเธอ
รินหยุดเดิน สายตาของเธอจับจ้องไปที่รูปปั้นรูปเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ใบหน้าของรูปปั้นถูกกัดเซาะจนแทบจำเค้าเดิมไม่ได้ แต่มือของมันกลับยื่นออกมาข้างหน้า คล้ายกำลังเอื้อมขอความช่วยเหลือ หรือไม่ก็กำลังกักขังอะไรบางอย่างไว้
“ฉันเคยอยู่ที่นี่...” รินพึมพำ น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นลงกระทบพื้นไม้ “ฉันจำความรู้สึกนี้ได้ ความหนาว ความกลัว... และเสียงนาฬิกาที่หยุดเดิน”
“มันไม่เคยหยุดเดิน แต่มันรอจังหวะของมันอยู่ต่างหาก” คีย์เอ่ยขึ้นจากเงามืดด้านหลัง เขาเดินไปหยุดหน้าเตาผิงที่มอดดับไปนานแสนนาน ก่อนจะดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว เปลวไฟสีน้ำเงินแปลกตาก็ลุกพรึ่บขึ้นมาทันที แสงสีฟ้าหม่นสาดส่องไปทั่วห้องโถง ทำให้รินเห็นความจริงที่น่าสะพรึงกลัว—บนผนังห้องโถงไม่ได้ประดับด้วยภาพวาด แต่เป็นรูปถ่ายของผู้คนที่ถูกขีดฆ่าด้วยหมึกสีดำสนิทนับร้อยภาพ
รินเดินโซเซไปที่ผนังหนึ่งในนั้น เธอใช้นิ้วลูบไล้ไปบนรอยหมึกที่แห้งกรัง หัวใจของเธอเต้นรัวจนเจ็บหน้าอก ภาพถ่ายใบหนึ่งตรงมุมล่างสุดไม่มีรอยขีดฆ่า มันเป็นภาพของเด็กหญิงตัวน้อยสองคนกำลังยืนจับมือกันท่ามกลางสวนดอกไม้ เด็กหญิงคนหนึ่งมีใบหน้าเลือนราง ส่วนอีกคน... คือรินในวัยเด็ก
“ทำไมต้องปิดบัง?” รินหันไปตะคอกใส่คีย์ด้วยอารมณ์ที่พุ่งพล่าน “คนที่อยู่ในภาพนี้คือใคร? คุณพาฉันมาที่นี่เพื่ออะไรกันแน่ เพื่อรื้อฟื้นนรกที่ฉันหนีมาเหรอ!”
คีย์เดินเข้ามาหาเธอช้าๆ ฝีเท้าของเขามั่นคงและไร้เสียง เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของริน ราวกับจะอ่านรอยแยกในวิญญาณของเธอ “ข้าไม่ได้พาเจ้ามาเพื่อขุดคุ้ยอดีต ริน... แต่ข้าพาเจ้ามาเพื่อทวงคืนสิ่งที่ถูกช่วงชิงไปในคืนที่ดวงจันทร์เป็นสีเลือด”
ทันใดนั้น เสียงกระดิ่งลมที่แขวนอยู่บนเพดานก็ดังขึ้น ทั้งที่ไม่มีลมพัดผ่านแม้แต่นิดเดียว เสียงนั้นบาดลึกและโหยหวนคล้ายเสียงกรีดร้องของสตรี ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังมาจากบันไดเวียนชั้นบน เสียงนั้นก้าวลงมาทีละขั้น... ทีละขั้น... ด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอจนน่าขนลุก
รินหน้าซีดเผือด เธอหันไปมองต้นเสียงที่ปลายบันได ความมืดมิดเบื้องบนเริ่มสั่นไหวและรวมตัวกันเป็นร่างเงาขนาดใหญ่ที่ค่อยๆ ก้าวลงมาสู่แสงไฟสีน้ำเงิน
“คีย์... นั่นใครน่ะ?” รินถามเสียงหลง ขณะที่เงาสีดำนั้นหยุดลงตรงหน้าพวกเขาพอดี
ร่างนั้นสวมชุดคลุมสีดำสนิท ทั่วทั้งร่างถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนที่ส่งเสียงกระทบกันกรุ๊งกริ๊ง แต่น่ากลัวที่สุดคือใบหน้าของมัน... ที่ไม่มีใบหน้า ทว่ามีเพียงกระจกเงาบานเล็กติดอยู่ตรงตำแหน่งที่ควรจะเป็นดวงตา
รินมองเข้าไปในกระจกบนใบหน้าของสิ่งนั้น แล้วเธอก็ต้องกรีดร้องออกมาสุดเสียง เพราะสิ่งที่เธอเห็นในกระจกไม่ใช่ภาพสะท้อนของเธอในปัจจุบัน แต่เป็นภาพของเธอกำลังใช้มีดสั้นปักลงบนอกของใครบางคน—คนที่มีรอยสักรูปตราประทับเดียวกับที่อยู่บนข้อมือของคีย์ในขณะนี้!
คีย์ขยับตัวมาขวางรินไว้ เขาดึงดาบสั้นออกมาจากเงามืด ปลายดาบชี้ตรงไปที่ร่างนั้นด้วยท่าทีที่เย็นชา “ดูเหมือนเจ้าของบ้านจะไม่อยากให้เราอยู่ต่อนะ ริน... เตรียมตัวให้ดี เพราะความทรงจำที่หายไป กำลังจะกลับมาทวงหนี้จากเจ้าในอีกไม่กี่วินาทีนี้แล้ว”
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับผมในความมืดมิดแห่งความทรงจำนี้ครับ
ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
เงามายาใต้แสงจันทร์: พันธสัญญาแห่งความทรงจำที่สาบสูญ•ตอนที่ 3
ยินดีต้อนรับสู่เงามืด
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงามายาใต้แสงจันทร์: พันธสัญญาแห่งความทรงจำที่สาบสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!