"อย่าได้คิดจะเปิดมันอีกเลยครับ หากคุณยังไม่พร้อมจะแบกรับน้ำหนักของเศษเสี้ยวความจริงที่ถูกฝังกลบเอาไว้"
น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบราวกับผิวน้ำในยามไร้ลมดังก้องขึ้นในโสตประสาทของริน แต่นั่นไม่ใช่เสียงเตือนจากใครอื่น... มันคือประโยคที่ฝังแน่นอยู่ในกล่องดนตรีไม้แกะสลักเก่าคร่ำคร่า ซึ่งตอนนี้รินกำลังกำมันไว้แน่นจนนิ้วซีดเผือด
รินก้าวเท้าผ่านม่านหมอกหนาทึบที่ปกคลุมซอยทางเดินแคบๆ ในย่านเมืองเก่า สถานที่ที่ระบุไว้บนป้ายทองเหลืองเล็กๆ ใต้กล่องดนตรีใบนั้น ‘เลขที่ 42 หอคอยนาฬิกาไร้เข็ม’ หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นอับชื้นของอิฐเก่าและกลิ่นดินชื้นแฉะหลังฝนตกปะทะเข้ากับจมูก เธอไม่รู้ว่าเหตุใดตนเองถึงต้องดั้นด้นมาถึงที่นี่ แต่ความรู้สึกบางอย่าง—แรงดึงดูดที่เหมือนกับรอยแผลเป็นที่คันยิบในความทรงจำ—มันผลักดันให้เธอก้าวไปข้างหน้า
เสียงรองเท้าบูทกระทบพื้นหินสม่ำเสมอเป็นจังหวะเดียวกับหัวใจที่เต้นรัว ทว่าทันใดนั้น รินหยุดชะงัก
มีรอยเท้า... ไม่ใช่ของเธอ
มันเป็นรอยเท้าเปียกชื้นที่ทอดตัวยาวหายเข้าไปในความมืดมิดของตรอกด้านหน้า รอยเท้าที่ทิ้งช่วงห่างและหนักแน่น สะท้อนให้เห็นว่าใครคนหนึ่งเพิ่งเดินผ่านไปก่อนเธอไม่กี่อึดใจ รินขยับเสื้อโค้ทตัวบางเข้าหากันแน่น ความลังเลก่อตัวขึ้นเป็นก้อนแข็งในลำคอ แต่ก่อนที่เธอจะหันหลังกลับ แรงลมวูบหนึ่งก็พัดผ่านพร้อมกับเสียงขยับของโลหะที่กระทบกันดัง *เคร้ง*
"คุณมาช้าไปสามนาทีนะครับ"
รินสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปตามต้นเสียง เงาร่างสูงใหญ่ยืนพิงผนังตึกที่ทรุดโทรมอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว แสงไฟสลัวจากตะเกียงน้ำมันที่ติดตั้งไว้ตามผนังข้างทางทำให้เธอเห็นเพียงใบหน้าครึ่งหนึ่งของชายปริศนา เขาสวมเสื้อโค้ทสีเข้มคอตั้งสูง ดวงตาคมปลาบคู่นั้นซ่อนอยู่ใต้ปีกหมวก ทว่านัยน์ตาคู่นั้นกลับส่องประกายวาวโรจน์ราวกับสัตว์นักล่าที่กำลังรอเหยื่อมาติดกับ
"คุณเป็นใคร?" รินเค้นเสียงถาม แม้ความหวาดกลัวจะสั่นคลอนน้ำเสียงไปบ้าง แต่เธอยังพยายามยืนหยัดอย่างมั่นคง
ชายคนนั้นขยับยิ้มที่มุมปาก—เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้สื่อถึงความเป็นมิตร ทว่าแฝงไปด้วยความรู้สึกของการได้พบกับ 'คนคุ้นเคย' ที่เขาเฝ้ารอมานาน "คำถามสำคัญไม่ใช่ผมเป็นใครหรอกครับ แต่ควรจะเป็นว่า... คุณลืมเรื่อง 'คืนนั้น' ไปได้ลงคอได้อย่างไรต่างหาก"
เขาก้าวออกมาจากเงามืด แสงตะเกียงตกกระทบใบหน้าของเขาชัดขึ้น รินแทบหยุดหายใจ ชายคนนี้—ชายที่เธอมักจะเห็นในฝันร้ายที่เลือนลาง—เขามีรอยแผลเป็นเล็กๆ บริเวณสันกราม ซึ่งเป็นจุดเดียวกับที่เธอเคยเผลอแตะในภาพความทรงจำที่แตกสลาย
"ฉันไม่เข้าใจที่คุณพูด" รินถอยหลังไปหนึ่งก้าว สัญชาตญาณสั่งให้เธอหนี แต่กล่องดนตรีในมือกลับสั่นไหวอย่างรุนแรง
"ไม่เข้าใจ หรือเลือกที่จะไม่รับรู้?" ชายคนนั้นก้าวเข้ามาใกล้ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวเขา "ชื่อผมคือ คีย์ และสิ่งที่อยู่ในกล่องนั่นไม่ใช่ของขวัญ แต่มันคือคำพิพากษาที่คุณเป็นคนเลือกเองในวันที่มือของคุณเปื้อนเลือดคนสำคัญที่สุดไป"
คำว่า 'เลือด' พุ่งเข้าปะทะใจของรินราวกับเข็มพันเล่ม ภาพเหตุการณ์เบลอๆ ของห้องโถงที่เต็มไปด้วยเปลวเพลิง เสียงกรีดร้องที่ดังแว่ว และกลิ่นสนิมเหล็กที่อบอวลฉายวาบเข้ามาในหัว หญิงสาวทรุดเข่าลงกับพื้น ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วขมับจนเธอต้องกุมศีรษะไว้
"โกหก..." รินพึมพำ น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นลงบนพื้นหิน "ฉันไม่ได้ฆ่าใคร ฉันแค่..."
"แค่จำไม่ได้ใช่ไหมครับ?" คีย์ย่อตัวลงตรงหน้าเขา ใช้ปลายนิ้วเชยคางเธอขึ้นมา ดวงตาคู่นั้นเย็นเยียบแต่ทว่าแฝงไปด้วยความเวทนาที่อ่านไม่ออก "นั่นคือวิธีที่คุณใช้ป้องกันตัวเองจากการแตกสลาย แต่ก็นั่นแหละ... ความจริงมันเหมือนกับเศษแก้ว ยิ่งคุณพยายามฝังมันไว้ในใจมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งบาดลึกเข้าไปถึงกระดูกมากขึ้นเท่านั้น"
เขายื่นมือมาตรงหน้า นิ้วมือเรียวยาวของเขาดูราวกับมือของนักเปียโนที่ผ่านการจับอาวุธมาอย่างโชกโชน "อยากรู้ไหมครับว่าทำไมในคืนที่ฝนตกหนักที่สุดถึงมีเพียงคุณที่รอดมาได้เพียงลำพัง?"
รินมองมือของเขาด้วยความรู้สึกผสมปนเป ทั้งหวาดกลัว ทั้งโหยหาความจริงที่ถูกพรากไป เธอค่อยๆ เอื้อมมือที่สั่นเทาไปหาเขาท่ามกลางความเงียบงันที่บีบคั้นของตรอกแคบๆ นี้
วินาทีที่ปลายนิ้วของทั้งคู่จะสัมผัสกัน เสียงนาฬิกาเรือนยักษ์บนหอคอยที่ตายสนิทไปหลายสิบปีกลับดังขึ้นกึกก้อง! เสียงระฆังโลหะสั่นไหวอย่างรุนแรงราวกับมีใครไปกระชากกลไกของมันให้ตื่นจากการหลับใหล
คีย์เปลี่ยนสีหน้าจากเยือกเย็นเป็นเคร่งขรึม เขารีบฉุดแขนของรินให้ลุกขึ้นแล้วเบี่ยงตัวหลบเข้าหลังเสาไฟอย่างรวดเร็ว ในจังหวะที่เงาปริศนาสายหนึ่งพุ่งผ่านจุดที่รินเคยยืนอยู่ก่อนหน้านี้เพียงเสี้ยววินาที รอยแยกบนผนังตึกปรากฏขึ้นพร้อมกับไอสีดำทมิฬที่พวยพุ่งออกมาจากกล่องดนตรีในมือรินที่เริ่มเปิดออกเองโดยไม่มีใครไข
"ดูเหมือนว่า 'พวกมัน' จะรู้ตัวแล้วว่าความทรงจำของคุณกำลังจะถูกปลุกขึ้นมา" คีย์กระซิบข้างหูเธอ น้ำเสียงจริงจังจนรินขนลุกซู่ "และสิ่งที่อยู่ตรงหน้าคุณตอนนี้... ไม่ใช่แค่คน แต่เป็นอดีตที่คุณเคยพยายามฆ่าทิ้ง มันย้อนกลับมาเพื่อทวงชีวิตคุณคืนแล้วครับ"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ความลี้ลับครั้งนี้ไปพร้อมกันนะครับ!
ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
เงามายาใต้แสงจันทร์: พันธสัญญาแห่งความทรงจำที่สาบสูญ•ตอนที่ 2
รอยเท้าในสายหมอก
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงามายาใต้แสงจันทร์: พันธสัญญาแห่งความทรงจำที่สาบสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!