“อย่าแม้แต่จะแตะต้องมัน คีย์... ผมเตือนคุณด้วยความหวังดี”
รินยืนตัวสั่นเทาอยู่กลางห้องโถงกว้าง แสงจันทร์ที่ลอดผ่านหน้าต่างบานสูงทอดเงาเป็นเส้นยาวดุจกรงขังขีดขวางลงบนพื้นไม้ขัดมัน ดวงตาของเธอจ้องเขม็งไปยังวัตถุชิ้นหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะไม้โอ๊กใจกลางห้อง มันคือกล่องดนตรีไม้แกะสลักลวดลายเถาวัลย์ที่ดูเหมือนจะมีชีวิต—รอยสลักเหล่านั้นบิดเบี้ยวราวกับกำลังดิ้นรนที่จะหลุดพ้นจากเนื้อไม้
คีย์ไม่ได้หันกลับมามอง เขายังคงยืนนิ่งอยู่หน้ากล่องดนตรี นิ้วเรียวยาวของเขาขยับเข้าใกล้ตัวไขลานสีเงินวาววับที่ดูไม่เข้ากับความเก่าแก่ของตัวกล่อง “ความหวังดีของคุณมักจะมาพร้อมกับความหวาดกลัวเสมอเลยนะครับริน คุณกลัวอะไรกันแน่? กลัวเสียงเพลง หรือกลัวสิ่งที่อยู่ในความทรงจำของคุณที่กำลังจะถูกปลุกขึ้นมา”
“ผมบอกให้หยุดไง!” รินตะโกน เสียงของเธอสั่นเครือแต่แฝงไปด้วยความเด็ดขาดที่ยากจะพบเห็น เธอขยับก้าวเท้าเข้าไปหาเขาอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายของความเย็นเยียบเริ่มแผ่ซ่านออกมาจากกล่องดนตรีใบนั้น ราวกับว่าอุณหภูมิในห้องกำลังดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็ง
คีย์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะของเขามันแห้งแล้งและเย็นชาจนน่าขนลุก “ถ้าผมไม่ไขลานนี้ เราสองคนก็จะติดอยู่ในเงามืดของอดีตไปชั่วกาลนาน คุณอยากจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่โดยไม่รู้เลยหรือครับว่า ทำไมมือของคุณถึงมีรอยแผลเป็นที่ดูเหมือนสัญลักษณ์แห่งพันธสัญญา? ทำไมคนสำคัญของคุณถึงต้องจากไปโดยที่คุณไม่แม้แต่จะได้รับคำบอกลา?”
รินชะงักฝีเท้า ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโถงนั้นอย่างน่าอึดอัด หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำดุจกลองรบที่กำลังจะพ่ายแพ้ ภาพความทรงจำเลือนรางที่เป็นเหมือนเศษกระจกแตกละเอียดกรีดแทงเข้ามาในสมอง เธอเห็นเงาของร่างหนึ่ง... ร่างที่เลือนหายไปในหมอกควันท่ามกลางเปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำ
ขณะที่รินกำลังจมดิ่งลงสู่ห้วงความคิด คีย์ก็ตัดสินใจกระทำการที่ไม่มีใครคาดฝัน เขาบิดตัวไขลานอย่างรุนแรงจนเกิดเสียง ‘กริ๊ก’ ดังสะท้อนก้องไปทั่วโถงที่ว่างเปล่า
ทันใดนั้น... เข็มนาฬิกาบนผนังที่เคยหยุดนิ่งมานานปี กลับขยับเขยื้อนพร้อมกับเสียงระฆังบอกเวลาเที่ยงคืนที่ดังกังวานบาดแก้วหู
กล่องดนตรีไม่ได้เริ่มเล่นทำนองที่อ่อนหวานเหมือนที่รินเคยจินตนาการไว้ แต่มันกลับเปล่งเสียงท่วงทำนองที่บิดเบี้ยว สลับซับซ้อนและโหยหวน ราวกับเสียงร้องไห้ของผู้ที่ถูกจองจำในขุมนรก ลมเย็นยะเยือกพัดกรูเข้ามาในห้องจนม่านปลิวไสว รินยกมือขึ้นกุมขมับ ความเจ็บปวดแล่นพล่านราวกับมีเข็มพันเล่มทิ่มแทง
“หยุดมันเดี๋ยวนี้! มันไม่ใช่แค่เพลง... มันคือคำสาป!” รินหวีดร้องพลางทรุดลงกับพื้น สองมือของเธอจิกเข้าที่หน้าอกแน่น
คีย์หันมามองเธอด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก เขาย่อตัวลงนั่งข้างๆ แต่ไม่ได้ยื่นมือเข้าไปช่วย สิ่งที่เขาสังเกตเห็นกลับเป็นบางสิ่งที่ผิดปกติ—รอยแผลเป็นบนหลังมือของรินเริ่มเปล่งแสงสีม่วงหม่นออกมาสอดคล้องกับจังหวะของเสียงเพลงที่ดังขึ้นเรื่อยๆ
“ดูสิริน... โน้ตเพลงพวกนี้ไม่ได้ถูกบันทึกด้วยหมึก แต่มันถูกบันทึกด้วยความแค้น” คีย์กระซิบชิดใบหูของเธอ เสียงของเขาทุ้มต่ำและสั่นพร่าด้วยความตื่นเต้นที่ปิดไม่มิด “คุณจำไม่ได้จริงๆ หรือว่าใครเป็นคนแต่งเพลงนี้? ใครเป็นคนมอบกล่องดนตรีใบนี้ให้คุณในคืนที่ทุกอย่างพังทลาย?”
รินเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเธอเปลี่ยนไปจากความอ่อนโยนกลายเป็นความว่างเปล่าที่น่าสะพรึงกลัว เธอคว้าข้อมือของคีย์ไว้แน่น แรงบีบของเธอมหาศาลเกินกว่าที่หญิงสาวบอบบางคนหนึ่งจะมีได้
“คนที่มอบมันให้ฉัน... ไม่ได้มีเจตนาจะให้ฉันจำได้...” รินพูดด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป ราวกับเสียงนั้นไม่ได้ออกมาจากปากของเธอ “เขาต้องการให้ฉันเป็นภาชนะ... เพื่อรอวันที่เขาจะกลับมาทวงทุกอย่างคืน!”
ทันทีที่สิ้นเสียงพูด เสียงเพลงจากกล่องดนตรีก็หยุดลงฉับพลัน ความเงียบที่ตามมานั้นน่าอึดอัดยิ่งกว่าเสียงดนตรีเสียอีก คีย์เบิกตากว้างเมื่อเห็นรินค่อยๆ ปล่อยมือจากข้อมือของเขา แล้วหันไปจ้องมองยังมุมมืดของห้องที่ซึ่งเงาขนาดใหญ่กำลังก่อตัวขึ้นเป็นรูปร่างของมนุษย์... ร่างที่ควรจะตายไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน
คนผู้นั้นค่อยๆ ก้าวออกมาจากความมืด ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกบดบังด้วยหน้ากากเหล็ก แต่ดวงตาคู่นั้น... ดวงตาที่รินจดจำได้แม่นยำที่สุดในฐานะความทรงจำอันเลวร้าย
“ริน... ในที่สุดเราก็ได้พบกันอีกครั้งนะ” ชายปริศนาเอ่ยทักทายพลางก้าวเข้ามาใกล้ คีย์รีบคว้ามีดสั้นที่ซ่อนไว้ในเสื้อคลุมเตรียมพร้อมรับมือ แต่รินกลับทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด
เธอผุดลุกขึ้นและเดินตรงไปหาชายผู้นั้นด้วยท่าทีที่สงบนิ่งราวกับหุ่นเชิดที่ถูกตัดสายชัก “คุณมาสายไปนิดนะ ท่านผู้นำ... พันธสัญญานี้ ครบกำหนดแล้ว”
คีย์ตะลึงงันจนตัวแข็งทื่อ เมื่อเห็นรินหยิบกล่องดนตรีส่งให้ชายคนนั้นด้วยรอยยิ้มที่ปราศจากความรู้สึก ก่อนที่เธอจะหันกลับมามองคีย์ด้วยแววตาที่เย็นชาจนเขาถึงกับต้องถอยกรูด
“ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมดำดิ่งลงไปในความลับที่กำลังจะถูกเปิดเผยครั้งนี้กับผม แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ โดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ”
เงามายาใต้แสงจันทร์: พันธสัญญาแห่งความทรงจำที่สาบสูญ•ตอนที่ 17
บทเพลงที่สาปแช่ง
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงามายาใต้แสงจันทร์: พันธสัญญาแห่งความทรงจำที่สาบสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!