"เก็บสร้อยเส้นนั้นไปเสียคีย์... แล้วลืมเสียว่าเคยเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้าคุณตอนนี้"
เสียงของรินสั่นพร่า ทว่าแฝงด้วยความเด็ดขาดที่กรีดลึกไปถึงขั้วหัวใจ คีย์ยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางความมืดสลัว สายตาของเขาไม่ได้จับจ้องที่ดวงตาของเธอ แต่กลับมองทะลุผ่านไป ราวกับกำลังประเมินภัยคุกคามที่ซ่อนเร้นอยู่ในเงามืดเบื้องหลังหญิงสาว เงาสีดำสนิทที่บิดเบี้ยวบนพื้นนั้นไม่ได้ขยับตามร่างของริน แต่มันกำลังเต้นเร่าราวกับมีชีวิต
คีย์ค่อยๆ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้หนึ่งก้าว เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นดินแข็งดังสะท้อนก้องในความเงียบงัน "คุณกำลังสติแตก ริน สิ่งที่คุณเห็น... มันอาจเป็นเพียงกลลวงของประสาทสัมผัสที่อ่อนล้า คุณไม่ได้ทำอะไรลงไป คุณแค่กำลังเผชิญหน้ากับความกลัวที่ซุกซ่อนอยู่ในส่วนลึกของจิตใจ"
"กลลวงงั้นหรือ?" รินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูแห้งแล้งและเจ็บปวด เธอหันกลับไปเผชิญหน้ากับเงาร่างนั้นโดยไม่หลบสายตา "คุณคอยบอกผมว่าให้ไว้ใจคุณ คอยบอกว่าความทรงจำของผมคือสิ่งที่ต้องตามหา แต่ทำไม... ยิ่งผมเข้าใกล้ความจริงเท่าไหร่ คุณกลับยิ่งดูเหมือนคนที่รู้อะไรบางอย่างมาตั้งแต่ต้นเสียมากกว่า"
เธอหันกลับมาประจันหน้ากับเขา ดวงตาคู่สวยที่เคยอ่อนโยนบัดนี้กลับเต็มไปด้วยประกายของความหวาดระแวง คีย์ชะงักไปเล็กน้อย เขารู้ดีว่าหากปล่อยให้ความสงสัยนี้หยั่งรากลึกกว่านี้ พันธสัญญาที่เขาสร้างขึ้นจะพังทลายลงไม่เหลือชิ้นดี
"ถ้าผมบอกความจริงทั้งหมดตอนนี้ คุณจะไม่มีวันได้ก้าวเดินต่อไปข้างหน้า" คีย์กล่าวเสียงเรียบ ดวงตาของเขาวูบไหวเพียงชั่วครู่ก่อนจะกลับมาเย็นชาดุจน้ำแข็ง "เราต้องไปต่อ ริน เป้าหมายของเรายังไม่สำเร็จ"
"เป้าหมายของคุณต่างหากคีย์ ไม่ใช่ของผม" รินสะบัดมือออกจากการเกาะกุมของเขา "ผมเริ่มสงสัยแล้วว่า การที่ผมสูญเสียความทรงจำไปนั้น... เป็นอุบัติเหตุ หรือเป็นสิ่งที่ถูกวางแผนไว้โดยคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าผมคนนี้"
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของรินที่ดังก้อง คีย์ไม่ได้โต้ตอบในทันที เขานิ่งอึ้งราวกับถูกดาบที่แหลมคมที่สุดแทงทะลุหัวใจ เขารู้ดีว่าคำพูดของเธอคือรอยร้าวที่ไม่สามารถซ่อมแซมได้อีกต่อไป ความเชื่อใจที่เคยเป็นกาวประสานระหว่างพวกเขาสองคนได้สูญสลายไปตั้งแต่วินาทีที่เงาร่างนั้นปรากฏตัวขึ้น
"ถ้าคุณต้องการแบบนั้น" คีย์เอ่ยขึ้นในที่สุด น้ำเสียงของเขาอ่อนลงแต่กลับแฝงด้วยความหม่นหมอง "แยกกันตรงนี้เสียเถอะ แต่อย่าได้คิดว่าโลกภายนอกนั้นใจดีกับคุณนัก ริน... สิ่งที่ตามล่าคุณอยู่นั้น ไม่ใช่แค่เงาในอดีต แต่มันคือสิ่งที่คุณได้ปลดปล่อยออกมาด้วยมือของคุณเอง"
รินไม่หันกลับไปมองอีก เธอเดินผ่านเขาไปอย่างไร้ความลังเล ทุกย่างก้าวที่ห่างออกจากคีย์เปรียบเสมือนการตัดขาดจากเข็มทิศเพียงหนึ่งเดียวในชีวิตที่ไร้จุดหมาย แต่หัวใจของเธอกลับรู้สึกถึงความว่างเปล่าที่หนักอึ้งเสียยิ่งกว่าพันธนาการที่เขาสร้างไว้
เธอเดินลึกเข้าไปในตรอกมืด แสงจันทร์สลัวฉาบทาลงบนแผ่นหลังของเธอ ความเงียบที่ควรจะปลอบประโลมกลับกลายเป็นเสียงกระซิบที่คุ้นเคย กระซิบชื่อของเธอซ้ำๆ ราวกับคำสาปแช่งจากอดีตที่รอคอยการชำระแค้น
รินหยุดยืนอยู่หน้าบานประตูไม้เก่าๆ ที่เธอมักเห็นในฝันร้ายเสมอ เธอไม่ได้ตั้งใจจะมาที่นี่ แต่เท้าของเธอกลับพามาถึงโดยสัญชาตญาณ เธอเอื้อมมือที่สั่นเทาไปแตะที่กลอนประตู ทันใดนั้น ความรู้สึกเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งก็แล่นเข้าสู่ปลายนิ้ว
ประตูค่อยๆ แง้มออกด้วยเสียงเอี๊ยดอ๊าดบาดหู ภายในห้องนั้นไม่ได้ว่างเปล่าอย่างที่เธอคิด บนโต๊ะไม้กลางห้องมีเพียงเทียนเล่มเดียวที่จุดอยู่ ทั้งที่ไม่มีใครอยู่ในห้องมานานหลายสิบปี และบนเก้าอี้ตรงข้ามกับที่เธอยืนอยู่... ร่างหนึ่งกำลังนั่งก้มหน้าอยู่
ชายคนนั้นค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ เผยให้เห็นใบหน้าที่ดูอ่อนเยาว์ราวกับรูปถ่ายในความทรงจำที่หายไป แต่ดวงตาของเขากลับเต็มไปด้วยความเคียดแค้นและรอยแผลเป็นที่ขีดขวางลำคอ เขายกมือขึ้นชี้มาที่ริน ก่อนจะเอ่ยชื่อที่ทำให้หัวใจของเธอแทบหยุดเต้น
"ริน... เธอในที่สุดก็กลับมาหาพี่สาวที่เธอเป็นคนฆ่าเสียทีนะ"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเส้นทางสายหมอกแห่งความทรงจำนี้ไปกับผมนะครับ
ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
เงามายาใต้แสงจันทร์: พันธสัญญาแห่งความทรงจำที่สาบสูญ•ตอนที่ 36
รอยร้าวที่ไม่สามารถซ่อม
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงามายาใต้แสงจันทร์: พันธสัญญาแห่งความทรงจำที่สาบสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!