เงามายาใต้แสงจันทร์: พันธสัญญาแห่งความทรงจำที่สาบสูญ•ตอนที่ 7

คู่คิดในเงามืด

ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
“คุณเป็นใครกันแน่... คีย์” น้ำเสียงของรินสั่นพร่าขณะถอยหลังไปจนแผ่นหลังปะทะเข้ากับผนังไม้โอ๊กเก่าแก่ของห้องสมุดในคฤหาสน์ ความมืดสลัวภายในห้องถูกขับเน้นด้วยแสงจันทร์ที่ลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านกำมะหยี่ เผยให้เห็นเงาร่างของชายหนุ่มที่ยืนนิ่งสงบอยู่ตรงหน้า ราวกับเขาเป็นส่วนหนึ่งของเงามืดนั้นมาตั้งแต่นานแสนนาน คีย์ไม่ตอบทันที เขายกมือขึ้นปัดฝุ่นละอองที่เกาะอยู่บนปกเสื้อโค้ทสีดำสนิท ดวงตาคมกริบคู่นั้นจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของริน ราวกับจะค้นหาความจริงบางอย่างที่เธอพยายามซ่อนไว้ภายใต้ความสับสน “คำถามนั้นควรจะเป็นสิ่งที่ผมถามคุณมากกว่านะ ริน” คีย์ก้าวเข้ามาใกล้หนึ่งก้าว เสียงรองเท้าหนังของเขากระทบพื้นไม้เบาราวกับเสียงฝีเท้าของสัตว์นักล่า “คุณจำไม่ได้จริงๆ หรือว่าทำไมเสียงนั่นถึงเรียกชื่อคุณ... และทำไมคุณถึงรู้สึกเจ็บปวดทุกครั้งที่ได้ยินมัน” รินเม้มริมฝีปากแน่น มือของเธอสั่นเทาขณะกำชายเสื้อแน่นจนยับย่น ความทรงจำที่ขาดหายไปราวกับจิ๊กซอว์ที่แตกกระจายในใจเธอเริ่มกรีดร้อง มันไม่ใช่แค่ความว่างเปล่า แต่มันคือหลุมดำที่กลืนกินทุกอย่างที่เธอเคยเป็น “ฉันไม่รู้...” รินกระซิบ “แต่ฉันรู้ว่าที่นี่... คฤหาสน์หลังนี้กำลังซ่อนอะไรบางอย่างไว้ และคุณก็เป็นกุญแจสำคัญ” คีย์เหยียดยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้สื่อถึงความอ่อนโยน แต่มันคือความพึงพอใจที่ได้เห็นเหยื่อเดินเข้ามาติดกับดักที่เขาขุดไว้ เขายื่นมือออกมาเบื้องหน้าท่ามกลางความมืดมิด มือข้างนั้นยื่นออกไปหาเธออย่างช้าๆ มั่นคง และกดดัน “งั้นเรามาทำสัญญากันไหม” เขาเอ่ยขึ้น จังหวะการพูดของเขาเชื่องช้าแต่ทรงพลัง “คุณให้ความไว้ใจผม แล้วผมจะพาคุณไปพบกับความจริงที่เน่าเฟะที่สุดของตระกูลนี้... แต่จำไว้ว่าเมื่อประตูแห่งความทรงจำนั้นเปิดออกแล้ว ต่อให้คุณอยากจะปิดมันแค่ไหน คุณก็ไม่มีวันทำได้อีกตลอดกาล” รินเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าของชายผู้นี้ ความรู้สึกหวาดกลัวตีรวนกับความโหยหาที่อยากจะหลุดพ้นจากกรงขังแห่งความจำเสื่อมนี้ เธอตัดสินใจก้าวข้ามผ่านความลังเล แล้ววางมือลงบนฝ่ามือของคีย์ ความเย็นเยียบจากปลายนิ้วของเขาส่งผ่านเข้ามาจนเธอสะท้านไปทั้งร่าง “ตกลงค่ะ... ตกลง” รินตอบรับด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยวขึ้น “ดีมาก” คีย์กระชับมือของเธอแน่นขึ้น “งั้นเริ่มจากสิ่งที่ง่ายที่สุดก่อน... ทำไมภาพวาดในห้องโถงใหญ่ถึงถูกคลุมด้วยผ้าดำตั้งแต่วันที่คุณก้าวเท้าเข้ามาที่นี่? และทำไมพ่อบ้านถึงไม่เคยยอมให้คุณเดินขึ้นไปยังชั้นสามหลังเที่ยงคืน?” ทั้งสองเดินข้ามผ่านโถงทางเดินที่เงียบสงัด เสียงลมหายใจของรินดูจะดังเกินไปในความเงียบงัน คีย์นำเธอตรงไปยังภาพวาดขนาดใหญ่ที่ถูกคลุมด้วยผ้าสีดำสนิท เขาคว้าขอบผ้าแล้วกระชากออกอย่างแรง ฝุ่นละอองฟุ้งกระจายไปในอากาศ ภาพวาดเบื้องหน้าไม่ใช่ทิวทัศน์ที่สวยงาม แต่มันคือภาพของเด็กหญิงสองคนในสวนดอกไม้ที่กำลังมอดไหม้ ใบหน้าของคนหนึ่งเลือนหายไปราวกับถูกขูดออกด้วยของมีคม ส่วนอีกคน... มีใบหน้าเหมือนกับรินราวกับพิมพ์เดียวกัน แต่ดวงตาของเธอในภาพกลับดูอาฆาตพยาบาท รินยกมือขึ้นแตะใบหน้าตัวเอง ความเย็นวาบแล่นผ่านไปตามไขสันหลัง “นั่น... ไม่ใช่ฉัน” “นั่นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องโกหกทั้งหมดครับ” คีย์โน้มตัวลงมากระซิบที่ข้างหูของเธอ กลิ่นอายของไม้สนเก่าและฝนจางๆ จากตัวเขาทำให้รินรู้สึกวิงเวียน “คนในภาพนั้นไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุ และคุณก็ไม่ใช่คนที่ทำลายทุกอย่าง... แต่คุณคือคนที่ถูกเลือกให้เป็น ‘ภาชนะ’ ของความทรงจำที่สาบสูญ” ก่อนที่รินจะทันได้ซักไซ้ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่ปลายสุดของโถงทางเดิน มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าของพ่อบ้าน ไม่ใช่เสียงของคนรับใช้ในบ้านนี้ แต่มันคือเสียงลากของโลหะที่ครูดไปกับพื้นไม้ช้าๆ คีย์ขมวดคิ้ว เขาดึงตัวรินให้หลบเข้าไปหลังเสาหินขนาดใหญ่ สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมและเย็นชาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “เงียบไว้” เขาใช้นิ้วชี้แตะริมฝีปากตัวเอง “อย่าส่งเสียงเด็ดขาด ต่อให้คุณเห็นว่าใครเดินผ่านหน้าเราไปก็ตาม” เงาร่างหนึ่งค่อยๆ ปรากฏขึ้นจากความมืด มันเป็นร่างของหญิงชราที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาด ในมือของนางถือตะเกียงน้ำมันที่เปลวไฟเต้นเร่าสีน้ำเงินเข้ม นางเดินผ่านมาหยุดลงตรงหน้าภาพวาดที่เพิ่งถูกเปิดออก ก่อนจะก้มลงกราบไหว้ภาพวาดนั้นด้วยท่าทางที่น่าสยดสยอง เมื่อนางเงยหน้าขึ้น แสงจากตะเกียงส่องกระทบใบหน้าจนเห็นชัดว่าดวงตาของนางถูกควักออกไปจนเหลือเพียงเบ้าตาที่ว่างเปล่า แต่นางกลับหันมาทางเสาที่รินและคีย์ซ่อนตัวอยู่ราวกับมองเห็นทุกการเคลื่อนไหว นางยกนิ้วขึ้นชี้มาทางพวกเขา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าราวกับเสียงของใบไม้แห้งที่ถูกขยี้ “มาแล้วหรือ... ผู้ที่ถูกลืม... ริน... เจ้าทำสัญญากับปีศาจตนใหม่แล้วหรือ?” คีย์พุ่งตัวออกจากที่ซ่อนในพริบตาเพื่อจะประชิดตัวนาง แต่หญิงชราคนนั้นกลับสลายกลายเป็นเถ้าถ่านสีดำที่ปลิวว่อนไปทั่วโถงทางเดิน ทิ้งไว้เพียงกลิ่นคาวเลือดที่ตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ รินทรุดตัวลงกับพื้น หัวใจของเธอเต้นรัวจนเจ็บหน้าอก ขณะที่คีย์เดินกลับมาหาเธอด้วยสีหน้าที่ไม่อาจคาดเดาได้ เขาย่อตัวลงแล้วชี้ไปที่พื้นตรงจุดที่หญิงชราคนนั้นเพิ่งยืนอยู่ ที่นั่นมีรอยเท้าเปื้อนเลือดวางทับซ้อนกันอยู่ และหนึ่งในนั้น... เป็นรอยเท้าเปล่าที่มีขนาดเท่ากับเท้าของรินไม่มีผิดเพี้ยน รินเบิกตากว้างเมื่อเห็นรองเท้าของตัวเองในตอนนี้ว่ามันเปื้อนไปด้วยคราบเลือดสีเข้มข้นที่เพิ่งแห้งกรัง ทั้งที่เธอยืนอยู่ในห้องสมุดมาตลอดคืนและไม่ได้เหยียบผ่านจุดไหนที่มีเลือดเลย “ดูเหมือนว่า...” คีย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความเวทนา “ความจริงที่คุณกำลังตามหา... มันอาจจะเป็นตัวคุณเองที่ลงมือทำตั้งแต่วันที่คุณก้าวเข้าสู่คฤหาสน์หลังนี้ โดยที่คุณไม่รู้ตัวเลยแม้แต่นิดเดียว” ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในความมืดมิดกับผมในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงามายาใต้แสงจันทร์: พันธสัญญาแห่งความทรงจำที่สาบสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%