กลิ่นหอมของดอกไม้ป่าชนิดนั้นไม่ได้ให้ความรู้สึกสดชื่นแม้แต่น้อย หากแต่มันรุนแรงจนชวนคลื่นไส้ ราวกับกลิ่นของซากพืชที่กำลังเน่าเปื่อยภายใต้ร่มเงาอันมืดทึบของผืนป่าดิบชื้น
ธันวายืนนิ่งราวกับรูปปั้นหินสลัก ปลายมีดสั้นสีดำสนิทในมือไม่สะท้อนแสงไฟแม้แต่นิดเดียว มันดูดกลืนทุกเฉดสีรอบตัวจนเหลือเพียงความว่างเปล่าอันน่าสะพรึงกลัว เขาร่างกายเกร็งตึงพร้อมปะทะ ทว่าสายตากลับเหลือบมองภัทรินที่ยืนอยู่ด้านหลังในเสี้ยววินาที เพื่อประเมินว่าเธอยังมีสติพอที่จะไม่กรีดร้องออกมา
"ถอยไปชิดมุมห้อง..." เสียงกระซิบของธันวาต่ำลึกและแหบพร่า มีความกดดันมหาศาลซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งเรียบนั้น "ถ้าผมบอกให้หมอบลง ก็จงหมอบลงทันที ห้ามเงยหน้าขึ้นมาเด็ดขาด เข้าใจไหมครับ"
ภัทรินพยักหน้ารับอย่างยากลำบาก หัวใจของเธอเต้นโครมครามจนดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาท มือบางที่กำชายเสื้อของตัวเองสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ ภาพในอดีตซ้อนทับเข้ามาในหัว กลิ่นนี้... กลิ่นเดียวกันกับคืนวันที่คุณพ่อของเธอหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยจากห้องทำงานส่วนตัว กลิ่นที่ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าและปริศนาอันดำมืด
บานประตูไม้เนื้อแข็งเคลื่อนตัวเปิดออกอย่างช้าๆ เสียงบานพับเก่าแก่ส่งเสียงเอี๊ยดอาร์ดบาดหู ท่ามกลางความมืดมิดของทางเดินด้านนอก ไม่มีแม้แต่เงาของมนุษย์เดินผ่าน ไม่มีเสียงฝีเท้า มีเพียงความเงียบงันอันน่าอึดอัดที่แผ่ขยายเข้ามาพร้อมกับมวลอากาศเย็นยะเยือก
ทว่า... บนพื้นไม้หน้าประตูกลับมีบางสิ่งกำลังคืบคลานเข้ามา
มันไม่ใช่คน และไม่ใช่สัตว์ แต่เป็นเงาดำทมิฬที่บิดเบี้ยวผิดรูป รูปร่างของมันยืดยาวและขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ตามแสงไฟสลัวจากด้านในห้อง ราวกับมีชีวิตจิตใจและกำลังจ้องมองพวกเขาทั้งสองด้วยความกระหายใคร่รู้
ธันวากัดฟันกรอด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนอย่างเห็นได้ชัด เขาไม่รอให้สิ่งนั้นคุกคามจนถึงตัว พุ่งทะยานออกไปข้างหน้าพร้อมกับเง้าง่ามีดสั้นในมืออย่างรวดเร็วราวกับเสือดาวที่ตะครุบเหยื่อ
ฉับ!
คมมีดกรีดผ่านความว่างเปล่า เสียงเนื้อและอากาศฉีกขาดดังขึ้นเบาๆ ทว่าไม่มีเลือดหยดลงบนพื้น มีเพียงกลุ่มควันสีดำสนิทที่พวยพุ่งออกมาจากจุดที่ธันวาเพิ่งแทงลงไป กลิ่นหอมของดอกไม้ป่าทวีความรุนแรงขึ้นจนแสบจมูก
"คิดจะเล่นตลกอะไรกัน..." ธันวาสบถออกมาเบาๆ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบทางเดินที่ว่างเปล่า "ออกมาสิครับ! ซ่อนตัวอยู่มุมไหน คลานหัวซุกหัวซุนเป็นสุนัขลอบกัดแบบนี้ มันไม่น่าสนุกเลยนะ"
ไร้ซึ่งเสียงตอบรับ นอกเหนือจากเสียงลมหายใจของภัทรินที่หอบถี่อยู่ทางด้านหลัง
ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนถึงขีดสุดนั้นเอง เสียงฝีเท้าคู่หนึ่งก็ดังขึ้นจากปลายทางเดินฝั่งตรงข้าม—ไม่ใช่เสียงฝีเท้าที่เร่งรีบ แต่เป็นจังหวะก้าวเดินที่มั่นคง หนักแน่น และคุ้นเคยอย่างประหลาด เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นไม้ทีละก้าว... ทีละก้าว ชวนให้ผู้ฟังรู้สึกขนลุกเกรียวไปทั่วแผ่นหลัง
ธันวาชะงักฝีเท้า ถอยหลังกลับมาหนึ่งก้าวเพื่อป้องกันตัว พร้อมกับดึงภัทรินให้เข้ามาอยู่ในรัศมีคุ้มกันอย่างรวดเร็ว สายตาของเขาจ้องเขม็งไปยังความมืดเบื้องหน้า
เงาร่างหนึ่งก้าวพ้นจากเขตมืดของทางเดินเข้าสู่แสงไฟสลัวจากห้อง
ผู้มาใหม่สวมเสื้อโค้ทสีดำสนิท ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกบดบังด้วยปีกหมวกปานามา มือข้างหนึ่งถือไม้เท้าหัวสิงห์ทำจากเงินแท้ที่สลักลวดลายวิจิตรบรรจง และที่สำคัญที่สุด... บนปกเสื้อของเขามีเข็มกลัดรูปดอกไม้ป่าสีม่วงเข้มกลัดอยู่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เดียวกับที่ธันวาเคยเห็นในแฟ้มคดีลับเมื่อหลายปีก่อน
"ไม่พบกันนานเลยนะ... ธันวา"
เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้น รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของชายแปลกหน้า ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ราวกับดวงตาของตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ
ภัทรินเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบหยุดหายใจ เมื่อชายคนนั้นเงยหน้าขึ้นและถอดหมวกออกเปิดเผยใบหน้าที่แท้จริงภายใต้แสงไฟ
"คุณอา...?" ภัทรินหลุดปากครางออกมาด้วยความตกใจสุดขีด ขาทั้งสองข้างแทบทรุดลงไปกองกับพื้น มือที่สั่นเทายกขึ้นปิดปากตัวเอง ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดผวาและไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็น
บุคคลที่ยืนอยู่ตรงหน้า... คือคนที่ควรจะอยู่ร่วมงานศพของคุณพ่อเมื่อสามปีที่แล้ว และเป็นคนเดียวกับที่คอยปลอบโยนเธอในวันที่มืดมนที่สุดของชีวิต
ธันวาหรี่ตาลงอย่างอันตราย มีดสั้นในมือถูกกระชับแน่นยิ่งกว่าเดิม รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างของเขาอย่างไม่ปิดบัง "ที่แท้ก็แก... สุนัขรับใช้ที่ซ่อนตัวอยู่หลังฉากมาตลอดสินะครับ"
ชายวัยกลางคนแย้มยิ้มอย่างใจดี ราวกับผู้ใหญ่ใจดีที่กำลังเอ็นดูหลานสาวตัวน้อย ทว่าคำพูดที่หลุดออกมาจากริมฝีปากคู่นั้น กลับทำลายโลกทั้งใบของภัทรินให้พังทลายลงในพริบตา
"อย่าทำหน้าแบบนั้นเลยภัทริน... เธอควรจะดีใจนะ ที่ความจริงเกี่ยวกับสมุดบันทึกเล่มนั้นกำลังจะถูกเปิดเผยเสียที และคนที่ฆ่าพ่อของเธอก็ยืนอยู่ข้างๆ เธอในตอนนี้เอง"
สิ้นคำพูดนั้น ธันวาก็ก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวอย่างไม่รู้ตัว ขณะที่ภัทรินหันขวับกลับไปมองหน้าชายหนุ่มผู้เป็นที่พึ่งพิงเพียงคนเดียวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวงและความร้าวรานถึงขั้วหัวใจ
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับผมในบทนี้นะครับ
เงามายาใต้แสงจันทร์: พันธสัญญาแห่งความทรงจำที่สาบสูญ•ตอนที่ 44
บทที่ 44
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงามายาใต้แสงจันทร์: พันธสัญญาแห่งความทรงจำที่สาบสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!