"คุณกำลังทำอะไรอยู่... ธันวา"
น้ำเสียงของภัทรินสั่นพร่า ปะปนไปด้วยความหวาดระแวงและความร้าวรานจนแทบขาดใจ แววตาของหญิงสาวที่เคยฝากความไว้วางใจไว้ทั้งหมด บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและระแวดระวัง ราวกับสัตว์ป่าบาดเจ็บที่พร้อมจะกระโจนใส่ทุกคนที่เข้าใกล้
สิ้นคำพูดนั้น ธันวาก็ก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวอย่างไม่รู้ตัว ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องทำงานเก่าคร่ำครึแห่งนี้ทันที มีเพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นของทั้งคู่ และเสียงฝนที่เริ่มโปรยปรายกระทบกระจกหน้าต่างด้านนอกเป็นจังหวะน่าหดหู่
ชายหนุ่มไม่ได้แก้ตัวทันที เขากลืนก้อนความอึดอัดลงคอ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแสงสลัวทอดมองไปยังหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก มันไม่ใช่ความผิดหวัง แต่มันคือความเจ็บปวดลึกๆ ของคนที่ถูกเข้าใจผิดในวินาทีที่สำคัญที่สุด
"ผมรู้ว่าภาพที่เห็นมันอธิบายได้ยาก... ภัทริน" ธันวาเอמהด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบอย่างที่สุด พยายามรักษาความสุขุม ทว่ามือหนาทั้งสองข้างที่กำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวกลับฟ้องความรู้สึกภายในที่กำลังปั่นป่วน "แต่คุณต้องเชื่อใจผม แค่ครั้งนี้ครั้งเดียว... เอกสารในแฟ้มนั้นจะทำลายครอบครัวของคุณก็จริง แต่มันคือวิธีเดียวที่เราจะดึงความจริงทั้งหมดขึ้นมาจากโคลนตม"
"ความจริง?" ภัทรินแค่นหัวเราะออกมา เสียงหัวเราะที่แห้งผากและเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาที่คลอหน่วย "ความจริงที่ต้องแลกมาด้วยการเหยียบย่ำความทรงจำทั้งหมดของฉันอย่างนั้นเหรอคะ? คุณบอกว่าคุณเข้ามาเพื่อช่วย แต่สิ่งที่คุณทำ... มันไม่ต่างอะไรกับคนที่ถือมีดคอยแทงข้างหลังฉันเลยสักนิด!"
ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองในตอนนี้ ช่างกว้างใหญ่ไพศาลเสียยิ่งกว่ากาลเวลาที่พวกเขาเคยร่วมเดินทางค้นหาปริศนาด้วยกันมาตลอดหลายเดือน รอยจารึกโบราณบนโต๊ะไม้สักทองสะท้อนเงาของพวกเขาสองคนให้แยกออกจากกันอย่างชัดเจน
ธันวาขยับตัวจะก้าวเข้าไปหาเพื่ออธิบาย ทว่าภัทรินกลับยกมือขึ้นห้าม ปลายนิ้วเรียวสั่นเทาชี้ตรงมาที่เขา ราวกับจะประกาศิตเส้นแบ่งเขตแดนที่ไม่อาจก้าวล่วง
"หยุดอยู่ตรงนั้นค่ะ... อย่าเข้ามาใกล้ฉันอีก" เธอสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นก้อนสะอื้นที่จุกแน่นอยู่ในลำคอ "ตลอดเวลาที่คุณทำตัวเป็นเงาคอยช่วยเหลือฉัน คอยเตือนสติฉันในยามวิกฤต ฉันเคยคิดว่าคุณคือที่พึ่งพิงสุดท้ายในโลกที่โหดร้ายใบนี้... แต่ที่แท้จริงแล้ว คุณก็แค่ผู้ล่าอีกคนที่รอเวลาขย้ำเหยื่อให้จนมุมเท่านั้นเอง"
"ถ้าผมเป็นผู้ล่าจริง... ป่านนี้คุณคงไม่ยืนอยู่ตรงนี้เพื่อต่อว่าผมหรอกครับ" ธันวาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เข้มขึ้นเล็กน้อย แววตาคมกริบฉายประกายความดุดันขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนจะอ่อนแสงลงเมื่อเห็นร่องรอยความแตกสลายบนใบหน้าของเธอ "จำไม่ได้หรือไงว่าใครคือคนดึงคุณขึ้นมาจากกองเพลิงในคืนนั้น? ใครคือคนที่เอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องเบาะแสชิ้นสุดท้ายที่คุณถืออยู่?"
"นั่นเพราะคุณต้องการมัน!" ภัทรินสวนกลับทันควัน น้ำตาหยดแรกไหลรินอาบแก้มเนียนอย่างไม่อาจอดกลั้น "คุณต้องการสิทธิ์ในพินัยกรรมฉบับนั้น คุณต้องการทำลายตระกูลของฉันให้พินาศเพื่อวัตถุประสงค์บางอย่างที่แม้แต่ตัวฉันเองก็ไม่มีวันได้รู้... ออกไปจากที่นี่ซะค่ะธันวา ก่อนที่ฉันจะทนมองหน้าคุณไม่ไหวไปมากกว่านี้"
บรรยากาศภายในห้องตึงเครียดจนแทบจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ความสัมพันธ์ที่สั่งสมความไว้วางใจมาเนิ่นนาน พังทลายลงภายในชั่วพริบตาจากหลักฐานชิ้นเดียวที่วางอยู่ตรงหน้า—แฟ้มหนังสีดำสนิทที่ซ่อนความลับอันดำมืดที่สุดของตระกูลภัทรินเอาไว้
ธันวานิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ ดวงตาคู่นั้นมองสำรวจใบหน้าของหญิงสาวที่เขารักและห่วงใยสุดหัวใจเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่มุมปากจะได้รูปจะยกยิ้มฝืนๆ ขึ้นมาอย่างน่าเวทนา
"ก็ได้ครับ... ถ้าการที่ผมเลือกปกป้องคุณด้วยวิธีนี้มันทำให้คุณมองผมเป็นปีศาจ" ชายหนุ่มพูดเสียงแผ่วเบา หมุนตัวหันหลังให้เธออย่างไร้เยื่อใย "แต่จำเอาไว้เถอะภัทริน... ความลับที่พวกเขากลบฝังไว้ มันน่ากลัวกว่าที่คุยโวไว้หลายร้อยเท่า และเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณตาสว่าง คุณจะรู้ว่าใครกันแน่ที่สมควรถูกเรียกว่าศัตรูที่แท้จริง"
เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเดินห่างออกไปทีละน้อย ทุกย่างก้าวที่ธันวาถอยห่าง เปรียบเสมือนการดึงเอาความอบอุ่นสุดท้ายออกไปจากชีวิตของภัทริน หญิงสาวทรรุดตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้นห้องอย่างไร้เรี่ยวแรง ปล่อยให้น้ำตาแห่งความคับแค้นไหลรินอาบสองแก้มท่ามกลางความเงียบงัน
ทว่า... ในวินาทีที่เสียงประตูห้องทำงานปิดลง พร้อมกับเสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องด้านนอก เสียงฝีเท้าฝั่งตรงข้ามกลับไม่ได้เงียบหายตามไปด้วย เสียงเคาะประตูก็จุดขึ้นอีกครั้ง—สามครั้งเบาๆ แต่หนักแน่น เย็นยะเยือก และชวนให้ขนหัวลุก
ไม่ใช่เสียงของธันวา... เพราะคนที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องในยามวิกาลเช่นนี้ คือเงาร่างของบุคคลที่ควรจะเสียชีวิตไปจากกองเพลิงเมื่อสิบปีก่อนอย่างไร้ร่องรอย!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ผมด้วยดีเสมอมาครับ
เงามายาใต้แสงจันทร์: พันธสัญญาแห่งความทรงจำที่สาบสูญ•ตอนที่ 45
บทที่ 45
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงามายาใต้แสงจันทร์: พันธสัญญาแห่งความทรงจำที่สาบสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!