เงามายาใต้แสงจันทร์: พันธสัญญาแห่งความทรงจำที่สาบสูญ•ตอนที่ 31

ศัตรูเปิดเผยตัว

ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
“ผมเกรงว่าเอกสารฉบับนั้นจะไม่มีความหมายอะไรอีกแล้วล่ะครับ คุณริน” น้ำเสียงราบเรียบแต่ทว่าเฉียบขาดดั่งใบมีดโกนที่กรีดผ่านอากาศอันเงียบสงบในห้องสมุดเก่าแก่ของคฤหาสน์ตระกูลเวนิส รินชะงักมือที่กำลังสั่นเทาอยู่เหนือกระดาษแผ่นเก่าที่ซ่อนอยู่ในช่องลับของชั้นหนังสือ เธอไม่ได้หันกลับไปมองเจ้าของเสียง แต่ลมหายใจของเธอเริ่มติดขัดเมื่อสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แผ่ซ่านมาจากชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเข้มผู้นี้ ‘ทนายความประจำตระกูล’... ชายผู้ที่เธอคิดว่าสาบสูญไปพร้อมกับความทรงจำที่หายไปของเธอ กลับมายืนอยู่ตรงนี้ ในจังหวะเวลาที่เธอกำลังจะไขปริศนาชิ้นสำคัญที่สุด คีย์ที่ยืนพิงกรอบประตูอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว ขยับตัวเพียงเล็กน้อย มือของเขาล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อโค้ท ดวงตาที่เคยอ่านยากคู่นั้นหรี่ลงเป็นเส้นตรง เขาส่งสัญญาณเตือนด้วยสายตา แต่รินยังคงนิ่งค้าง “คุณทนายความ... เราไม่ได้พบกันนานมากนะครับ” คีย์เอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนจะเย้ยหยัน “และผมก็ไม่คิดว่าการบุกรุกเข้ามาในพื้นที่ส่วนบุคคลแบบนี้ จะเป็นมารยาทที่นักกฎหมายชั้นนำพึงกระทำ” ทนายความก้าวเข้ามาใกล้ แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะสะท้อนบนกรอบแว่นของเขาจนมองไม่เห็นแววตา “มารยาทเป็นเรื่องของคนที่มีอนาคตต้องรักษาครับคุณคีย์ แต่สำหรับคนที่กำลังจะกลายเป็นเพียงเศษซากของประวัติศาสตร์อย่างคุณริน... ผมว่าสถานะของผมในตอนนี้ถือว่าเกรงใจมากพอแล้ว” เขาหยุดยืนห่างจากรินเพียงหนึ่งก้าว กลิ่นน้ำหอมราคาแพงระคนกลิ่นกระดาษเก่าเตะจมูก รินสูดหายใจลึก พยายามรวบรวมความกล้า เธอหันกลับไปเผชิญหน้ากับชายผู้ที่เคยถือตั๋วสัญญาแห่งตระกูลของเธอไว้ในมือ “ทำไมคุณถึงต้องขัดขวาง?” รินถาม น้ำเสียงของเธอแห้งผาก “สิ่งที่ฉันกำลังตามหา มันเป็นสมบัติของครอบครัวฉันไม่ใช่หรือไงคะ? หรือว่าคุณเองก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับ... การหายไปของความทรงจำพวกนั้น” ทนายความหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นโดยสิ้นเชิง “คำว่าครอบครัวเป็นคำที่เปราะบางนะครับคุณริน โดยเฉพาะเมื่อมันแลกมาด้วยเลือดและความลับที่ถูกฝังไว้ใต้พื้นหินของคฤหาสน์หลังนี้ คุณอยากรู้อะไร? เรื่องอุบัติเหตุในคืนนั้นเหรอ? หรือเรื่องที่ว่าทำไมคุณถึงเป็นเพียงคนเดียวที่รอดชีวิตมาได้ในขณะที่คนอื่นต้องสังเวยชีวิตให้กับการตัดสินใจของคุณเอง?” หัวใจของรินกระตุกวูบ ภาพเลือนรางของเปลวเพลิงและความโกลาหลพุ่งเข้ามาในโสตประสาทจนเธอต้องทรุดตัวลงพิงชั้นหนังสือ มือของเธอสั่นระริกจนแทบจะถือกระดาษในมือไว้ไม่อยู่ “อย่าไปฟังเขา ริน” คีย์ก้าวเข้ามาคว้าต้นแขนของเธอไว้แน่น สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นดุดัน “ผู้ชายคนนี้ไม่ได้มาเพื่อเจรจา เขามาเพื่อปิดปากทุกคนที่พยายามจะรื้อฟื้นเรื่องนี้” “ปิดปากเหรอครับ?” ทนายความเลิกคิ้วมองอย่างเย้ยหยัน ก่อนจะล้วงบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อ มันคือตราประทับสีแดงฉานที่มีรอยแตกตรงกลาง “ผมไม่ได้มาเพื่อปิดปากคุณริน แต่ผมมาเพื่อแจ้ง ‘คำสั่ง’ สุดท้ายจากผู้ที่ครอบครองพินัยกรรมตัวจริง ซึ่งถ้าคุณทั้งสองคนเห็นตราประทับนี้แล้ว... ก็คงจะเข้าใจว่าทำไมการสืบหาความจริงถึงสิ้นสุดลงตั้งแต่ตอนนี้” รินมองตราประทับนั้น ดวงตาของเธอเบิกกว้าง รอยแตกบนตราประทับนั้นไม่ใช่ความบังเอิญ แต่มันคือสัญลักษณ์เดียวกับที่เธอมักจะเห็นในนิมิตร้ายที่ตามหลอกหลอนเธอมาตลอดหลายปี มันเป็นตราสัญลักษณ์ของคนทรยศที่เธอมักจะเห็นในภาพความทรงจำที่บิดเบี้ยว คีย์ชะงักไป ความมั่นใจที่เคยมีมลายหายไปในพริบตา เขารู้ดีว่าตราประทับนี้หมายถึงอะไร มันคืออำนาจสั่งตายที่ไม่มีใครสามารถโต้แย้งได้ในดินแดนแห่งนี้ “คุณคีย์ครับ” ทนายความเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “ขยับออกไปเสียดีกว่า ก่อนที่ผมจะต้องใช้กฎหมายฉบับพิเศษ จัดการกับสิ่งแปลกปลอมที่คอยปั่นหัวคุณรินมาตลอดทั้งชีวิต” รินเงยหน้าขึ้นมองทนายความ ความรู้สึกผิดที่เคยเกาะกินใจเริ่มเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้นที่อัดแน่น เธอรู้ว่าความทรงจำที่หายไปนั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้คือจิ๊กซอว์ชิ้นที่สำคัญที่สุดที่เธอพยายามตามหามาตลอด “ถ้าคุณคิดว่าตราประทับนั้นจะหยุดฉันได้...” รินขยับตัวลุกขึ้นยืน แม้ร่างกายจะยังสั่นเทา แต่แววตาของเธอกลับแน่วแน่ “คุณก็คงลืมไปว่า เจ้าของตราประทับนี้ตัวจริง คือคนเดียวที่ฉันสัญญาไว้ว่าจะไม่มีวันให้อภัย... และคนนั้น ก็ไม่ใช่อดีตทนายความอย่างคุณแน่ๆ” ในขณะที่รินก้าวเข้าหาทนายความด้วยท่าทีที่คาดไม่ถึง คีย์กลับสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างที่ด้านหลังของห้องสมุด เสียงกลไกเฟืองเหล็กที่ซ่อนอยู่ในกำแพงเริ่มทำงานอย่างแผ่วเบา และเมื่อผนังหินด้านหลังตู้หนังสือเลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นร่างของชายชราคนหนึ่งที่นั่งอยู่บนรถเข็น รินก็นิ่งงันไปทันที ชายชราผู้นั้นกุมภาพันธ์ในมือด้วยความสั่นเทา ก่อนจะเอ่ยชื่อที่รินไม่ได้ยินมานานนับสิบปีออกมาด้วยเสียงแหบพร่า “ริน... ในที่สุดเธอก็กลับมาหาฉันเสียที... กลับมาเพื่อรับช่วงต่อจากสิ่งที่พวกเขาสร้างไว้บนกองเลือดของพ่อเธอ” ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดในบทนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับครับ
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงามายาใต้แสงจันทร์: พันธสัญญาแห่งความทรงจำที่สาบสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%