“ถ้าคุณคิดจะเปิดประตูบานนั้นจริงๆ ผมแนะนำให้คุณเลิกหายใจไปสักพักดีกว่าครับ เพราะสิ่งที่อยู่หลังบานไม้นั่น... มันไม่เคยต้องการให้ใครได้ยินเสียงลมหายใจของคนที่ยังมีชีวิต”
เสียงทุ้มต่ำของคีย์ดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของโถงทางเดินใต้ดิน เขายืนพิงผนังหินที่เย็นเฉียบ ดวงตาคมกริบของเขาจ้องมองรินที่กำลังยื่นมือสั่นเทาสัมผัสลูกบิดประตูเหล็กขึ้นสนิม รินชะงัก เธอไม่ได้หันไปมองเขา แต่น้ำหนักของสายตาที่เขาส่งมานั้นกดทับจนแผ่นหลังของเธอชาหนึบ
“ทำไมคุณถึงรู้ดีนักล่ะคะ... เอ้อ ผมหมายถึง ทำไมคุณถึงดูรู้ดีเหลือเกินว่าข้างในนี้คืออะไร” รินแก้คำพูดตัวเองแทบไม่ทัน เธอสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นอับชื้นผสมกับกลิ่นโลหะจางๆ เตะเข้าจมูก
คีย์ขยับตัวก้าวเข้ามาใกล้ แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันในมือรินสั่นไหวตามจังหวะการหายใจของเขา “บางครั้ง ความทรงจำก็เหมือนกับสัตว์ร้ายที่ถูกขังไว้ในกรง ถ้าคุณเปิดมันออกโดยไม่มีกุญแจที่ถูกต้อง สิ่งแรกที่จะถูกกัดกินไม่ใช่ห้องนี้... แต่เป็นจิตวิญญาณของคุณเอง ริน”
รินไม่ฟังเสียงเตือน เธอหมุนลูกบิดด้วยความเด็ดเดี่ยว เสียงเหล็กเสียดสีกันดังสนั่นกึกก้องไปทั่วอุโมงค์ราวกับเสียงกรีดร้องของบานพับที่ถูกลืม ประตูเปิดออกเผยให้เห็นพื้นที่ว่างเปล่าที่ถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบเกินกว่าจะเป็นห้องใต้ดินทั่วไป
มันคือห้องโถงกว้างที่ผนังถูกบุด้วยแผ่นเก็บเสียงสีหม่น ในมุมหนึ่งมีเตียงเหล็กสภาพผุพังตั้งอยู่ บนโต๊ะไม้ตัวยาวมีอุปกรณ์ที่ดูเหมือนเครื่องบันทึกเสียงแบบม้วนเทปวางเรียงราย เคียงคู่กับเอกสารปึกหนาที่ถูกทับไว้ด้วยแผ่นแก้ว รินก้าวเข้าไปช้าๆ ความรู้สึกคุ้นเคยบางอย่างแล่นปราดเข้ามาในหัวใจจนเธอต้องยกมือขึ้นกุมหน้าอก
“นี่มัน...” รินหยิบกระดาษแผ่นบนสุดขึ้นมา มือของเธอสั่นระริก
มันคือบันทึกผลการทดลองทางจิตวิทยา มีตราประทับของสถาบันที่ถูกลบเลือนด้วยรอยหมึกดำ หัวข้อหน้ากระดาษเขียนด้วยลายมือหวัดๆ ว่า ‘โครงการปรับแต่งความทรงจำระยะที่สาม: การฝังรากเงามายา’
คีย์เดินตามเข้ามาในห้อง เขาหยุดยืนอยู่ข้างๆ เธอ ร่างกายของเขาสูงใหญ่จนดูเหมือนจะกลืนกินรินเข้าไปในเงาของเขา เขาก้มลงอ่านข้อความในกระดาษ ก่อนจะแค่นยิ้มที่มุมปาก “ดูท่าคุณจะเจอของชิ้นสำคัญเข้าให้แล้วนะ คุณหมอที่เขียนบันทึกนี้เขามีความเชื่อที่น่าสนใจมาก... เขาเชื่อว่าความเจ็บปวดคือกาวที่ยึดติดความทรงจำเอาไว้ ถ้าอยากลบความทรงจำใครสักคน ก็แค่เปลี่ยนความเจ็บปวดนั้นให้กลายเป็นสิ่งอื่น”
รินตวัดสายตามองเขา “คีย์... ในบันทึกนี้ มีชื่อเด็กผู้หญิงคนหนึ่งถูกระบุว่าเป็น ‘ตัวอย่างทดลองหลัก’ รหัส 0-12... และวันที่ในการทดลองครั้งแรก มันคือวันที่ฉันหายไปจากความทรงจำของทุกคน”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องใต้ดิน กลิ่นของฝุ่นผงและความเก่าแก่ดูจะเข้มข้นขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก รินเดินไปที่โต๊ะอีกตัว บนนั้นมีแฟ้มประวัติที่มีรูปถ่ายเด็กหญิงตัวน้อยคนหนึ่ง ใบหน้านั้นดูเศร้าหมองและว่างเปล่า แต่นัยน์ตาคู่นั้น... รินจำได้ดีว่าเป็นของเธอ
“พวกเขาทดลองอะไรกับฉัน” รินถามเสียงแผ่ว น้ำตาเอ่อคลอเบ้าตา “พวกเขาพยายามลบความทรงจำเรื่องใคร... หรือพยายามสร้างความทรงจำเรื่องอะไรให้ฉันกันแน่?”
คีย์ไม่ได้ตอบในทันที เขาเดินสำรวจไปรอบห้อง มือเรียวยาวของเขาลูบไล้ไปตามชั้นวางหนังสือที่เต็มไปด้วยขวดโหลแก้วบรรจุสารเคมีสีแปลกตา “มนุษย์เรามักจะคิดว่าความทรงจำคือความจริงแท้ แต่สำหรับที่นี่... ความทรงจำคือ ‘สินค้า’ ที่ถูกดัดแปลงตามสั่ง ริน บันทึกนี้ไม่ได้แค่บอกว่าเกิดอะไรขึ้นกับคุณ แต่มันกำลังบอกว่า... ใครเป็นคนสั่งให้ทำการทดลองนี้”
เขายื่นมือไปหยิบสมุดบันทึกเล่มสีดำที่ซ่อนอยู่ใต้กองเอกสาร แล้วเปิดออกหน้าหนึ่งให้รินดู ลายมือที่ปรากฏอยู่ใต้หน้าที่บันทึกไว้นั้นคุ้นตาเธออย่างประหลาด มันเป็นลายมือของคนที่เธอรักที่สุด... คนที่เธอเชื่อมาตลอดว่าเป็นผู้ช่วยชีวิตเธอในวันที่ทุกอย่างพังทลาย
รินถอยหลังกรูดจนเกือบจะชนกับเครื่องมือแพทย์ หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับกลองรบ “ไม่... เป็นไปไม่ได้ เขาไม่มีทางทำแบบนี้ เขาเป็นคนเดียวที่คอยปกป้องฉันมาตลอด!”
“ความจริงเป็นสิ่งที่น่ากลัวเสมอเมื่อคุณพบว่าคนที่ถือปืนจ่อหัวคุณในตอนท้าย คือคนเดียวกับคนที่คอยซับน้ำตาให้คุณในตอนเริ่มต้น” คีย์พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกคำพูดกลับเหมือนคมมีดที่กรีดลึกลงในความรู้สึก
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านบน เสียงนั้นดูรีบร้อนและจงใจข่มขู่ มันหยุดลงที่หน้าประตูห้องใต้ดิน ก่อนที่เสียงเคาะประตูจะดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ... จังหวะที่เป็นเอกลักษณ์ของใครบางคนที่รินรู้จักดีจนสั่นไปทั้งร่าง
“เปิดประตูเดี๋ยวนี้ ริน... พ่อรู้ว่าลูกอยู่ในนั้น และพ่อคิดว่าถึงเวลาแล้วที่เราต้องคุยกันเรื่อง ‘ความจริง’ ที่หายไปเสียที”
เสียงของชายผู้เป็นที่รักดังก้องผ่านกำแพงไม้ที่ผุพัง รินหันไปมองคีย์ด้วยความหวาดกลัวอย่างที่สุด แต่ทว่า ในวินาทีนั้นเอง เธอกลับพบว่าคีย์ไม่ได้อยู่ที่เดิมแล้ว เขากลายเป็นเพียงเงาจางๆ ที่ยืนยิ้มเยาะอยู่มุมห้อง ก่อนจะกระซิบคำสุดท้ายที่ทิ้งความสงสัยไว้เป็นตราบาป
“เลือกเอาเถอะครับ ว่าจะเปิดประตูรับความจริงจากเขา หรือจะให้ผมช่วยพาคุณหนีไปสู่ความลวงที่หอมหวานกว่าเดิม”
ประตูเริ่มสั่นคลอนจากการกระแทกจากภายนอก บานพับเหล็กที่สนิมเกาะกร่อนร้องโอดโอย ราวกับมันพร้อมจะขาดสะบั้นลงในเสี้ยววินาทีนี้
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งลงไปในวังวนแห่งความทรงจำที่บิดเบี้ยวนี้กับผม แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ โดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
เงามายาใต้แสงจันทร์: พันธสัญญาแห่งความทรงจำที่สาบสูญ•ตอนที่ 13
ความลับในห้องใต้ดิน
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงามายาใต้แสงจันทร์: พันธสัญญาแห่งความทรงจำที่สาบสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!