เงามายาใต้แสงจันทร์: พันธสัญญาแห่งความทรงจำที่สาบสูญ•ตอนที่ 20

ปริศนาสีเลือด

ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
“อย่าขยับ... ถ้าไม่อยากให้ความลับที่คุณอุตส่าห์ปิดซ่อนมาตลอดชีวิตหลุดลอยไปกับลมหายใจเฮือกสุดท้าย” เสียงทุ้มต่ำของคีย์ดังก้องขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องนอนใหญ่ที่ถูกปิดตายมานานหลายทศวรรษ รินชะงักฝีเท้าที่กำลังจะก้าวข้ามธรณีประตู หัวใจของเธอเต้นรัวราวกับกลองรบที่กำลังจะแตกสลาย ร่างสูงโปร่งของคีย์ยืนตระหง่านอยู่กลางห้อง แสงจันทร์ที่ลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านกำมะหยี่หนาหนักสาดส่องลงมา เผยให้เห็นแผ่นหลังที่เกร็งแน่นของเขา รินเม้มริมฝีปากแน่น ความหวาดกลัวเริ่มกัดกินจิตใจเมื่อเธอสังเกตเห็นสิ่งที่เขาจ้องมองอยู่บนพื้นไม้ปาร์เกต์ขัดมัน “คุณกำลังทำอะไรที่นี่ คีย์?” รินถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่า แม้จะพยายามบังคับให้มันราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ “เราตกลงกันแล้วว่าจะไม่ยุ่งกับห้องนี้จนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสม” คีย์ไม่ได้หันกลับมา เขาย่อตัวลงช้าๆ นิ้วเรียวยาวของเขาลูบไล้ไปตามรอยด่างพร้อยสีน้ำตาลเข้มที่ดูเหมือนจะซึมลึกเข้าไปในเนื้อไม้ รอยคราบนั้นไม่ได้เป็นเพียงความสกปรกที่เกิดจากกาลเวลา แต่มันคือหลักฐานของเหตุการณ์ที่รินพยายามลบเลือนไปจากความทรงจำ มันมีรูปร่างบิดเบี้ยวคล้ายหยดน้ำที่สาดกระจาย เหมือนกับภาพจำในฝันร้ายที่เธอคอยตื่นขึ้นมาพบเจอในทุกค่ำคืน “เวลาที่เหมาะสมหรือครับริน?” คีย์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบจนน่าขนลุก “คุณคิดว่าโชคชะตาจะยอมรอคอยความกล้าหาญของคุณไปถึงเมื่อไหร่? ดูนี่สิ... ร่องรอยที่ถูกเคลือบเงาทับไว้ไม่ให้ใครเห็น แต่มันกลับเปล่งประกายเรียกหาเจ้าของของมันตลอดเวลา” รินก้าวเท้าเข้าไปหาเขาอย่างลืมตัว แสงจันทร์เลื่อนตำแหน่งไปชั่วขณะ เผยให้เห็นขอบเขตของคราบเลือดนั้นชัดเจนขึ้น มันไม่ได้มีเพียงหยดเดียว แต่มันลากยาวเป็นทางจากเตียงนอนไปยังตู้เสื้อผ้าไม้โอ๊คตัวมหึมาที่ตั้งตระหง่านราวกับโลงศพวางอยู่ในมุมมืด “เลือด...” รินพึมพำ มือสั่นเทาเอื้อมไปแตะที่ขมับ “นี่มันไม่ใช่เลือดของใครคนอื่น แต่มันคือ...” “เลือดของผู้ที่ต้องแบกรับความผิดแทนคุณ” คีย์ลุกขึ้นยืนกะทันหัน ความกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนรินรู้สึกหายใจไม่ออก เขาหันมาเผชิญหน้ากับเธอ ดวงตาที่เคยอ่านยากในคราวนี้กลับวาวโรจน์ด้วยความสับสนและเคียดแค้น “คุณลืมไปแล้วจริงๆ หรือครับ หรือเพียงแค่เลือกที่จะจำในสิ่งที่ทำให้ตัวเองดูเป็นผู้บริสุทธิ์ที่สุดในเรื่องนี้?” “ฉันไม่ได้อยากลืม!” รินตะโกนกลับ น้ำตาเริ่มเอ่อล้นคลอหน่วย “ทุกวินาทีที่ฉันหลับตา ฉันเห็นภาพผู้หญิงคนหนึ่ง... เธอกำลังก้มลงกราบเท้าใครบางคนเพื่อขอชีวิตให้ฉัน เธอคือคนสำคัญที่สุดที่ฉันสูญเสียไป และนั่นคือเหตุผลที่ฉันเจ็บปวดทุกครั้งที่ต้องก้าวเข้ามาในที่แห่งนี้” ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหวีดหวิวที่กระทบกับบานหน้าต่างด้านนอก รินสูดหายใจเข้าลึก พยายามรวบรวมเศษเสี้ยวความกล้าที่เหลืออยู่เพื่อเดินเข้าไปหาคีย์ที่ยังคงยืนจ้องมองเธอด้วยแววตาราวกับจะค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้เปลือกนอกที่อ่อนโยน “รอยเลือดนี้ไม่ได้บอกเพียงแค่ว่ามีการฆาตกรรมเกิดขึ้น” คีย์พูดต่อ น้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อยแต่ยังคงความเฉียบคม “มันคือบันทึก... รอยหยดที่ต่อเนื่องเป็นจังหวะ บอกว่าผู้เคราะห์ร้ายไม่ได้สิ้นใจทันที แต่พยายามคลานไปเพื่อทำบางอย่าง... บางสิ่งที่ซ่อนอยู่ในช่องลับหลังตู้ใบนั้น” คีย์เดินไปที่ตู้เสื้อผ้า เขาคว้าที่จับเหล็กที่ขึ้นสนิมเขรอะแล้วออกแรงดึง แต่มันกลับแน่นิ่ง รินเดินตามไป เธอสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากเนื้อไม้ ราวกับว่าตู้ใบนี้คือเครื่องเตือนสติที่ถูกสาปแช่งไว้ “ช่วยฉันเปิดมันเถอะครับ” คีย์หันมามองริน “ถ้าเราผ่านคืนนี้ไปไม่ได้ เราก็ไม่มีวันเดินหน้าต่อไปได้อีก” รินวางมือลงบนไม้ที่เย็นจัดทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัส กระแสไฟฟ้าแปลกประหลาดวิ่งพล่านไปทั่วร่าง ความทรงจำที่ขาดวิ่นเริ่มประกอบตัวกันเป็นรูปร่างขึ้นมาอย่างเลือนราง—เสียงกรีดร้อง เสียงของหนักกระทบพื้น และกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งในอากาศ “หนึ่ง... สอง... สาม...” คีย์นับจังหวะพร้อมกับเธอ ทั้งสองออกแรงดึงพร้อมกัน เสียงไม้ลั่นเอี๊ยดอ๊าดบาดแก้วหู ดังสนั่นไปทั่วคฤหาสน์ที่ควรจะไร้ผู้คน ในวินาทีที่บานประตูตู้เปิดออกกว้าง สิ่งที่ปรากฏอยู่ภายในไม่ได้มีเพียงฝุ่นหนาหรือเสื้อผ้าเก่าๆ แต่มันคือช่องลับที่เปิดเผยให้เห็นกระดาษแผ่นหนึ่งที่ถูกซ่อนไว้ใต้รอยเลือดที่แห้งกรังมานานนับปี รินรีบหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา มันคือรูปถ่ายใบเก่าที่ถูกฉีกขาดครึ่งหนึ่ง และข้อความที่เขียนด้วยลายมือขยุกขยิกด้วยสีแดงเข้มจนแทบดูไม่ออกว่าคือเลือดหรือหมึก ‘อย่าเชื่อในสิ่งที่เขาบอก เพราะคนคนนั้นไม่ได้มาที่นี่เพื่อช่วยคุณ แต่มาเพื่อทวงคืนสิ่งที่เขาทำหายไปในคืนที่เลือดนองพื้น’ รินชะงัก ลมหายใจของเธอติดขัดทันทีที่อ่านจบ เธอค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองคีย์ด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปจากความไว้วางใจกลายเป็นความหวาดระแวง คีย์ยังคงยืนอยู่ที่เดิม แต่ทว่า... รอยยิ้มที่เขามักจะมอบให้เธอกลับหายไปสิ้น เหลือเพียงใบหน้าที่เรียบเฉยจนน่ากลัว ขณะที่เธอกำลังจะถอยห่าง ประตูห้องนอนใหญ่ที่ปิดสนิทกลับถูกกระชากเปิดออกโดยคนนอกที่ไม่ได้รับเชิญ แสงไฟฉายสว่างวาบส่องตรงมาที่ใบหน้าของทั้งสอง จนรินต้องยกมือขึ้นบังตา “ในที่สุด... ก็หาพวกแกเจอเสียที” เสียงแหบพร่าของชายปริศนาที่ไม่ได้มีเพียงคนเดียว แต่เป็นเสียงของกลุ่มคนที่รายล้อมอยู่หน้าห้อง “นายท่านสั่งให้กำจัดพยานทุกคนที่เข้ามาในห้องนี้... รวมถึงแกด้วย คีย์” รินเบิกตากว้างเมื่อเห็นคีย์หันไปมองกลุ่มคนเหล่านั้นด้วยท่าทีนิ่งเฉย ราวกับเขารู้อยู่แล้วว่าเหตุการณ์นี้จะต้องเกิดขึ้น ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมดำดิ่งลงไปในความลับที่กำลังจะถูกเปิดเผยครั้งนี้กับผม แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ โดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงามายาใต้แสงจันทร์: พันธสัญญาแห่งความทรงจำที่สาบสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%