“ปล่อยมือผมเสียที คุณจะทำร้ายตัวเองไปถึงไหน!”
เสียงตวาดกร้าวของคีย์ดังขึ้นท่ามกลางเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของริน ร่างบางสั่นเทาอยู่บนขอบระเบียงดาดฟ้าที่ไร้รั้วกั้น เบื้องล่างคือความมืดมิดของมหานครที่กลืนกินทุกสรรพสิ่ง ราวกับก้นบึ้งของมหาสมุทรที่รอคอยจะโอบกอดผู้สิ้นหวัง
คีย์กระชากข้อมือของรินกลับเข้ามาในพื้นที่ปลอดภัยแรงจนอีกฝ่ายถลาล้มลงบนพื้นปูนเย็นเฉียบ เขาทรุดกายลงคุกเข่าตรงหน้า แววตาของเขาที่มักจะเฉยเมยบัดนี้กลับวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่ซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากของความใจเย็น
รินแหงนหน้ามองเขา หยาดฝนเม็ดเล็กเริ่มโปรยปรายลงมา กระทบผิวแก้มจนแยกไม่ออกว่านั่นคือหยาดน้ำฝนหรือน้ำตาที่เอ่อล้น “ทำไมคุณถึงต้องทำแบบนี้... ทำไมต้องช่วยคนที่แม้แต่ความจำตัวเองยังรักษาไว้ไม่ได้”
คีย์ไม่ตอบทันที เขาขยับตัวเข้าใกล้จนรินได้กลิ่นจางๆ ของไม้สนและเหล็กกล้าจากกายเขา นั่นเป็นกลิ่นที่เธอคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด แต่มันกลับเป็นกลิ่นที่เตือนให้รู้ว่า ชายคนนี้คือปริศนาที่เธอไม่มีวันไขออก
“เพราะถ้าคุณตาย ความจริงที่ฝังลึกอยู่ในหัวสมองของคุณก็จะตายไปพร้อมกับคุณ” คีย์เอ่ยเสียงต่ำ น้ำเสียงนั้นราบเรียบ ทว่าสั่นสะท้านด้วยแรงอารมณ์ที่พยายามกดทับไว้ “อย่าดูถูกค่าของความทรงจำที่คุณไม่เห็นค่าเพียงเพราะมันเจ็บปวดนักเลย ริน”
“คุณพูดเหมือนรู้จักความเจ็บปวดของฉันดี ทั้งที่คนแปลกหน้าอย่างคุณไม่มีวันเข้าใจ!” รินตะโกนสวนกลับ มือเรียวบางคว้าเข้าที่ปกเสื้อของคีย์แรงๆ จนตัวเขาโอนเอนตาม “คุณเป็นใครกันแน่? ทำไมรอยแผลเป็นที่ข้อมือคุณถึงเหมือนกับรอยแผลที่ฉันฝันเห็นซ้ำๆ ทุกคืน? อย่าบอกนะว่าบังเอิญ... ฉันไม่เชื่อเรื่องบังเอิญอีกแล้ว”
คีย์ชะงัก สายตาที่เขามองเธอนั้นซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบาย มันไม่ใช่ความเวทนา แต่มันคือความรู้สึกโหยหาที่เคลือบแฝงด้วยความหวาดกลัว เขาค่อยๆ แกะมือของเธอออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสจากปลายนิ้วของเขาเย็นเฉียบจนรินสะท้านไปถึงกระดูกสันหลัง
“แผลเป็นเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากความบังเอิญ แต่มันเกิดจากพันธสัญญา” คีย์ลดเสียงลงจนเหลือเพียงเสียงกระซิบที่แทรกไปกับสายลม “ในโลกที่ความจริงถูกบิดเบือนจนกลายเป็นเถ้าถ่าน สิ่งเดียวที่ยืนยันว่าเราเคยมีตัวตนอยู่ คือรอยแผลที่ได้รับมาเพื่อปกป้องสิ่งที่สำคัญที่สุด”
รินนิ่งอึ้ง หัวใจของเธอเต้นรัวเหมือนกลองศึก ความรู้สึกคุ้นเคยบางอย่างตีตื้นขึ้นมาจนจุกอก เธอเห็นภาพรางๆ ในหัว—เป็นภาพเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่ยื่นมือมาคว้าข้อมือเธอไว้ในวันที่โลกกำลังแตกสลาย แต่ภาพนั้นกลับเลือนหายไปทุกครั้งที่พยายามไขว่คว้า
“คุณคือคนคนนั้นใช่ไหม...” เธอถามเสียงสั่น “คนที่ฉันลืมไป... คนที่ฉันทิ้งไว้ในความมืด”
คีย์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เงาร่างของเขาบดบังแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมา ทำให้เขาดูเหมือนอสูรกายที่งดงามและน่าหวาดหวั่นในคราเดียวกัน เขาไม่ยอมสบตาเธออีกต่อไป เพียงแต่หันไปมองท้องฟ้าที่มืดสนิท
“ผมคือใครไม่สำคัญเท่ากับว่าวันนี้คุณยังหายใจอยู่” เขาหมุนตัวกลับ “กลับไปเสียเถอะ ความจริงในคืนนี้มันหนักหนาเกินกว่าที่หัวใจของคุณจะรับไหวในตอนนี้”
รินลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล ความโกรธแค้นและความสงสัยผสมปนเปกันจนแยกไม่ออก “ฉันจะไม่ไปไหนทั้งนั้นจนกว่าคุณจะตอบ!”
เธอพุ่งเข้าไปหาเขาเพื่อดึงรั้ง แต่คีย์กลับขยับกายหลบอย่างรวดเร็วราวกับเงา แต่ในจังหวะนั้นเอง สร้อยคอที่ซ่อนอยู่ใต้สาบเสื้อของเขาก็หลุดร่วงออกมากระทบกับแสงจันทร์
มันเป็นจี้รูปกุญแจเงินเก่าคร่ำคร่า... กุญแจดอกเดียวกันกับที่รินเห็นใน 'ฝันร้าย' ที่ตามหลอกหลอนเธอมานานนับปี รินชะงักงัน ลมหายใจขาดห้วง เมื่อเธอมองเห็นรายละเอียดบนกุญแจดอกนั้นชัดเจน—มันมีชื่อย่อสลักไว้ด้วยอักษรภาษาละตินโบราณที่เลือนลาง แต่เธอกลับอ่านมันออกได้อย่างแม่นยำด้วยสัญชาตญาณ
'R.K.'
ความเงียบงันเข้าปกคลุมดาดฟ้าตึกร้างจนได้ยินเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวของคนทั้งคู่ คีย์สังเกตเห็นสายตาของรินที่จ้องมองจี้กุญแจนั้น เขารีบคว้ามันกลับไปซ่อนไว้ใต้เสื้อทันที แต่สายเกินไป... ความจริงที่เคยถูกกัดเซาะด้วยกาลเวลา บัดนี้ได้เผยรอยร้าวที่ยากจะประสานให้กลับมาสนิทได้อีกครั้ง
รินก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว แววตาของเธอเปลี่ยนจากความสงสัยกลายเป็นความตื่นตระหนกที่แฝงด้วยความหวาดกลัวอย่างที่สุด
“ตัวอักษรนั่น... ไม่ใช่ชื่อฉัน... และไม่ใช่ชื่อคุณ...” รินพึมพำ น้ำเสียงขาดห้วงเหมือนคนกำลังจะขาดใจ “มันเป็นชื่อของคนที่เราทั้งคู่... เป็นคนลงมือสังหารในคืนนั้น!”
คีย์นิ่งงันไปชั่วครู่ ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ ทว่าเสียงหัวเราะนั้นกลับเย็นเยียบจนบาดลึกเข้าไปถึงวิญญาณ เขาค่อยๆ ก้าวเข้ามาหารินช้าๆ จนหลังของเธอชนเข้ากับกำแพงดาดฟ้าที่เย็นเยียบ
“ยินดีด้วยที่จำได้ขึ้นมาเสียที... ริน” คีย์ก้มลงกระซิบข้างหูเธอ ลมหายใจของเขาที่สัมผัสผิวแก้มนั้นช่างหนาวเหน็บ “แต่เสียใจด้วยนะ เพราะคนที่ตายในคืนนั้นจริงๆ แล้ว... คือผมเอง ไม่ใช่เขา”
เขาส่งยิ้มที่บิดเบี้ยวให้เธอ ก่อนจะถอยหลังและทิ้งตัวลงจากขอบตึกหายไปในเงามืดทันที ทิ้งให้รินยืนอยู่เพียงลำพังกับความจริงที่เพิ่งถูกกระชากออกมาจากส่วนลึกที่สุดของจิตใจ
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งลงไปในวังวนแห่งความทรงจำที่บิดเบี้ยวนี้กับผม แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ โดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
เงามายาใต้แสงจันทร์: พันธสัญญาแห่งความทรงจำที่สาบสูญ•ตอนที่ 11
ความจริงที่ถูกกัดเซาะ
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงามายาใต้แสงจันทร์: พันธสัญญาแห่งความทรงจำที่สาบสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!