ดีเบตคลั่งรักฉบับหนุ่มมาดนิ่งกับยัยตัวตึง•ตอนที่ 3

พบกันใหม่ในห้องสมุด

ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
"ถ้าคุณยังจ้องผมด้วยสายตาเหมือนอยากจะเอาชีทเรียนฟาดหัวผมอีกสักรอบ ผมเกรงว่าคุณอาจจะต้องไปหาจิตแพทย์เพื่อรักษาอาการตึงเครียดก่อนสอบนะครับ คุณรินรดา" เสียงทุ้มต่ำที่เจือรังควานนิดๆ ดังขึ้นทันทีที่รินรดากระแทกตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้เนื้อแข็งฝั่งตรงข้าม โต๊ะอ่านหนังสือเล่มโตในมุมอับสายตาของห้องสมุดกลางมหาวิทยาลัยโซน K คือพื้นที่ปิดตายที่ถูกกฎเหล็กของความเงียบกริบครอบงำ แต่สำหรับคนทั้งคู่แล้ว ที่นี่กลับกลายเป็นสังเวียนย่อยๆ ที่พร้อมจะปะทุได้ทุกวินาที รินรดาตวัดสายตาคมกริบมองหน้าคนพูดทันที หญิงสาวสะบัดหน้าเลิกคิ้วใส่ด้วยความหมั่นไส้ระดับสิบ กระเป๋าผ้าแคนvas ถูกโยนลงบนโต๊ะจนเกิดเสียงตุบเบาๆ แต่สัมผัสได้ถึงแรงอารมณ์ "อุ๊ย! ขอโทษทีค่ะ... เอ๊ย! ขอโทษทีครับ พอดีมือมันลั่น" เธอจงใจเน้นเสียงประชดประชันใส่หน้าประธานชมรมโต้วาทีผู้แสนจะเป๊ะทุกระเบียบนิ้ว "แล้วก็ไม่ต้องมาวิเคราะห์โรคให้ฉันหรอกค่ะ คีย์ ธันวา เอาเวลาว่างจาก108โปรเจกต์ในหัว ไปดูแลสีหน้าตัวเองก่อนเถอะ หน้าบึ้งเป็นตูดหม้อแบบนั้น ระวังหาแฟนไม่ได้จนแก่ตายนะคุณ" คีย์ชะงักมือที่กำลังจะเปิดแล็ปท็อป ดวงตาคมกริบใต้กรอบแว่นสายตาดำสนิทราวกับห้วงมหาสนิทหันขวับมามอง เธอเห็นสันจมูกโด่งเป็นสันคมนั้นกระตุกเล็กน้อยด้วยความไม่สบอารมณ์ เขานิ่งไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ข้อศอกทั้งสองข้างท้าวลงกับโต๊ะ สบตาเธอตรงๆ ด้วยท่าทีที่กดดันจนคนมองต้องเผลอกลั้นหายใจ "เรื่องแฟนของผม... คุณไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ เพราะต่อให้ผมขึ้นคานจนแก่ตาย ผมก็ไม่มีทางเอาคนปากเก่งอย่างคุณมาทำพันธุ์แน่นอน" "ไอ้...!" รินรดาแทบจะสำลักน้ำลายตัวเอง มือเรียวกำหมัดแน่นจนเล็บแทบจะจิกเข้ากับเนื้อฝ่ามือ ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความโกรธจัด "ใครเขาอยากจะเป็นแฟนคุณกันยะ! หลงตัวเองขั้นวิกฤตแบบนี้ สมองส่วนไหนประมวลผลเนี่ย ถึงได้คิดว่าผู้หญิงเขาจะวิ่งเข้าหาผู้ชายปากเสียอย่างคุณ!" "ส่วนที่เหนือกว่าคุณสามก้าวไงครับ" คีย์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมเหมือนใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง "จำไม่ได้เหรอครับว่าสัปดาห์ก่อน ใครกันที่แพ้คะแนนโต้วาทีในหัวข้อ 'ความรักคือเหตุผลหรือความไร้สาระ' จนต้องหน้าซีดเป็นไก่ต้มคาริมะ เพราะเถียงสู้ตรรกะผมไม่ได้" "วันนั้นฉันแค่... เมนส์มาต่างหากเล่า! แล้วอีกอย่าง คุณมันเล่นนอกกติกา ใช้จิตวิทยาต่ำช้ามาบลัฟฉันก่อนต่างหาก!" รินรดาเถียงคอเป็นเอ็น ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงจัดด้วยความเคืองแค้น ปากบางๆ ขยับเถียงฉอดๆ แบบไม่ยอมลดละ คีย์มองท่าทางพะบู๊ของหญิงสาวด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปวบหนึ่ง ร่องรอยความหงุดหงิดเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยประกายความเอ็นดูที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้สุดชีวิต มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มบางๆ อย่างเหนือกว่า ก่อนจะแสร้งทำเป็นสนใจหน้าจอคอมพิวเตอร์ต่อ "ข้ออ้างของคนแพ้ครับ... และที่สำคัญ ห้องสมุดเป็นพื้นที่อ่านหนังสือ ไม่ใช่สนามเด็กเล่นสำหรับเด็กอนุบาลที่กำลังงอแงเพราะอดกินลูกอม ถ้าคุณไม่มีปัญญาจะอ่านหนังสือเงียบๆ รบกวนไสหัว... เอ่อ เดินออกไปใช้ชีวิตข้างนอกเถอะครับ ที่นี่เกะกะสายตาผม" "นี่คุณไล่ฉันเหรอ!" รินรดาตบโต๊ะเบาๆ แต่เสียงดังพอจะทำให้บรรณารักษ์ที่ยืนอยู่เคาน์เตอร์ไกลออกไปหันมามองค้อน เธอรีบหดมือกลับ ส่งยิ้มแห้งๆ ให้บรรณารักษ์ ก่อนจะหันมาแยกเขี้ยวใส่คนตรงหน้าต่อ "โต๊ะนี่มันว่างอยู่ แล้วฉันก็มาก่อนคุณครึ่งก้าวด้วยซ้ำ อย่ามาทำเป็นเจ้าถิ่นแถวนี้หน่อยเลย คีย์ ธันวา!" "มาก่อนแต่สมองไม่ทำงาน ก็มีค่าเท่ากับศูนย์ครับ" คีย์ตอบโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง ปลายนิ้วเรียวยาวเริ่มรัวลงบนแป้นพิมพ์แล็ปท็อปเสียงดังรัวๆ เป็นจังหวะ ราวกับจงใจสร้างเสียงรบกวนประสาทเธอ รินรดากัดฟันกรอด อยากจะเอาแฟ้มเอกสารหนาปึกฟาดหน้าหล่อๆ ของประธานชมรมจอมกวนประสาทให้หายแค้นนัก แต่ติดตรงที่โปรเจกต์ส่งอาจารย์สัปดาห์นี้มันคอขาดบาดตายเกินกว่าจะหาที่นั่งอ่านหนังสือที่ดีไปกว่านี้ได้ทันแล้ว เธอจึงทำได้แค่ฮึดฮัด หยิบชีทเรียนของตัวเองขึ้นมาเปิดกางออกเสียงดังฟึ่บฟัับ เพื่อเป็นการประท้วงทางอ้อม ความเงียบงันกลับมาปกคลุมโต๊ะทำงานตัวยาวอีกครั้ง มีเพียงเสียงพิมพ์งานกระทบแป้นคีย์บอร์ดของฝ่ายชาย และเสียงพลิกกระดาษอย่างหัวเสียของฝ่ายหญิง สลับกับเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ ทว่า ท่ามกลางบรรยากาศที่ดูเหมือนต่างคนต่างอยู่ เคมีบางอย่างที่ร้อนระอุกลับอบอวลอยู่รอบตัวทั้งคู่ ชนิดที่เรียกว่าแค่มองหางตาก็พร้อมจะส파크เป็นประกายไฟได้ตลอดเวลา ผ่านไปเกือบชั่วโมง รินรดาที่กำลังงงงวยกับทฤษฎีการสื่อสารมวลชนบทที่เจ็ด เริ่มขมวดคิ้วมุ่น ปากเรียวเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง สมองเริ่มตื้อตันจนคิดอะไรไม่ออก เธอเผลอถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างจนปัญญา คีย์ที่หางตาเหลือบมองอยู่ตลอด ปิดหน้าจอแล็ปท็อปเบาๆ เสียงพับฝาเครื่องดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ทำให้รินรดาต้องเงยหน้าขึ้นมอง "อะไร มองทำไม" เธอถามเสียงห้วน "สมองปลาทองอย่างคุณ คงอ่านไม่รู้เรื่องสินะครับถึงได้ถอนหายใจเสียงดังจนรบกวนสมาธิคนอื่นเขา" คีย์ยื่นหน้าเข้ามาใกล้โต๊ะฝั่งเธออีกนิด สายตาสบเข้ากับดวงตากลมโตที่กำลังจ้องเขาเขม็ง "ตรงทฤษฎีนั้นน่ะ... บรรทัดที่สามจากล่าง คุณตีความผิดความหมายไปไกลลิบลับเลยนะรินรดา" "ฮึ! รู้ดีกว่าเจ้าของชีทอีกหรือไงคะคุณประธาน" รินรดาเชิดใส่ "ถ้าผมไม่รู้ดีกว่า แล้วใครจะช่วยชีวิตคุณจากเกรด F ล่ะครับ?" คีย์ถอนหายใจยาวอย่างระอา ก่อนจะเอื้อมมือหนาหยิบปากกาในมือเธอไปดื้อๆ ร่างสูงลุกขึ้นจากเก้าอี้ฝั่งโน้น เดินอ้อมมาทรุดตัวลงนั่งเก้าอี้ตัวข้างๆ ที่ว่างอยู่โดยไม่รอให้เธออนุญาต กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมผสานกับกลิ่นกระดาษและไอน้ำฝนอ่อนๆ ลอยแตะจมูกทันทีที่เขยิบเข้ามาใกล้ รินรดาสะดุ้งเล็กน้อย ขยับตัวจะถอยหนีแต่ติดพนักพิงเก้าอี้ "คุณ... จะทำอะไร ออกไปห่างๆ เลยนะ" เธอเอ็ดเบาๆ พยายามดันไหล่กว้างที่โน้มเข้ามาใกล้เกินความจำเป็น คีย์ไม่สนใจคำประท้วง มือหนาถือวิสาสะดึงชีทเรียนของเธอเข้ามาใกล้ตัว ปลายปากกาหมึกซึมสีดำจรดลงบนกระดาษอย่างรวดเร็วเพื่อแก้ไขจุดที่ผิดพลาด เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหูจนคนฟังรู้สึกจั๊กจี้แปลกๆ "ตั้งใจฟังและดูให้ดีๆ ครับ ผมจะสอนให้ดูแค่รอบเดียว... ในฐานะที่ผมใจดีเป็นทาน" รินรดานิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตาคู่สวยมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของชายหนุ่มที่กำลังตั้งอกตั้งใจเขียนอธิบายข้อความในชีทให้เธออย่างละเอียด สันจมูกโด่งเป็นสัน ขนตายาวเป็นแพ และริมฝีปากที่มักจะเอ่ยคำพูดกวนประสาทใส่เธอเสมอ บัดนี้กลับดูจริงจังและทรงเสน่ห์จนน่าประหลาด หัวใจเจ้ากรรมในอกข้างซ้ายเริ่มเต้นผิดจังหวะ รัวเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนเธอต้องแอบสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อควบคุมสติ *นี่เราเป็นบ้าอะไรเนี่ย... ไปใจเต้นกับอีตาปากเสียคนนี้เนี่ยนะ!* เธอกรีดร้องในใจ ในจังหวะที่คีย์เขียนประโยคสุดท้ายเสร็จแล้วหันหน้ากลับมาเพื่อจะถามว่าเข้าใจไหม ปลายจมูกโด่งของเขาก็เฉียดเข้ากับแก้มเนียนใสของรินรดาอย่างไม่ตั้งใจ! ความเงียบงันพุ่งชนเข้ากลางกระหม่อม ทั้งคู่ชะงักค้างในท่าทางที่ใกล้ชิดกันจนเกินขอบเขต ระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบเดียวเท่านั้น ดวงตาคมกริบของคีย์สบเข้ากับดวงตากลมโตที่เบิกกว้างด้วยความตกใจ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้มกันและกันอย่างชัดเจน ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาจากปากของทั้งคู่ บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลาไว้ชั่วขณะ เคมีที่เคยเชือดเฉือนกันด้วยคำพูด กลายสภาพเป็นแรงดึงดูดประหลาดที่บีบให้หัวใจของคนทั้งคู่เต้นรัวระรัว คีย์มองริมฝีปากอิ่มที่เผยอขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ แววตาคมกริบที่เคยนิ่งสงบ กลับไหววับไปด้วยประกายความปรารถนาบางอย่างที่เจ้าตัวปิดไม่มิด มือหนาที่ถือปากกาอยู่ ค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาสัมผัสเบาๆ ที่พวงแก้มเนียนใสของหญิงสาวอย่างเผลอไผล รินรดารู้สึกเหมือนสติหลุดลอย ร่างกายแข็งทื่อ ขยับเขยื้อนไม่ได้ราวกับโดนมนต์สะกด ปลายนิ้วอุ่นจัดของเขาที่แตะอยู่บนผิวแก้มทำเอาเธอร้อนผ่าวไปทั้งร่าง "เอ่อ... ขอโทษครับ ขอรบกวนโต๊ะตรงนี้หน่อยนะครับ พอดีที่อื่นเต็มหมดแล้ว" เสียงทุ้มของบุคคลที่สามดังแทรกขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูจางๆ ให้พังทลายลงในพริบตา! คีย์สะดุ้งเล็กน้อย ดึงสติตัวเองกลับมาอย่างรวดเร็ว เขารีบชักมือกลับ ราวกับโดนไฟลวก แล้วถอยหลังกลับไปนั่งที่เดิมทันที พร้อมกับที่รินรดาสูดหายใจเฮือกใหญ่ หน้าแดงแจ๋ด้วยความเขินอายปนตกใจ เธอก้มหน้ามองชีทเรียนทันทีเพื่อหลบสายตา ทั้งคู่หันไปมองต้นเสียงพร้อมกัน... และภาพที่ปรากฏตรงหน้าก็ทำให้ลมหายใจของทั้งสองคนสะดุดกึกยิ่งกว่าเดิม **ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนมาสัมผัสจังหวะหัวใจไปด้วยกันนะครับ**
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีเบตคลั่งรักฉบับหนุ่มมาดนิ่งกับยัยตัวตึง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%