ดีเบตคลั่งรักฉบับหนุ่มมาดนิ่งกับยัยตัวตึง•ตอนที่ 2

รอยร้าวในความสมบูรณ์แบบ

ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
“งบประมาณก้อนสุดท้ายของปีนี้ ถูกผูกไว้กับผลงานที่จับต้องได้ ไม่ใช่การนั่งท่องบทกลอนอวดภูมิปัญญาในห้องประชุมที่ไม่มีใครสนใจฟังครับ คุณรินรดา” น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เชือดเฉือนของคีย์ ธันวา ลอยเคว้งอยู่กลางห้องประชุมสภานักศึกษา ท่ามกลางสายตานับสิบชีวิตที่จับจ้องมายังคู่กรณีทั้งสอง ทว่าร่างบางในชุดนักศึกษาเข้ารูปของรินรดากลับไม่ได้แสดงอาการสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เธอยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย ส่งรอยยิ้มเยعยหยันที่ทำเอาคนมาดนิ่งอย่างประธานชมรมโต้วาทีต้องขบกรามแน่นโดยไม่รู้ตัว “การท่องบทกลอนอวดภูมิปัญญาที่คุณว่า มันสร้างชื่อเสียงให้มหาวิทยาลัยเราในระดับประเทศมาสามปีซ้อนนะคะ ท่านประธานคีย์ หรือว่าความจำระยะสั้นของคุณมันใช้งานไม่ได้ตั้งแต่หมดวาระการแข่งขันปีที่แล้วกันแน่?” เสียงฮือฮาดังขึ้นเบาๆ ในหมู่กรรมการ รินรดาไม่1รอให้คู่สนทนาได้ตั้งตัว เธอก้าวเท้าฉับๆ เข้าไปยืนประชิดโต๊ะฝั่งตรงข้าม เอกสารในมือถูกวางกระแทลงเบาๆ แต่มีน้ำหนักพอที่จะดึงโฟกัสของทุกคนให้กลับมาที่เธอ “พวกคุณเอาแต่มองว่าชมรมโต้วาทีเป็นแค่ ‘กิจกรรมสิ้นเปลือง’ เพราะมันวัดผลเป็นตัวเลขไม่ได้ทันทีทันใดเหมือนโปรเจกต์จัดอีเวนต์ของคณะนิเทศฯ ของฉัน แต่ลืมไปหรือเปล่าคะว่าทักษะการคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร และการปกป้องสิทธิ์ที่พวกเราฝึกฝนกัน มันคือรากฐานของคนที่ออกไปขับเคลื่อนสังคมจริงๆ ไม่ใช่แค่จัดฉากสร้างภาพให้ผู้บริหารดูสวยหรูไปวันๆ” คีย์หรี่ตามองผู้หญิงตรงหน้า ดวงตาคมกราบกวาดมองตั้งแต่ปลายเส้นผมที่มัดรวบไว้ลวกๆ ไปจนถึงปลายนิ้วเรียวที่กำลังเคาะโต๊ะเป็นจังหวะอย่างท้าทาย ผู้หญิงคนนี้อันตราย เธอมักจะใช้คำพูดคมกริบมาบั่นทอนตรรกะที่เขาใช้เวลาเตรียมมาเป็นคืนๆ และที่แย่ที่สุดคือ… เธอมักจะพูดในสิ่งที่เขาแอบเห็นด้วยอยู่ลึกๆ แต่ในฐานะประธานชมรม เขาไม่มีวันยอมให้งบของชมรมที่เขารักต้องถูกตัดทอนลงครึ่งหนึ่งเพียงเพราะคำพูดปลุกระดมเร้าอารมณ์แบบนี้เด็ดขาด “วาทศิลป์เยี่ยมยอดครับ ใช้คำพูดเร้าความรู้สึกเก่ง สมกับที่เป็นดาวเด่นจากนิเทศศาสตร์ แต่ความจริงก็คือความจริง งบประมาณมีจำกัด และชมรมของคุณใช้เงินไปกับค่าเดินทางและค่าที่พักเกินโควต้ามาสองปีซ้อน นั่นคือตัวเลขที่ฟ้องอยู่บนเอกสาร ไม่ใช่ข้ออ้างสวยหรูที่คุณกำลังพยายามพ่นออกมาเพื่อกลบเกลื่อนความไร้ระเบียบในการบริหารจัดการ” คีย์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความสูงกว่าร้อยแปดสิบเซนติเมตรของเขาทำให้ต้องก้มมองลงมาเล็กน้อย ร่างสูงโน้มตัวลงไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อกดดัน ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น รินรดาชะงักไปชั่ววินาที กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ เจือกลิ่นมี้ดวู้ดดี้สะอาดๆ ลอยแตะจมูก แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เธอไขว้เขว มันคือแววตาจริงจังที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเยקטเย็นต่างหากที่ทำให้หัวใจเธอกระตุกวูบอย่างไม่น่าให้อภัย เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แต่ริมฝีปากยังคงหยักยิ้มสู้ “ถ้ามองแค่ตัวเลขในกระดาษ ประธานคีย์ก็คงเป็นได้แค่เครื่องคิดเลขเดินได้สินะคะไร้จิตวิญญาณ ไร้ความยืดหยุ่น และที่สำคัญ… ไร้ซึ่งความเข้าใจในคุณค่าของมนุษย์” “ผมเป็นนักบริหาร ไม่ใช่นักบุญครับคุณรินรดา ถ้าคุณรักชมรมนี้มากนัก ทำไมไม่ลองพิสูจน์ให้เห็นล่ะว่ามันคุ้มค่าจริง ไม่ใช่แค่มานั่งเถียงฉอดๆ เอาชนะคะคานผมในห้องนี้” คีย์ย้อนกลับทันควัน น้ำเสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันด้วยความหงุดหงิดที่ถูกจี้จุดตาย “พิสูจน์ยังไงคะ?” “จัดโต้วาทีสาธารณะระหว่างชมรมโต้วาทีกับสโมสรนักศึกษา ในหัวข้อ ‘ความคุ้มค่าของงบประมาณมหาวิทยาลัย: ศิลปะแห่งการสื่อสาร หรือ ตัวเลขเชิงพาณิชย์’ ถ้าพวกคุณชนะ งบทั้งหมดจะถูกโอนเข้าบัญชีชมรมแบบเต็มจำนวนโดยไม่มีเงื่อนไข แต่ถ้าพวกคุณแพ้…” คีย์หยุดเว้นจังหวะ ปล่อยให้สายตคมกริบกวาดสำรวจใบหน้าเนียนใสที่เริ่มตึงขึ้น “ยุบชมรมซะ” ความเงียบกริบเข้าปกคลุมห้องประชุมทันที กรรมการหลายคนถึงกับอ้าปากค้างกับข้อเสนอที่เดิมพันด้วยการอยู่รอดของชมรม รินรดานิ่งงันไปอึดใจหนึ่ง ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจกับความบ้าบิ่นของคนตรงหน้า แต่ไม่นานนัก ประกายไฟแห่งความท้าทายก็ลุกโชนขึ้นในแววตาคู่นั้น เธอไม่เคยกลัวความท้าทาย และเธอก็ไม่มีวันก้มหัวให้ผู้ชายเผด็จการคนนี้เด็ดขาด “รับคำท้าค่ะ” รินรดาเชิดหน้าขึ้น รอยยิ้มมั่นใจถูกจุดประกายขึ้นอีกครั้ง “เตรียมตัวเก็บกระเป๋าออกจากตำแหน่งประธานชมรมสุดเนี๊ยบของคุณได้เลยค่ะ ประธานคีย์” “ผมจะรอวันที่คุณมานั่งร้องไห้ขอโทษผมก็แล้วกันครับ” คีย์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น ก่อนจะคว้าแฟ้มเอกสารบนโต๊ะแล้วก้าวเดินผ่านเธอไปอย่างรวดเร็ว ไหล่กว้างของเขากระแทกเบาๆ กับหัวไหล่เธอโดยตั้งใจ รินรดายืนนิ่งอยู่ที่เดิม กำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความโกรธผสมปนเปกับความตื่นเต้นวิ่งพล่านไปทั่วร่าง เธอหันกลับไปมองแผ่นหลังกว้างที่กำลังเดินพ้นประตูกระจกออกไป ทว่าในจังหวะที่ประตูกำลังจะปิดลงนั้นเอง เสียงทุ้มต่ำของใครอีกคนก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านนอก ทำให้ทั้งห้องต้องหันไปมอง “อุ๊ย ขอโทษทีครับ ขัดจังหวะอะไรกันอยู่หรือเปล่าเอ่ย พอดีผมเอาเอกสารงบประมาณส่วนที่เหลือมาส่ง… อ้าว รินรดา อยู่ที่นี่ด้วยเหรอ?” ร่างสูงโปรดของ ‘กรณ์’ รองประธานสโมสรนักศึกษาผู้มีรอยยิ้มทรงเสน่ห์และแววตาเจ้าเล่ห์ก้าวเข้ามาในห้อง พร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาลในมือ ทว่าสิ่งที่ทำให้คีย์ที่เพิ่งเดินออกไปต้องหยุดชะงักฝีเท้า และทำให้รินรดาถึงกับหน้าถอดสี ก็คือประโยคถัดมาที่กรณ์พูดขึ้นลอยๆ ด้วยน้ำเสียงสบายๆ “พอดีเลย ประธานคีย์… เรื่องงบที่นายอนุมัติให้ชมรมโต้วาทีไปเมื่อวานนี้ ฉันเพิ่งเช็คกับทางบัญชีกลางแล้วนะ ปรากฎว่าตัวเลขที่นายเซ็นอนุมัติเนี่ย… มันเกินโควต้าลับของสภาไปตั้งสามแสนบาทเลยนี่หว่า นายเอาเงินส่วนนั้นไปโปะให้ชมรมเขาทำไมเหรอ ทั้งที่ปากก็บอกว่าไร้สาระแท้ๆ?” ห้องประชุมกลับมาเงียบสนิทอีกครั้งราวกับป่าช้า รินรดารีบหันขวับไปมองแผ่นหลังของคีย์ที่ยืนแข็งทื่ออยู่ตรงกรอบประตูทันที หัวใจของเธอเต้นรัวระรัวด้วยความสับสนระคนตกใจ เมื่อคนมาดนิ่งปากร้ายที่เพิ่งบอกว่าชมรมเธอไร้ค่า กลับเป็นคนที่แอบเซ็นงบพิเศษให้ลับหลังอย่างนั้นหรือ? คีย์ค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้า สายตาคมกริบไม่ได้มองกรณ์ แต่มันกำลังพุ่งตรงมาที่รินรดาด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ราวกับความลับที่อุตส่าห์ซ่อนไว้สุดชีวิต กำลังถูกกระชากหน้ากากออกต่อหน้าต่อตาคนที่เขาเกลียดขี้หน้าที่สุดในมหาวิทยาลัย… ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสจังหวะหัวใจไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีเบตคลั่งรักฉบับหนุ่มมาดนิ่งกับยัยตัวตึง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%