"ถ้าเธอคิดว่าการยืนจ้องหน้าผมจะช่วยให้ข้อหาหมิ่นประหม่าของเธอลดหย่อนลงได้... รินรดา ผมเกรงว่าเธอคงกำลังคำนวณความน่าจะเป็นผิดมหันต์"
น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบที่เป็นเอกลักษณ์เอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบในห้องเก็บอุปกรณ์ดนตรีเก่าหลังอาคารคณะศิลปกรรมศาสตร์ลงอย่างไม่ไยดี ทว่ารินรดากลับไม่ได้สะดุ้งสะเทือนอย่างที่เจ้าตัวควรจะเป็น ดวงตากลมโตคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด ขณะที่หัวใจเจ้ากรรมยังคงเต้นระรัวผิดจังหวะจากภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ ภาพที่เพิ่งกระชากหน้ากาก ‘ประธานหนุ่มผู้ไร้หัวใจและมีตรรกะเป็นอาวุธ’ ให้ร่วงหล่นลงอย่างไม่เป็นท่า
ย้อนกลับไปเมื่อสามนาทีที่แล้ว—
ต้นเสียงที่ทั้งคู่หันไปมองพร้อมกัน ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเด็กชายตัวเล็กสวมเสื้อฮู้ดสีซีด ลูกชายของภารโรงประจำตึกที่มักจะแอบเข้ามานั่งเล่นในห้องนี้บ่อย ๆ เจ้าหนูตัวน้อยกำลังนั่งคุดคู้กอดเข่าอยู่มุมห้อง ใบหน้ามอมแมมเปื้อนคราบน้ำตา และที่สำคัญ... ข้อเท้าข้างขวามีรอยบวมเป่งจากการก้าวพลาดตกบันไดขั้นสุดท้าย
รินรดากำลังจะก้าวเท้าเข้าไปดูด้วยความตกใจ แต่เธอกลับต้องชะงักกึก เมื่อร่างสูงโปรดของคีย์ ธันวา พุ่งตัวเข้าไปถึงตัวเด็กน้อยก่อนด้วยความรวดเร็วที่ขัดกับภาพลักษณ์มาดนิ่งราวกับหุ่นยนต์ของเขาโดยสิ้นเชิง
"ร้องไห้ทำไม ฟุตบาทมันไม่ได้วิ่งหนีไปไหน ทำไมไม่มองทางให้ดี"
คำพูดแรกที่พ่นออกจากปากประธานชมรมโต้วาทีทำเอารินรดาเกือบจะอ้าปากค้างด้วยความหมั่นไส้ ปากร้ายไม่เคยเปลี่ยนแม้กระทั่งกับเด็กเจ็บ!
"ฮឹក... พี่คีย์ ผมเจ็บ..." เด็กน้อยสะอื้น
"เจ็บก็คือผลลัพธ์ของการประมาท แต่ในเมื่อกระดูกไม่น่าจะหัก... นั่งเฉย ๆ"
คีย์ไม่ได้พูดเปล่า มือเรียวยาวที่มักจะใช้ถือแฟ้มข้อมูลโต้วาทีด้วยความมั่นใจ กลับค่อย ๆ วางลงบนข้อเท้าของเด็กชายอย่างระมัดระวังที่สุด แรงกดนวดเบามือและการเคลื่อนไหวที่นุ่มนวลชนิดที่ไม่มีใครเคยได้เห็นจากผู้ชายคนนี้ ถูกถ่ายทอดออกมาผ่านสีหน้าที่แม้จะยังคงตึงเครียด แต่ดวงตากลับฉายแววความกังวลและห่วงใยอย่างปิดไม่มิด
รินรดายืนมองภาพนั้นผ่านชั้นวางกีตาร์โปร่งเก่า ๆ ลมหายใจของเธอสะดุดกึก ความรู้สึกบางอย่างตีรวนขึ้นมาในอก ชel เธอไม่เคยรู้เลยว่าภายใต้เกราะป้องกันที่เต็มไปด้วยตรรกะและกำแพงหนาเตอะ คีย์ ธันวา จะมีมุมที่อ่อนโยนและใส่ใจคนอื่นได้ลึกซึ้งถึงเพียงนี้
และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอเผลอจ้องมองเขาค้างไว้นานเกินไป จนกระทั่งเจ้าตัวหันมาเจอพอดิบพอดีนี่แหละ
"ใครจ้องคุณกัน อย่าหลงตัวเองให้มันมากนักเลยค่ะคุณธันวา" รินรดาย้อนกลับทันควัน เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่าที่จู่ ๆ ก็แล่นพล่านขึ้นมาในกระแสเลือด "ฉันแค่กำลังวิเคราะห์ว่า... คนที่พูดจาขวานผ่าซากใส่เด็ก ป่านนี้คงไม่มีปัญญาแม้แต่จะหายามาปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้เขาหรอกมั้งคะ"
คีย์ชะงักมือที่กำลังพับผ้าก๊อซ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวรินรดาช้า ๆ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นอายความเป็นผู้ใหญ่และความกดดันแบบฉบับประธานชมรมแผ่ซ่านออกมาจนรินรดาต้องเผลอกลั้นหายใจ
"ปากเก่งไม่เปลี่ยน..." คีย์โน้มใบหน้าลงมาเล็กน้อย สายตคมกริบกวาดมองสำรวจใบหน้าของเธอราวกับกำลังประเมินคู่แข่งในการโต้วาทีรอบชิงชนะเลิศ "แต่เรื่องปฐมพยาบาล... เธอกำลังดูถูกสมองของคนที่ได้เกรดเฉลี่ยอันดับหนึ่งของคณะบริหารธุรกิจเกินไปหน่อยแล้ว รินรดา"
"ก็ใครจะไปรู้ล่ะคะว่าคนเย็นชาแบบคุณจะใจดีกับเด็กเป็นด้วย นึกว่าในหัวสมองคุณมีแต่ตัวเลขเปอร์เซ็นต์ความน่าจะเป็นซะอีก"
"ความอ่อนโยนไม่ใช่ความอ่อนแอ และมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องประกาศให้ใครรู้... โดยเฉพาะกับคนที่ชอบเอาชนะอย่างเธอ" คีย์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววเย้าแหย่เล็กน้อยที่นาน ๆ ครั้งจะได้ยิน "หรือว่า... เธอกำลังมองฉันด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป?"
"ป... ปล่าวสักหน่อย!" รินรดาปฏิเสธเสียงสูง ใบเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ เธอยกมือขึ้นผลักอกแกร่งเบา ๆ เพื่อรักษาระยะห่าง "ถอยไปเลยนะ ฉันแค่วิ่งหนีฝนเข้ามาหลบเฉย ๆ เดี๋ยวฝนหยุดฉันก็ไปแล้ว ไม่ได้อยากมาดูคุณแสดงละครคุณธรรมอะไรนี่หรอก"
คีย์ไม่ยอมถอย เขากลับขยับเข้าไปใกล้กว่าเดิมจนแผ่นหลังของรินรดาเกือบจะชนกับชั้นวางโน้ตเพลง ดึงดันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความท้าทายและประกายความอบอุ่นที่ซ่อนอยู่ลึก ๆ
"ละครคุณธรรมอะไรกัน... ฉันทำด้วยความสมัครใจล้วน ๆ" คีย์กระซิบเสียงพร่า แววตาคมปลาบมองริมฝีปากที่กำลังเม้มเข้าหากันอย่างถือดีของคนตัวเล็ก "แต่ถ้าเธออยากพิสูจน์ว่าฉันเย็นชาจริงไหม... จะลองมาเป็นคนทดสอบดูหน่อยไหมล่ะ ว่าหัวใจของไอ้คนที่เธอชอบว่าไร้ความรู้สึกเนี่ย มันเต้นเร็วกว่าตรรกะข้อไหนของเธอบ้าง"
ตู้ม!
ประโยคคำพูดที่หลุดออกมาจากริมฝีปากหยักได้รูปทำเอารินรดาสติหลุดลอยไปชั่วขณะ สมองที่เคยประมวลผลคำพูดได้อย่างรวดเร็วกลับชัตดาวน์ลงกะทันหัน หัวใจเต้นแรงโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เคมีที่พุ่งพล่านระหว่างความซึนของเขาและความปากเก่งของเธอหลอมรวมบรรยากาศรอบตัวให้ร้อนระอุขึ้นมาทันตาเห็น แม้ภายนอกฝนด้านนอกจะยังคงโปรยปราย แต่ภายในห้องนี้ อุณหภูมิกลับพุ่งสูงขึ้นจนน่าใจหาย
รินรดาอ้าปากพะงาบ ๆ จะเถียงกลับแต่ก็เรียบเรียงคำพูดไม่ได้สักคำ ทำได้เพียงจ้องมองนัยน์ตาสีเข้มที่สะท้อนเงาของเธอไว้อย่างชัดเจน
กึก... เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ที่ดังขึ้นตรงหน้าประตูกระจกบานเลื่อนด้านนอก ทำลายภวังค์ความเงียบงันระหว่างทั้งสองคนลงอย่างกะทันหัน
เงาสูงโปรดของใครบางคนทาบทับลงมาผ่านกระจกใส พร้อมกับเสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้ง ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอให้อณุญาต
"พัดลมในห้องประชุมใหญ่พังหมดแล้ว คีย์... นายยังอยู่ข้างในนี้-- อ้าว เฮ้ย!"
เสียงทุ้มของ 'กร' รองประธานชมรมโต้วาทีชะงักค้างกลางคัน ดวงตาคมเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นภาพตรงหน้า—ภาพที่ประธานหนุ่มมาดนิ่งผู้ไม่เคยสนใจสิ่งมีชีวิตเพศตรงข่ายคนไหน กำลังยืนกักตัวรินรดาไว้กับชั้นวางของในระยะประชิด ชนิดที่ถ้าขยับอีกนิดเดียวจมูกคงจะชนกันอยู่รำไร
รินรดาสะดุ้งสุดตัว รีบดันอกคีย์ออกเต็มแรงแล้วก้าวพรวดพราดสวนทางกรออกไปจากห้องทันทีโดยไม่หันกลับมามอง ทิ้งให้คีย์ยืนนิ่งค้างอยู่กับที่ด้วยใบหน้าที่เรียบเฉยเหมือนเดิม แต่ถ้าสังเกตให้ดี... ใบหูของประธานหนุ่มกลับแดงก่ำลามไปจนถึงต้นคออย่างปิดไม่มิด
กรหรี่ตามองเพื่อนสนิทด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "แหม... สอนน้องโต้วาทีอีท่าไหนวะ ถึงได้ไปจนมุมแถวชั้นวางกีตาร์ได้เนี่ย?"
คีย์หันขวับกลับมามองค้อนเพื่อนสนิททันที พลางจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยท่าทีขรึมขราบ กลบเกลื่อนความรัญจวนใจที่ยังคงค้างคาอยู่ในอก
"หุบปากไปเลยกร... แล้วก็ไสหัวไปช่วยซ่อมพัดลมซะ"
[ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะเวียนมาสัมผัสจังหวะหัวใจบทนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!]
ดีเบตคลั่งรักฉบับหนุ่มมาดนิ่งกับยัยตัวตึง•ตอนที่ 4
ตรรกะแพ้ทางใจ
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีเบตคลั่งรักฉบับหนุ่มมาดนิ่งกับยัยตัวตึง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!