"ถ้าคุณจะใช้สายตานั้นมองผมทุกครั้งเวลาเถียงแพ้ ผมแนะนำให้ไปสมัครลงแข่งประเภทเดี่ยวรอบหน้าดีกว่านะครับ รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความเย้าแหย่เล็กน้อยดังขึ้น ทำเอาเอกสารในมือของฉันแทบจะปลิวหลุดจากปลายนิ้ว
ห้องประชุมชมรมโต้วาทีเวลานี้ไม่ได้มีแค่ความตึงเครียดของกองกระดาษร่างแผนงานเทศกาลละครเวทีระหว่างคณะอีกต่อไปแล้ว แต่มันกลับอบอวลไปด้วยสนามพลังบางอย่างที่อันตรายยิ่งกว่ากาเฟอีนเข้มข้นสี่ช็อตเสียอีก โดยเฉพาะเมื่อต้นเหตุของเรื่องกำลังยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่าทีสบายๆ ทว่าแววตากลับคมกริบราวกับเสือดาวที่กำลังจ้องตะครุบเหยื่อ
ฉัน - รินรดา คนนี้ ไม่ใช่ประเภทที่จะยอมให้ใครมาทำสายตากรุ้มกริมใส่แล้วนิ่งเงียบเป็นเป่าสากหรอกนะ
"ประธานธันวาคะ กรุณาแยกแยะระหว่าง 'การใช้เหตุผลหักล้าง' กับ 'อาการดิ้นไม่หลุดเพราะโดนฉันจับผิดแผนงบประมาณ' ให้มันได้ก่อนเถอะค่ะ" ฉันเชิดหน้าขึ้น เลิกคิ้วมองผู้ชายมาดนิ่งที่ชอบทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของตรรกะในทุกๆ เรื่อง "ที่ฉันมองคุณแบบนั้น เพราะฉันกำลังทึ่งต่างหากล่ะคะว่า คนที่ได้ชื่อว่าเป็นประธานชมรมโต้วาทีระดับมหาวิทยาลัย ถึงได้มีช่องโหว่ในแผนงานได้มากมายขนาดนี้"
คีย์ ธันวา หรี่ตาลงเล็กน้อย มุมปากหยักลึกข้างหนึ่งยกยิ้มขึ้นอย่างที่ชอบทำเวลาที่เขาเริ่มจะ 'ต่อปากต่อคำ' กับฉันเป็นพิเศษ
ผู้ชายคนนี้อันตราย... อันตรายมากๆ สำหรับหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะบลูส์ของฉัน
เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะประชุมยาวช้าๆ ทีละก้าว ทีละก้าว จนกลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้ซีดาร์เจือจางผสมกับกลิ่นกระดาษเอกสารใหม่ๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัส ธันวาโน้มตัวลงมาใช้มือสองข้างค้ำขอบโต๊ะไว้ ก้มหน้าลงมาจนระยะห่างระหว่างเราเหลือแค่คืบเดียว ดวงตาสีนิลคู่นั้นจ้องลึกเข้ามาในดวงตาฉันโดยไม่ยอมหลบไปไหนเลยสักนิด
"ช่องโหว่เหรอครับ..." เสียงกระซิบของเขาแผ่วเบาจนเกือบกลายเป็นเสียงกระซิบข้างใบหู "แต่ผมกลับมองว่า... ช่องโหว่เดียวในห้องนี้ มันไม่ใช่ตัวเลขในกระดาษหรอกนะครับ"
"..." ฉันชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกไปชั่วขณะเมื่อปลายนิ้วเรียวยาวของเขาเอื้อมมาปัดปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มออกให้อย่างเบามือ สัมผัสอุ่นจัดจากปลายนิ้วที่ปัดผ่านผิวแก้มทำเอาซีกหน้าข้างนั้นร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ "ทะ... ทำอะไรของคุณคะ"
"ก็เช็คดูหน่อยครับว่า... ตัวแทนฝ่ายนิเทศฯ ที่ปากเก่งใส่ผมเมื่อกี้ แอบซ่อนความเขארไว้ตรงไหนบ้าง" ธันวาหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่โคตรจะน่าหมั่นไส้ แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้หัวใจเจ้ากรรมเต้นรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก
ให้ตายเถอะ นี่เรากำลังเถียงเรื่องงานอยู่ไม่ใช่หรือไงทำไมสถานการณ์มันถึงกลายเป็นการหยอกล้อที่เกินเลยขอบเขตเพื่อนร่วมงานไปไกลโขแบบนี้แล้วล่ะ!
ก่อนที่ฉันจะได้อ้าปากตอกกลับด้วยประโยคคมๆ เพื่อกู้หน้า เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะความบาลานซ์ที่กำลังจะพังทลายลงตรงหน้าพอดี
ก๊อกๆ!
"ขออนุญาตครับ... ผมมารับรินตามที่นัดไว้"
เสียงทุ้มคุ้นหูเอ่ยขึ้น พร้อมกับการก้าวเข้ามาของ 'ภาคิน' นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ปี 3 ผู้ชายรอยยิ้มอบอุ่นที่เป็นคู่แข่งตัวฉกาจของธันวา และเป็นคนเดียวที่รินรดามักจะส่งยิ้มให้อย่างสนิทสนมเสมอในยามปกติ
บรรยากาศในห้องประชุมอุณหภูมิลดฮวบลงจนติดลบในพริบตาเดียว
ธันวาผละตัวออกจากโต๊ะอย่างรวดเร็ว ใบหน้าที่เมื่อครู่ยังคลอเคลียด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์กลับคืนสู่โหมด 'ประธานหนุ่มมาดนิ่งผู้ไร้ความรู้สึก' ภายในเสี้ยววินาที ดวงตาสีนิลคู่คมตวัดมองข้ามไหล่ฉันไปยังผู้มาใหม่ด้วยแววตาที่เยียบเย็นจนน่ากลัว
"ห้องประชุมนี้ยังใช้งานไม่เสร็จครับ นิติศาสตร์น่าจะมีมารยาทพอกับการรอให้คนอื่นคุยธุระส่วนตัว... เอ๊ย งานของมหาลัยให้จบก่อนนะ" ธันวาเน้นเสียงคำว่า 'ธุระส่วนตัว' หนักหน่วงเป็นพิเศษ พร้อมกับก้าวเข้ามาขวางระหว่างฉันกับภาคินไว้โดยสัญชาตญาณ
ฉันมองแผ่นหลังกว้างของคนที่เพิ่งจะทำท่าทีเจ้าชู้ใส่ฉันเมื่อกี้ด้วยความรู้สึกที่ปั่นป่วนไปหมด... นี่เขากำลังหึงใช่ไหม หรือแค่หวงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของในฐานะประธานชมรมกันแน่นะ?
ภาคินยิ้มบางๆ แต่แววตาหลังกรอบแว่นสายตากลับฉายแววท้าทายไม่แพ้กัน "อ้าวเหรอครับ นึกว่ากำลังเคลียร์เรื่องส่วนตัวกันอยู่เสียอีก เห็นใกล้ชิดกันซะขนาดนั้น... รินครับ ไปกันเถอะ เดี๋ยวผมพาไปเลี้ยงกาแฟล้างตา"
ฉันกำลังจะขยับตัวลุกขึ้นเพื่อตัดปัญหาความตึงเครียดที่พุ่งสูงจนหายใจไม่ออก แต่ทว่า... มือหนาของธันวากลับคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของฉันแน่น รั้งตัวฉันให้นั่งลงที่เดิมอย่างไม่ยอมให้ไปไหน
แรงบีบที่ข้อมือนั้นไม่ได้เจ็บปวด แต่มันเต็มไปด้วยความดื้อรั้นและแรงอารมณ์ที่ถูกกดเอาไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย
ธันวาไม่ยอมหันไปมองภาคิน เขาก้มลงมองหน้าฉันโดยตรง ร3ะยะห่างที่ใกล้ชิดเมื่อครู่ถูกดึงกลับมาอีกครั้ง พร้อมกับประโยคสั้นๆ ที่ทำให้ลมหายใจของฉันหยุดนิ่งสนิท
"ถ้าก้าวออกไปจากประตูบานนั้นกับมัน... เตรียมตัวโดนผมหักคะแนนพรีเซนต์งานพรุ่งนี้ทุกข้อได้เลยนะครับ... รินรดา"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะมาสัมผัสจังหวะหัวใจบทนี้นะครับ
ดีเบตคลั่งรักฉบับหนุ่มมาดนิ่งกับยัยตัวตึง•ตอนที่ 7
เคมีที่อันตรายกว่ากาเฟอีน
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีเบตคลั่งรักฉบับหนุ่มมาดนิ่งกับยัยตัวตึง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!