"ถ้าก้าวออกไปจากประตูบานนั้นกับมัน... เตรียมตัวโดนผมหักคะแนนพรีเซนต์งานพรุ่งนี้ทุกข้อได้เลยนะครับ... รินรดา"
ประโยคคาดโทษที่เจือไปด้วยกระแสเสียงทุ้มต่ำและจริงจังเกินกว่าเหตุ ทำเอาร่างบางของรินรดาที่กำลังเอื้อมมือแตะลูกบิดประตูห้องชมรมโต้วาทีถึงกับชะงักกึก เธอนิ่งค้างไปสามวินาทีเต็ม ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมามองหน้าชายหนุ่มเจ้าของร่างสูงโปร่งที่ยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงานด้วยสายตานิ่งเรียบ ทว่าประกายในดวงตากลับคมกริบราวกับพญาอินทรีย์ที่กำลังจ้องตะครุบเหยื่อ
นี่เขาใช้อำนาจความเป็นประธานชมรมมาข่มขู่เธอกลางดึกแค่วิชาชีพออนแ라인งั้นเหรอ!
"คุณธันวาคะ... เอ้ย! คุณธันวาครับ!" รินรดาเผลอหลุดสรรพนามกวนประสาทออกไปเกือบไม่ทัน เมื่อเหลือบไปเห็นสายตาดุๆ ที่ตักเตือนเธอกรายๆ "นี่คุณใช้อภิสิทธิ์อะไรมาตัดสินคะ เอ้ย... ครับ! งานพรีเซนต์พรุ่งนี้เป็นโปรเจกต์รวมของคณะนิเทศฯ กับรัฐศาสตร์นะครับ ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวที่คุณจะมาใช้อารมณ์ส่วนตัวหักคะแนนกันตามอำเภอใจแบบนี้!"
คีย์ยืดตัวขึ้นเต็มความสูง เขาส้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าวอย่างเชื่องช้า แต่มั่น and กดดัน ทุกลมหายใจที่ขยับเข้าใกล้ทำเอาพื้นที่ห้องชมรมที่กว้างขวางดูแคบลงไปถนัดตา กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นกระดาษเอกสารสะอาดๆ ลอยแตะจมูกจนรินรดาต้องเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ
"ผมไม่ได้ใช้อารมณ์ส่วนตัวครับ..." คีย์หยุดยืนห่างจากเธอเพียงแค่ก้าวเดียว ดวงตาสีนิลคู่คมก้มลงมองสบตาหญิงสาวที่เชิดหน้าขึ้นเถียงเขาอย่างไม่ยอมแพ้ "แต่ผมใช้ 'เหตุผลและตรรกะ' ในฐานะหัวหน้าโปรเจกต์... คุณกำลังจะเดินออกไปกับรุ่นพี่ปีสี่ฝั่งบริหาร ทั้งๆ ที่เอกสารโครงร่างงานวิจัยของเรายังต้องแก้ไขจุดฟาวล์เรื่องข้อมูลเชิงประจักษ์อีกสามจุด ถ้ารุ่นพี่กรคนนั้นสำคัญกว่างานในหน้าที่... เชิญเปิดประตูแล้วเดินออกไปเลยครับ ผมไม่รั้ง"
น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมบาดลึกถึงขั้วหัวใจ รินรดากัดริมฝีปากแน่นอย่างเจ็บใจ เธอย่อมรู้ดีว่ากร รุ่นพี่หนุ่มหล่อดีกรีเดือนคณะบริหารกำลังยืนรอเธออยู่หน้าตึกเพื่อเลี้ยงข้าวซดฮีลใจหลังซ้อมโต้วาทีเสร็จ แต่วินาทีนี้... เมื่อถูกสายตาและคำพูดท้าทายแบบนี้โยนใส่หน้า ความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีนักศึกษาปี 2 ของเธอก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที
"ก็ได้ครับ! ไม่ไปก็ไม่ไป!" รินรดาสบัดหน้าพรืด ปล่อยมือจากลูกบิดประตูแล้วเดินดุ่มๆ กลับมาทรุดตัวลงนั่งกระแทกกระทั้นที่เก้าอี้หน้ากองเอกสารคอมพิวเตอร์ตามเดิม ก่อนจะคว้าแท็บเล็ตขึ้นมาปัดหน้าจอพรืดๆ แบบหัวเสีย "เชิญตรวจงานต่อได้เลยครับท่านประธาน! จะเอาตรงไหนอีก สะใจคุณรึยัง!"
คีย์แอบลอบถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอกที่ซ่อนไว้ภายใต้ใบหน้าบึ้งตึง เขายืนมองร่องรอยความหงุดหงิดบนใบหน้าเนียนใสของคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ตีรวนอยู่ในอก... ความโล่งใจที่เธอยอมอยู่ต่อ ผสมกับความหมั่นไส้ในความดื้อรั้นที่ไม่เคยลดลงเลยสักนิด
ชายหนุ่มเดินกลับมานั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ร่างสูงทิ้งตัวลงพิงพนักอย่างผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมครึ่งส่วน "เลิกทำหน้าเหมือนผมไปฆ่าใครตายได้แล้วครับ รินรดา... เปิดหน้าจอชีทข้อมูลหน้าสิบสองขึ้นมา จุดที่คุณอ้างอิงสถิติมาเมื่อกี้ มันมีความคลาดเคลื่อนทางตรรกะอยู่..."
บรรยากาศในห้องชมรมที่เคยตึงเครียดด้วยกระแสปะทะ ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปอย่างช้าๆ ภายใต้แสงไฟสีวลีอบอุ่นจากโคมไฟตั้งโต๊ะ เสียงพลิוףกระดาษและเสียงคลิกเมาส์ดังสลับกับบทสนทนาโต้แย้งที่มีทั้งสาระและความประชดประชันกันไปมาตามประสาคู่กัด
เวลาล่วงเลยไปเกือบเที่ยงคืน กองเอกสารที่เคยรกเรืองตอนนี้ถูกจัดระเบียบเรียบร้อยจนเหลือเพียงหน้าจอแล็ปท็อปที่สว่างวาบ รินรดาที่นั่งหลังขดหลังแข็งพิมพ์สรุปข้อมูลแก้ตัวเลขสถิติรอบสุดท้ายถึงกับฟุบหน้าลงกับท่อนแขนบนโต๊ะด้วยความอ่อนเพลีย เปลือกตาคู่สวยเริ่มปิดลงช้าๆ ลมหายใจเข้าออกเริ่มสม่ำเสมอ
คีย์ที่นั่งเคลียร์เอกสารส่วนของตัวเองอยู่ฝั่งตรงข้ามเงยหน้าขึ้นมอง เมื่อสังเกตเห็นความเงียบผิดปกติจากอีกฝ่าย เขาวางปากกาในมือลงอย่างเบามือ แล้วลุกขึ้นเดินอ้อมโต๊ะยาวมาหยุดยืนอยู่ข้างเก้าอี้ของหญิงสาว
ดวงตาคมกริบที่มักจะใช้มองคู่แข่งในเวทีโต้วาทีด้วยความเฉียบขาด บัดนี้กลับทอดมองร่างบางที่กำลังหลับตาพริ้มด้วยความอ่อนล้าอย่างอ่อนโยนโดยไม่รู้ตัว เส้นผมสีน้ำตาลเข้มที่หลุดลุ่ยลงมาคลอเคลียกรอบหน้าเนียนถูกนิ้วเรียวยาวของชายหนุ่มเอื้อมไปทัดหูให้อย่างทะนุถนอม สัมผัสแผ่วเบานั้นอบอุ่นและนุ่มนวลจนแทบไม่น่าเชื่อว่านี่คือมือของ "ปีศาจแห่งเวทีโต้วาที" ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความปากร้าย
ในจังหวะที่ปลายนิ้วของเขากำลังจะผละออก รินรดาก็ส่งเสียงงึมงำในลำคอเบาๆ คล้ายคนละเมอ เปลือกตาสสีมุกปรือขึ้นช้าๆ แล้วกะพริบถี่เพื่อปรับโฟกัส ภาพแรกที่เธอเห็นคือใบหน้าคมคายของคีย์ที่อยู่ใกล้ในระยะประชิด ชิดเสียจนลมหายใจอุ่นๆ ของเขารดรดอยู่บนหน้าผากของเธอ
หัวใจดวงน้อยของรินรดากระตุกวูบ เต้นรัวระรัวราวกับมีกลองชุดมาตีอยู่ในอก ความง่วงงุนมลายหายไปในพริบตา เธอเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบยืดตัวขึ้นนั่งตัวตรงแหน่วจนเกือบหงายหลัง "คะ... คุณคีย์! ทำอะไรใกล้เกินไปแล้วนะครับ!"
คีย์ไม่ได้ถอยหนี เขายังคงยืนค้ำโต๊ะกักตัวเธอไว้ในวงแขนอย่างหลวมๆ มุมปากหยักลึกได้รูปยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มาพร้อมกับคำถากถางหรือรอยยิ้มมุมปากเย้ยหยันแบบที่ชอบทำเวลาอยู่ท่ามกลางผู้คน... แต่มันเป็นรอยยิ้มที่อ่อนโยน ละมุนละไม และเปี่ยมไปด้วยความหมายบางอย่างที่ซ่อนอยู่ลึกซึ้ง จนรินรดาไม่เคยเห็นมันมาก่อนจากผู้ชายคนนี้
รอยยิ้มนั้น... รินรดารู้สึกได้ทันทีด้วยสัญชาตญาณว่า มันไม่ได้ถูกมอบให้ใครอื่นเลย นอกจากเธอ
"เหนื่อยก็กลับไปนอนพักที่หอได้แล้วครับ..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยแผ่วเบา รอยยิ้มบนมุมปากของเขายิ่งชัดเจนขึ้นเมื่อเห็นใบหน้าหวานขึ้นสีแดงระเรื่อลามไปจนถึงใบหู "พรุ่งนี้ผมจะไปรับหน้าเสื่อเรื่องพรีเซนต์ให้เอง... ถือว่าเป็นการไถ่โทษที่ผมใจร้ายกับคุณเมื่อหัวค่ำก็แล้วกันนะครับ"
รินรดาอ้าปากค้างเล็กน้อย สมองตื้อตันไปหมดด้วยความเขินอายที่จู่โจมเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว คำพูดปฏิเสธหรือคำคมคายที่เคยเตรียมไว้โต้เถียงหายเกลี้ยงไปจากหัว
แต่ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานซึ้งและเคมีระหว่างทั้งคู่กำลังพุ่งทะยานถึงขีดสุดนั้นเอง
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ของห้องชมรมดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกอย่างถือวิสาสะโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต
"คีย์! นายยังอยู่ใช่มั้ยเนี่ย? ฉันลืมแฟลชไดรฟ์เอกสารสำคัญไว้บนโต๊ะนาย... อ้าว? รินรดาก็ยังอยู่ด้วยเหรอเนี่ย นึกว่ากลับไปกับไอ้กรตั้งนานแล้วซะอีก"
เสียงห้าวของ 'ภาคิน' รองประธานชมรมดังแทรกเข้ามาทำลายบรรยากาศสีชมพูจนย่อยยับ คีย์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความหงุดหงิดอย่างปิดไม่มิด เขากลอกตาขึ้นฟ้าอย่างหัวเสียก่อนจะผละตัวออกจากรัศมีใกล้ชิดกับรินรดาอย่างจำยอม
รินรดารีบฉวยโอกาสนั้นคว้ากระเป๋าและแท็บเล็ตของตัวเองลุกขึ้นยืนพรวด ใบหน้าร้อนผ่าวด้วยความเขินอาย เธอก้มหัวให้ภาคินเล็กน้อยแล้วทำท่าจะเดินเลี่ยงออกไปทางประตู
"เดี๋ยวก่อนครับ รินรดา!" คีย์เอ่ยเรียกเสียงเข้ม รั้งร่างบางไว้ก่อนที่เธอจะก้าวพ้นขอบประตู
รินรดายืนนิ่ง หันกลับมามองเขาด้วยแววตาคำถามที่เต็มไปด้วยความระคนประหม่า
คีย์ก้าวเข้ามาใกล้เธออีกครั้ง ท่ามกลางสายตาของภาคินที่ยืนงงเป็นไก่ตาแตก ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมากระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่นจนสั่นสะท้านไปถึงหัวใจ
"พรุ่งนี้... ตอนแปดโมงตรง ผมจะไปรอรับคุณที่หน้าคณะนิเทศฯ ห้ามเบี้ยว ห้ามสาย และห้ามปฏิเสธเด็ดขาด... เข้าใจไหมครับ?"
ตัดจบตอนด้วยความฟินระดับพรีเมียมที่ทิ้งปมความสัมพันธ์ให้คนอ่านใจเต้นรัว!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสจังหวะหัวใจบทนี้ด้วยกันนะครับ ไว้เจอกันตอนหน้าครับ! — คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
ดีเบตคลั่งรักฉบับหนุ่มมาดนิ่งกับยัยตัวตึง•ตอนที่ 8
สายตาที่เปลี่ยนไป
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีเบตคลั่งรักฉบับหนุ่มมาดนิ่งกับยัยตัวตึง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!