“คุณกำลังซ่อนอะไรไว้ใต้แผลเป็นพวกนั้น จางเหว่ย”
คำถามของผม—หลินฟาง—ดังก้องขึ้นในห้องครัวที่เงียบสนิท กลิ่นหอมฟุ้งของข้าวผัดหมูสามชั้นสูตรมิติพิเศษที่เพิ่งปรุงเสร็จกำลังอุ่นกรุ่นอยู่ในอากาศ แต่มันกลับไม่ช่วยให้บรรยากาศที่ตึงเครียดผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย จางเหว่ยที่กำลังหยิบช้อนค้างไว้ชะงักนิ่ง นัยน์ตาคมกริบแบบทหารอาชีพไหววูบเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะฉายแววเรียบเฉยตามความเคยชิน
เขาวางช้อนลงช้าๆ สบตาผมด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก แสงตะเกียงน้ำมันก๊าดวูบไหวสะท้อนบนใบหน้าหล่อเหลาที่ดูเหนื่อยล้ากว่าปกติ
“ผมเคยเตือนคุณแล้วว่าอย่าไปยุ่งกับเรื่องของพวกนั้น” น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและต่ำลึก “เรื่องที่หลินฟางเห็นที่ตลาดมืดเมื่อวาน... คนพวกนั้นไม่ใช่แค่คนเถื่อนที่ค้าของหนีภาษี พวกมันคือกลุ่มคนที่เล่นกับสิ่งที่คนทั่วไปไม่ควรแตะต้อง”
“สิ่งที่คนทั่วไปไม่ควรแตะต้องงั้นหรือ?” ผมหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ขยับตัวเข้าไปใกล้เขาอีกนิดจนได้กลิ่นจางๆ ของดินปืนและกลิ่นอายประหลาดที่เหมือนฝุ่นผงจากสุสานโบราณ “อย่าลืมสิครับว่าผมคือใคร ผมไม่ใช่แม่บ้านใสซื่อที่สามีจะต้อนให้ไปอยู่ในกรงแก้วได้ สิ่งที่พวกมันมี... ผมดูออกว่านั่นคืออาถรรพ์ชั้นต่ำที่ถูกสะกดไว้ด้วยกระดูกคนตาย”
จางเหว่ยถอนหายใจยาว เขายกมือขึ้นลูบหน้าตัวเอง ก่อนจะกุมมือผมไว้แน่น ผิวหยาบกร้านของเขาสั่นระริกเล็กน้อย
“ตอนที่ผมยังประจำการอยู่ในหน่วยรบพิเศษแถบชายแดนเหนือ” เขาเริ่มเล่า สายตามองทะลุออกไปนอกหน้าต่างสู่ความมืดมิดของยามค่ำคืน “หน่วยของผมได้รับภารกิจให้ไปกวาดล้างรังของกลุ่มลักลอบขุดสุสานโบราณ พวกมันไม่ได้แค่ขโมยสมบัติ แต่มันกำลังพยายามชุบชีวิตบางอย่างขึ้นมา... เพื่อใช้เป็นอาวุธ”
ผมขมวดคิ้ว “อาวุธไสยศาสตร์?”
“ใช่” จางเหว่ยพยักหน้า “พวกมันใช้ ‘วิญญาณบาป’ ที่ถูกกักขังในรูปยันต์โลหิต พวกผมสูญเสียคนไปเกือบครึ่งกองร้อยด้วยวิธีที่อธิบายไม่ได้ ร่างกายของเพื่อนผมสลายกลายเป็นเถ้าถ่านในพริบตา... ผมรอดมาได้เพียงเพราะมีตะกรุดเก่าแก่ของปู่ติดตัวไว้ แต่ผมก็ต้องแลกมาด้วยการที่ ‘มัน’ ฝังตัวอยู่กับผม”
เขาค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตทหารออกเผยให้เห็นรอยแผลเป็นประหลาดเหนือหัวใจ มันไม่ใช่รอยแผลจากกระสุนหรือมีด แต่มันเป็นรอยประทับสีดำสนิทที่มีลักษณะคล้ายอักขระโบราณที่กำลังเต้นเร่าราวกับมีชีวิต
“ทุกครั้งที่ผมเข้าใกล้คนพวกนั้น รอยนี้จะร้อนดั่งไฟเผา” จางเหว่ยกล่าวต่อ “ผมไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังคุณหลินฟาง ผมแค่กลัว... กลัวว่าถ้าคุณรู้ว่าสามีของคุณแปดเปื้อนด้วยคำสาปที่ตามล่าไม่จบสิ้น คุณจะหนีไป”
ผมจ้องมองรอยประทับนั้นด้วยสายตาเรียบเฉย แต่ในใจกลับครุ่นคิดถึงวิธีที่จะชำระล้างมัน นี่ไม่ใช่แค่ความลับธรรมดา แต่มันคือปมของเรื่องราวทั้งหมดที่กำลังบีบคั้นชีวิตครอบครัวของเรา การค้าขายสินค้าในตลาดมืดของผมไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มีใครบางคนในหมู่บ้านที่รู้จัก ‘วิชา’ เหล่านี้กำลังชักใยอยู่เบื้องหลัง
“คุณไม่ต้องกังวลหรอกครับจางเหว่ย” ผมเอื้อมมือไปแตะรอยแผลนั้นเบาๆ ความเย็นยะเยือกจากนิ้วมือผมทำให้อักขระดำสนิทสงบลงชั่วคราว “ในเมื่อคุณเลือกที่จะใช้ชีวิตกับผม คุณก็คือสมบัติของผม ใครหน้าไหนที่คิดจะมาพรากคุณไปโดยอ้างเรื่องอาถรรพ์ มันจะต้องเจอกับ ‘แม่หมอ’ ตัวจริง”
จางเหว่ยจ้องมองผมด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเทิดทูน เขาโน้มตัวลงมาประทับจูบที่หน้าผากของผมอย่างแผ่วเบา ทว่าทันใดนั้น... เสียงเคาะประตูบ้านก็ดังขึ้นอย่างรุนแรง
*ปัง! ปัง! ปัง!*
ไม่ใช่เสียงเคาะประตูของคนปกติ แต่มันเป็นเสียงเหมือนมีบางอย่างที่หนักอึ้งและไร้ชีวิตพยายามจะพังเข้ามา จางเหว่ยชักปืนที่ซ่อนอยู่ออกมาทันทีตามสัญชาตญาณทหาร ผมรีบลุกขึ้นยืนพลางหยิบมีดทำครัวที่ผ่านการอาบอาคมจากมิติขึ้นมาถือไว้
“อย่าเปิดนะ!” จางเหว่ยกระซิบเสียงต่ำ
ทว่าประตูไม้เก่าๆ กลับค่อยๆ แง้มออกเองช้าๆ พร้อมกับกลิ่นเน่าเหม็นของดินโคลนที่โชยเข้ามาอบอวลไปทั่วห้อง ที่หน้าประตูนั้น ร่างของชายชราข้างบ้านที่หายตัวไปเมื่อสามวันก่อนยืนจังก้าอยู่ ดวงตาของเขากลายเป็นสีขาวโพลนไร้วี่แววของมนุษย์ และในมือของเขากำลังถือตุ๊กตาดินเผาที่มีใบหน้าเหมือนจางเหว่ยไม่มีผิดเพี้ยน!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของหลินฟางและจางเหว่ยมาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ
มิติลับฉบับแม่หมอ: ขอปรุงข้าวผัดมัดใจคุณทหารในยุค 80•ตอนที่ 24
ความลับสามีเผยออกมาบางส่วน
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มิติลับฉบับแม่หมอ: ขอปรุงข้าวผัดมัดใจคุณทหารในยุค 80 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!