มิติลับฉบับแม่หมอ: ขอปรุงข้าวผัดมัดใจคุณทหารในยุค 80•ตอนที่ 23

การเรียนรู้ชีวิตยุค 80

ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
กลิ่นไอความชื้นยามวิกาลของตรอกซอกซอยกรุงปักกิ่งในยุค 80 ผสมผสานเข้ากับกลิ่นฉุนของน้ำมันพริกและกระเทียมเจียวคั่วใหม่จนตลบอบอวลไปทั่วห้องครัวคับแคบ เสียงเคาะประตูรั้วไม้หน้าบ้านดังขึ้นเป็นจังหวะกระชั้นชิด สะท้อนความร้อนรนของคนที่อยู่เบื้องหลัง "ใจเย็นๆ ก่อนครับคุณสามี..." หลินฟางกระซิบเสียงหวานข้างหูจางเหว่ยด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ "ในเมื่อพวกเขารนหาที่มาเคาะประตูบ้านเรายามวิกาลแบบนี้... เรามาต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญด้วย 'สูตรลับพิเศษ' อีกสักชามดีกว่าไหมครับ?" จางเหว่ยขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาคมกริบฉายแววระแวดระวังตามสัญชาตญาณทหารหนุ่ม มือหนาเอื้อมไปกุมมือเรียวของภรรยาไว้แน่นโดยสัญชาตญาณ แม้เขาจะรู้ดีว่าภรรยาตัวน้อยของเขามี "วิธี" จัดการกับพวกเหลือบไรเหล่านี้อย่างแยบยลเพียงใด แต่ความห่วงใยก็ยังคงล้นปรี่อยู่ในอก "ดึกดื่นป่านนี้แล้ว พวกมันยังไม่เลิกราอีกหรือครับฟางฟาง..." จางเหว่ยเอמהเสียงต่ำ ร่างสูงใหญ่ขยับบังร่างเพรียวบางของภรรยาไว้ครึ่งหนึ่งเพื่อความปลอดภัย "ปล่อยให้ผมออกไปจัดการเองเถอะครับ คุณไปรอในห้องพักผ่อนเถอะ" "จัดการแบบลูกผู้ชายใช้กำลังเหรอครับ? โน่น... มันเชยไปแล้วสำหรับยุคนี้" หลินฟางแย้มยิ้มพราย ดวงตาคู่สวยระยิบระยับด้วยประกายแห่งความสนุกสนาน นางสะบัดข้อมือเบาๆ มิติลับในห้วงจิตวิญญาณก็สั่นไหว ไอหมอกสีขาวจางๆ พวยพุ่งขึ้นพร้อมกับกระทะเหล็กหล่อโบราณและตะหลิวไม้เนื้อดีที่ปรากฏขึ้นบนโต๊ะอย่างเงียบเชียบ "ในเมื่อพวกเขากลأดาลดั้นมาหาเรื่องถึงถิ่นเรา ย่อมแปลว่าพวกเขากำลัง 'หิวโหย' ทั้งอำนาจและผลประโยชน์... งั้นเราก็จัดอาหารว่างต้อนรับความโลภของพวกเขาสักหน่อยเถอะครับ" ปัง! ปัง! ปัง! เสียงทุบประตูด้านนอกเริ่มรุนแรงขึ้น พร้อมกับเสียงโวยวายของญาติผู้พี่ฝั่งตระกูลจางที่หวังจะมาบีบเค้นเอาสูตรลับข้าวผัดและส่วนแบ่งเงินสดจากการค้าขายในตลาดมืด "จางเหว่ย! หลรินฟาง! พวกแกตายด้านอยู่ในนั้นหรือไงวะ! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! อย่าคิดว่าซุกหัวอยู่ในรังหนูแล้วจะหนีพ้นความจริง!" เสียงตะโกนแหบพร่าด้วยความเมามายและเกรี้ยวกราดดังลั่น หลินฟางไม่แม้แต่จะชายตาแลประตู นางก้มหน้าก้มตาจัดการกับวัตถุดิบในมิติลับ เนื้อหมูสามชั้นติดมันหั่นเต๋าชิ้นพอดีคำถูกโยนลงกระทะที่ตั้งไฟจนร้อนจัด เสียงฉู่ฉ่าดังสนั่นเคล้ากับกลิ่นหอมของเครื่องเทศจีนที่อบอวลขึ้นจมูก ทว่า... สิ่งที่พิเศษกว่านั้นคือ "อาคมชำระจิต" ที่นางแอบผสานลงไปในเปลวไฟ ทุกครั้งที่ตะหลิวพลิกกลับ นางกำลังร่ายคาถากดทับจิตใจที่โลภโมละของแขกผู้มาเยือนให้พรั่งพรูความลับดำมืดออกมาในยามที่พวกเขาลิ้มลองอาหารจานนี้ "คุณเหว่ยครับ..." หลินฟางเงยหน้าขึ้นสบตากับสามี รอยยิ้มของนางช่างงดงามแต่กลับเยือกเย็นจนสันหลังวาบ "ออกไปต้อนรับแขกกันเถอะครับ ปล่อยให้ผมเป็นคนเสิร์ฟความจริงให้พวกเขาเอง" จางเหว่ยถอนหายใจยาวอย่างจำยอม เขารู้ดีว่าห้ามภรรยาคนนี้ไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้น เขาก็อยากรู้เหมือนกันว่ายัยพวกปลิงดูดเลือดเหล่านี้จะดิ้นรนอย่างไรภายใต้เงื้อมมือของภรรยาผู้มีวิชาอาคมขลัง แอด... เสียงประตูไม้เปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างของชายฉกรรจ์สามคนยืนเซซวนอยู่หน้าบ้าน แสงไฟส mลัวจากตะเกียงน้ำมันสาดส่องให้เห็นใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโลภและฤทธิ์สุรา นำโดย "เฉินไห่" ลูกพี่ลูกน้องตัวแสบที่คอยสร้างความเดือดร้อนให้สองสามีภรรยามาโดยตลอด "อ้าว! นึกว่าหนหัวหดตายกันไปซะแล้ว!" เฉินไห่หัวเราะเยาะ พลางผลักอกจางเหว่ยจนเซถอยหลังไปก้าวหนึ่ง "นึกว่าจะเก่งกาจนักนะไอ้ทหารตกอับ! พาเมียนอกคอกมาหากินในเมืองหลวง ทำตัวเป็นเศรษฐีใหม่ ลืมบุญคุณบรรพบุรุษเหรอวะ! วันนี้ถ้าแกไม่คายเงินเก็บครึ่งหนึ่งและสูตรข้าวผัดนั่นออกมา อย่าหวังว่าจะได้เหยียบแผ่นดินปักกิ่งต่อเลย!" หลินฟางก้าวออกมาจากเงื้อมเงาของสามี ใบหน้างามสงบเยือกเย็น มือเรียวถือถาดไม้ที่มีชามข้าวผัดหมูสามชั้นควันฉุยส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วตรอกซอกซอย กลิ่นหอมนี้ช่างแปลประหลาดนัก มันไม่ใช่แค่กลิ่นหอมของซีอิ๊วหรือกระเทียมเจียวทั่วไป แต่กลับมีกลิ่นหอมเย็นๆ ของสมุนไพรป่าที่ช่วยกระตุ้นความอยากอาหารและสติสัมปชัญญะในเวลาเดียวกัน "พี่เฉินใจร้อนจังเลยนะครับ..." หลินฟางเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล รอยยิ้มที่ประดับบนริมฝีปากช่างดูน่าหลงใหลจนเฉินไห่ถึงกับชะงักไปชั่วขณะ "ดึกดื่นป่านนี้ เดินทางมาไกลคงจะเหนื่อยและหิวแย่แล้วกระมังครับ? พวกเราสามีภรรยาไม่ได้ใจร้ายขนาดที่จะปล่อยให้แขกต้องยืนท้องร้องหน้าบ้านหรอกครับ เชิญชิม 'ข้าวผัดล้างบาป' สักชามก่อนเถอะครับ แล้วเราค่อยมาคุยเรื่องธุรกิจกัน..." เฉินไห่กลืนน้ำลายเอื้อมมือไปรับชามเซรามิกด้วยความหิวโหย ฤทธิ์สุราประกอบกับกลิ่นหอมเย้ายวนทำให้เขาขาดความยั้งคิด เขายัดข้าวเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ โดยไม่สนใจคำเตือนใดๆ ของลูกน้องที่ยืนอยู่ข้างหลัง คำแรกที่กลืนลงคอ... ร่างกายของเฉินไห่ก็แข็งค้าง ดวงเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง รสชาติกลมกล่อมล้ำลึกที่ระเบิดขึ้นในปากราวกับพาเขาย้อนกลับไปสู่วัยเด็กที่บริสุทธิ์ผุดผ่อง ทว่าทันใดนั้นเอง... ใบหน้าของเขาก็เริ่มซีดเผือด เหงื่อกาฬแตกพลั่ก ไอร้อนพวยพุ่งออกจากศีรษะราวกับคนไข้ใกล้ตาย "อ... อาหารนี่มัน... ทำไม... ทำไมฉันถึงรู้สึกเหมือน..." เฉินไห่ทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้น มือทั้งสองข้างกุมศีรษะด้วยความเจ็บปวดราวกับสมองกำลังถูกควักออกมาล้าง น้ำตาและน้ำมูกไหลปนเปกันจนดูไม่จืด หลินฟางย่อตัวลงนั่งยองๆ เบื้องหน้าชายผู้โง่เขลา รอยยิ้มอบอุ่นยังคงประดับอยู่บนใบหน้า ทว่าแววตากลับคมกริบดั่งใบมีดโกนที่ซ่อนอยู่ในกำมะหยี่ "อร่อยไหมครับพี่เฉิน? อาหารจานนี้ไม่ได้มีไว้สำหรับคนปกติหรอกนะครับ..." หลินฟางกระซิบเบาๆ ข้างหูเขา "แต่มันมีไว้สำหรับคนที่ 'มีความลับ' และต้องการการชำระล้าง... ไหนลองบอกผมสิครับ ว่าใครเป็นคนสั่งให้พวกคุณมาป่วนบ้านผมในคืนนี้? และเอกสารลับในกองบัญชาการทหารที่หายไปเมื่อสัปดาห์ก่อน... อยู่ที่ไหนกันแน่?" คำถามนั้นเปรียบเสมือนสายฟ้าฟาดกลางฤดูร้อน ร่างกายของเฉินไห่สั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด เขามองหน้าหลินฟางราวกับนางปีศาจจำแลงกายมา และก่อนที่เขาจะทันได้อ้าปากตอบคำถาม... เงาดำสายหนึ่งก็พุ่งวาบผ่านกำแพงรั้วด้านหลังอย่างรวดเร็วดุจสายลม เสียงกระซิบแหบพร่าและเย็นยะเยือกดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องหลังจางเหว่ย "ระวังตัวด้วยครับผู้กอง... คนที่พวกคุณกำลังตามหา ไม่ได้มีแค่พวกกุ๊ยข้างถนนกลุ่มนี้หรอก..." (โปรดติดตามตอนต่อไป) ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "หมอผีวัยรุ่น" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มิติลับฉบับแม่หมอ: ขอปรุงข้าวผัดมัดใจคุณทหารในยุค 80 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%