ความเย็นเยือกของไอน้ำจากดินโคลนเน่าเสียพุ่งปะทะเข้ากับใบหน้าของหลินฟางราวกับคมมีดที่กรีดผ่านผิวเนื้อ บรรยากาศภายในห้องครัวที่ควรจะอบอุ่นไปด้วยกลิ่นอายของเครื่องเทศและควันฟืนยามค่ำคืน กลับถูกแช่แข็งลงทันทีด้วยการปรากฏตัวของร่างที่ไร้ซึ่งลมหายใจ
"ฟางฟาง... ถอยไปข้างหลังครับ"
เสียงทุ้มต่ำของจางเหว่ยดังลอดไรฟัน ร่างกำยำในชุดเครื่องแบบทหารพรางตัวขยับเข้ามายืนบังภรรยาเอาไว้ด้วยสัญชาตญาณ มือแกร่งเอื้อมไปคว้าด้ามปืนพกที่เหน็บอยู่ข้างเอวอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบของนายทหารหนุ่มหรี่ลงจ้องมองร่างของชายชราที่ยืนขวางประตูอยู่ เขาจำได้แม่นว่าตาเฒ่าหลี่ผู้นี้หายตัวไปจากหมู่บ้านเมื่อสามวันก่อน หน่วยลาดตระเวนค้นหาทั่วทั้งภูเขาแต่ก็ไม่พบแม้แต่เงา แล้วเหตุใดในยามวิกาลนี้ ศพที่ควรจะเน่าเปื่อยอยู่ใต้ซากใบไม้แห้ง ถึงได้มายืนจังก้าถือตุ๊กตาดินเผาอาคมอยู่ที่หน้าบ้านของพวกเขาได้
หลินฟางไม่ได้ถอยหลังตามที่สามีบอก ดวงตาสีดำสนิทของอดีตหมอผีสาวกวาดมองผ่านไหล่กว้างของจางเหว่ย ร่างกายของนางตื่นตัวเต็มที่ สัมผัสพิเศษจากมิติล้างอาถรรพ์ในห้วงจิตวิญญาณส่งเสียงเตือนดังลั่นระเบิด สีหน้าของนางมิได้มีความหวาดกลัวเจือปนเลยแม้แต่น้อย กลับกัน... มันคือความเยือกเย็นอันน่าสะพรึงกลัวของผู้ที่เคยเผชิญหน้ากับวิญญาณอาฆาตมานับไม่ถ้วน
"ไม่ใช่คน" หลินฟางเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ แต่มั่นคง "วิญญาณของเขาถูกดึงออกไป ร่างกายนี้เป็นแค่ภาชนะที่ถูกควบคุมด้วย ‘คุณไสยเงาโลหิต’ ครับ... เอ่อ พี่เหว่ย ระวังตุ๊กตานั่น"
สิ้นคำเตือน ร่างของตาเฒ่าหลี่ก็กระตุกเกร็งอย่างรุนแรง เสียงกระดูกลั่นกรอบแกลบดังสนั่นราวกับกิ่งไม้แห้งหัก ฝ่าฝืนกฏเกณฑ์ของธรรมชาติ ดวงตาที่เคยเป็นสีขาวโพลนกลับมีเลือดสีดำไหลทะลักออกมาเป็นทางยาว พร้อมกันนั้นริมฝีปากที่แห้งผากก็ฉีกยิ้มกว้างจนถึงใบหู ส่งเสียงหัวเราะแหบแห้งราดรดด้วยความอาฆาตมาดร้าย
*ฮี่ๆๆ... เจ้าของร่างนี้... ต้องตาย...*
เปรี้ยง!
จางเหว่ยไม่ลังเลที่จะลั่นไก กระสุนปืนพกเจาะทะลุหน้าอกของศพไร้ญาติจนเนื้อผ้าฉีกขาด แต่สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวคือ ไม่มีเลือดหยดออกมาแม้แต่หยดเดียว มีเพียงกลุ่มควันสีเขียวข้นคล้ายกำมะถันพวยพุ่งออกมาจากบาดแผล และร่างนั้นยังคงเดินหน้าอย่างไร้ความรู้สึก ราวกับความตายไม่มีผลอันใดต่อมันอีกต่อไปแล้ว
"ปืนทำอะไรมันไม่ได้หรอครับเนี่ย" หลินฟางเอ่ยพึมพำเบาๆ นางรู้ดีว่าไสยเวทระดับนี้ไม่ใช่สิ่งที่กระสุนปืนของโลกมนุษย์จะจัดการได้
ในเสี้ยววินาทีที่ร่างของตาเฒ่าหลี่พุ่งเข้ามาหมายจะตะปบเข้าที่ลำคอของจางเหว่ยด้วยเล็บมือที่ยาวเฟื้อยและดำสนิท หลินฟางก็สะบัดมือขวาออกไปอย่างรวดเร็ว แสงสีทองเรืองรองสว่างวาบขึ้นจากปลายนิ้ว พร้อมกับขวดแก้วบรรจุน้ำทิพย์จากมิติล้างอาถรรพ์ที่ถูกเปิดออก นางสาดของเหลวบริสุทธิ์เข้าใส่ร่างของศพเดินได้ทันที
แอ๊ดดด—! เสียงกรีดร้องโหยหวนราวกับเสียงเหล็กขูดกันดังสนั่นหวั่นไหวเมื่อน้ำทิพย์สัมผัสกับผิวหนังของตาเฒ่าหลี่ ควันสีดำพวยพุ่งขึ้นราวกับถูกไฟแผดเผา ร่างนั้นเซถอยหลังไปหลายก้าว ตุ๊กตาดินเผาในมือร่วงหล่นลงกระทบพื้นแตกกระจายเผยให้เห็นเส้นผมสีดำและหยดเลือดสดๆ ที่ซ่อนอยู่ข้างใน
"พี่เหว่ย ล็อคตัวเขาไว้! อย่าให้ตุ๊กตานั่นรวมกับพื้นดินเด็ดขาด!" หลินฟางออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว
จางเหว่ยพยักหน้ารับอย่างรู้ใจ แม้เขาจะไม่เข้าใจเรื่องไสยเวทลึกซึ้ง แต่ความเชื่อใจที่มีต่อภรรยาทำให้เขากระโจนเข้าไปอย่างไร้ความลังเล ร่างกำยำเข้าประชิดตัวตาเฒ่าหลี่ ใช้ทักษะการต่อสู้ระยะประชิดของทหารหน่วยรบพิเศษกดร่างที่ไร้เรี่ยวแรงนั้นลงแนบพื้นดิน ต่อต้านแรงอาถรรพ์ที่พยายามดิ้นรนอย่างสุดกำลัง
หลินฟางก้าวเข้าไปใกล้ นางหยิบเกลือบริสุทธิ์และกระดาษยันต์สีแดงฉานที่เพิ่งคัดลอกออกมาจากมิติล้างอาถรรพ์ขึ้นมา ท่องคาถาบทโบราณด้วยน้ำเสียงกังวานและทรงอำนาจ ก่อนจะแปะยันต์ลงบนหน้าผากของร่างไร้ชีวิตนั้น
พรึบ!
เปลวไฟสีฟ้าลุกโชนขึ้นบนแผ่นยันต์โดยไม่ต้องอาศัยไม้ขีดไฟ มันแผดเผาไอปีศาจสีดำที่ปกคลุมร่างของตาเฒ่าหลี่ให้สลายกลายเป็นเถ้าธุลีในพริบตา เสียงกรีดร้องโหยหวนสุดท้ายเงียบหายไป เหลือเพียงความเงียบสงบที่กลับคืนมาสู่อีกครั้ง ท่ามกลางกลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรที่หลินฟางโปรยลงเพื่อชำระล้างอาณาเขต
จางเหว่ยลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นตามเสื้อผ้า ก่อนจะรีบหันมาสำรวจภรรยาด้วยความรวดเร็วและเป็นห่วง "ฟางฟาง... น้องเจ็บตรงไหนหรือเปล่าครับ? ปลอดภัยนะ?"
หลินฟางส่ายหัวเบาๆ รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวย นางยื่นมือไปจับแขนแกร่งของสามีเพื่อให้อีกฝ่ายคลายความกังวล "น้องไม่เป็นไรครับพี่เหว่ย แต่... เรื่องนี้ใหญ่กว่าที่เราคิด ตุ๊กตาดินเผานั่นไม่ใช่ของคนในหมู่บ้านนี้แน่ๆ ฝีมือของใครบางคนที่ต้องการส่งคำเตือนมาถึงเราโดยเฉพาะ"
สายตาของหลินฟางก้มมองเศษซากตุ๊กตาดินเผาที่ยังคงมีคราบเลือดสดๆ ไหลซึมออกมา แม้ว่าภัยคุกคามตรงหน้าจะถูกกำจัดไปแล้ว แต่พลังงานชั่วร้ายที่แฝงมากับกลิ่นอายเมื่อครู่กลับทำให้นางตระหนักได้ว่า มี "ใครบางคน" ที่ทรงอำนาจทางไสยศาสตร์ กำลังแอบซ่อนตัวอยู่ไม่ไกลจากเขตทหารแห่งนี้ และเป้าหมายของมันไม่ใช่แค่การมาเยือนเพื่อทักทาย
ขณะที่ทั้งสองกำลังตรวจสอบเศษซากอาคมอยู่นั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นแว่วๆ มาจากทางถนนดินลูกรังหน้าบ้าน พร้อมกับเสียงเคาะประตูรั้วไม้ไผ่ที่ดังรัวระรัวอย่างร้อนรน
ก๊อกๆๆ!
"ผู้กองจาง! ผู้กองจางอยู่หรือเปล่าครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วที่ค่ายทหารทางเหนือ!" เสียงตะโกนของพลทหารนายหนึ่งดังทะลุกำแพงเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก "มีกองกำลังลึกลับบุกรุกเข้ามาในเขตหวงห้าม และ... และพวกเขากำลังตามหาใครบางคนที่มีสายเลือดโบราณครับ!"
จางเหว่ยขมวดคิ้วแน่น สัญชาตญาณทหารตื่นตัวขึ้นทันที เขาหันมาสบตากับหลินฟางที่ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้า ดวงตาของภรรยาคนสวยฉายแววประกายวาววับที่เดาไม่ออกว่าเป็นความตื่นเต้นหรือความโกรธกริ้ว
ทว่า ก่อนที่จางเหว่ยจะทันได้เดินไปเปิดประตูรั้ว ประตูไม้หน้าบ้านที่เพิ่งปิดลงเมื่อครู่ก็ถูกกระชากเปิดออกอีกครั้งด้วยแรงลมปริศนา พร้อมกับเงาดำมหึมาที่ทาบทับลงบนพื้นห้อง และกลิ่นอายฆ่าฟันที่รุนแรงจนทำให้ลมหายใจสะดุด
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "หมอผีวัยรุ่น" เสมอมานะครับ
มิติลับฉบับแม่หมอ: ขอปรุงข้าวผัดมัดใจคุณทหารในยุค 80•ตอนที่ 25
คนร้ายที่ตามมา
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มิติลับฉบับแม่หมอ: ขอปรุงข้าวผัดมัดใจคุณทหารในยุค 80 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!