ความตายไม่ได้มาเยือนในรูปแบบของคมดาบเสมอไป... บางครั้ง มันคลานเข้ามาในคราบของความเงียบงันที่กดทับจนอกแทบแตกสลาย
"เหว่ยเกอ!"
เสียงเรียกของหลินฟางเฉียบขาดดั่งคมมีดสับลงบนเขียง นางพุ่งตัวผ่านความมืดทึบที่ทะลักเข้ามาทางประตูด้านหน้า ร่างของสามีหนุ่มเซถอยหลังไปสองก้าว ลมหายใจของเขาหอบกระชั้น แว่นตาหนาเตอะฝ้าัวด้วยหยาดเหงื่อเย็นเยียบน่าสะพรึงกลัว ทว่าสิ่งที่ทำให้นางหัวใจกระตุกวูบไม่ใช่ความมืดภายนอก หากแต่เป็นรอยแผลเป็นสีดำคล้ำที่พาดผ่านลำคอแกร่งของเขา มันกำลังเต้นตุบๆ ราวกับมีชีวิต และส่งกลิ่นไอความชั่วร้ายของวิญญาณอาฆาตที่หลุดรอดมาจากสนามรบอันห่างไกล
จางเหว่ยกัดฟันกรอดจนกรามขึ้นสันนูน มือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นกุมลำคอตัวเองราวกับกำลังพยายามสะกดกลั้นบางสิ่งที่กำลังจะปะทุออกมาจากภายใน ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววอบอุ่นยามมองภรรยา บัดนี้กลับแดงก่ำเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยและความเจ็บปวดทรมาน
"ฟาง... ฟางฟาง... ถอยไป..." เสียงของเขาแหบพร่าและขาดห้วง ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกำลังบีบลำคอเขาไว้ "ไอบ้าพวกนั้น... มันตามมาถึงที่นี่..."
หลินฟางไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว ในฐานะอดีตหมอผีผู้ผ่านความเป็นความตายมานับไม่ถ้วน นางย่อมรู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่อาการบาดเจ็บทางกาย แต่อএটিคือ "คำสาปอาฆาต" ของทหารฝ่ายตรงข้ามที่ตายอย่างทรมานในแนวหน้า และมันกำลังใช้ร่างของสามีนางเป็นสะพานเชื่อมเพื่อกลับมาล้างแค้น
นางสูดลมหายใจเข้าลึก ก้าวเข้าไปประชิดร่างสูงใหญ่ที่กำลังสั่นเทา มือเรียวบางเอื้อมออกไปคว้าข้อมือหนาที่เย็นเฉียบราวน้ำแข็ง พร้อมกับส่งกระแสพลังปราณจากมิติล้างอาถรรพ์เข้าสู่จุดชีพจรเพื่อกดดันไสยดำเหล่านั้นให้สงบลง
"ท่านจำไม่ได้หรือครับ ว่าข้าเคยพูดว่าอะไร?" หลินฟางเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่มั่นคง ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่กำลังพ่ายแพ้ของสามี "ไม่ว่าวิญญาณชั่วร้ายตนใด หรือเงาจากอดีตหน้าไหน ก็ไม่มีสิทธิ์มาพรากสามีของหลินฟางไปทั้งนั้น... แม้แต่ความตายก็ไม่มีสิทธิ์!"
วาจานั้นดั่งมนต์ตรา ทว่าสิ่งที่เยียวยาบาดแผลลึกในจิตวิญญาณได้ดีที่สุด หาใช่คาถากำราบผีสางไม่... แต่มันคือไออุ่นจากหัวใจและความใส่ใจ
หลินฟางตัดสินใจแล้ว คืนนี้... นางจะใช้ "วิชา" ที่เหนือกว่าไสยศาสตร์ใดๆ ในโลก นั่นคือศิลปะแห่งการปรุงอาหารเพื่อฟื้น
นางดันร่างของจางเหว่ยให้นั่งลงบนเก้าอี้ไม้ตัวใหญ่หน้าเตาไฟ แม้ภายนอกบ้านความมืดจะยังคงคำรามและลมพายุฤดูใบไม้ร่วงจะพัดกระหน่ำจนหน้าต่างไม้สั่นสะเทือน แต่ภายในห้องครัวแห่งนี้ แสงไฟสีส้มอุ่นๆ จากเตาถ่านกลับขับไล่ความน่ากลัวออกไปทีละน้อย
"นั่งพักตรงนี้ ห้ามขยับไปไหนเด็ดขาดครับ" นางสั่งเสียงเข้มแกมดุ แต่แววตากลับอ่อนโยนจนน่าประหลาด
จางเหว่ยพยักหน้ารับอย่างยากลำบาก เหงื่อกาฬไหลท่วมกรอบหน้าคมคาย ร่างกายของเขาร้อนดั่งไฟสุมแต่กลับหนาวสั่นสะท้านไปถึงกระดูก ความทรงจำอันโหดร้ายในสนามรบ เสียงกรีดร้องของสหายร่วมรบ และกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งกำลังกัดกินสติของเขา ทว่า ทันใดนั้น... กลิ่นหอมบางเบา ลึกล้ำ และเย้ายวนใจ ก็ลอยละลิ่วเข้าจมูก ปลุกสติที่หลุดลอยให้กลับคืนมา
*ฟรึ่บ!*
หลินฟางเรียกวัตถุดิบชั้นเลิศออกจากมิติล้างอาถรรพ์ ข้าวสวยหอมมะลิเก่าปีที่เมล็ดเรียงตัวสวยเงางามดั่งไข่มุก ถูกเทลงในกระทะเหล็กหล่อที่เผาจนร้อนจัด เสียงน้ำมันหมูโบราณที่เคลือบผิวหน้ากระทะส่งเสียงฉ่าดังสนั่น ตามด้วยกระเทียมไทยตำละเอียดและหอมแดงซอยบางๆ ที่ถูกเหวี่ยงลงไปผัดจนส่งกลิ่นหอมฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วห้องครัว
นี่ไม่ใช่ข้าวผัดธรรมดา... แต่นี่คือ **"ข้าวผัดสมุนไพรหยาดทิพย์สวรรค์"** เมนูโบราณสูตรลับเฉพาะของสำนักหมอผี ที่ไม่เพียงแต่บำรุงกำลัง แต่ยังมีฤทธิ์ในการขับพิษไสยเวทและชำระล้างจิตใจที่ขุ่นมัวให้กลับมาสงบ
นางซอยขิงแก่สด รสเผ็ดร้อนลงไปผสมอย่างประณีต ตามด้วยเนื้อหมูป่าหมักซอสสูตรพิเศษที่นุ่มละมุนลิ้นจนแทบละลายในปาก และที่ขาดไม่ได้คือไข่เป็ดไลป่าแดงสดจากมิติ ที่เคลือบเม็ดข้าวทุกเม็ดให้กลายเป็นสีทองอร่าม
ทุกท่วงท่าของการผัดข้าวของหลินฟางเต็มไปด้วยจังหวะจะโคนราวกับร่ายรำ ปลายตะหลิวเหล็กกระทบกับขอบกระทะดัง กริ๊งๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ผสมผสานกับเสียงซู่ซ่าของไอร้อนที่พวยพุ่งขึ้นสู่เพดาน กลิ่นหอมของพริกไทยดำคั่วบดใหม่ๆ และซีอิ๊วโบราณเตะเข้าจมูกอย่างจัง จนรอยแผลเป็นสีดำที่ลำคอของจางเหว่ยเริ่มจางลงและสงบระงับไปตามจังหวะกลิ่นหอมนั้น
หลินฟางตักข้าวผัดร้อนๆ ใส่ชามกระเบื้องเคลือบสีนวล โรยหน้าด้วยต้นหอมซอยกรอบๆ และพริกไทยป่นหอมกรุ่น ควันสีขาวบริสุทธิ์พวยพุ่งขึ้นพร้อมกับไออุ่นที่แผ่ซ่าน บรรยากาศรอบตัวที่เคยหนทึบและเต็มไปด้วยกลิ่นอายความตาย ค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยความหอมกรุ่นของอาหารมื้อค่ำที่ปรุงด้วยความรักและความใส่ใจอันล้นปรี่
นางเดินถือชามข้าวผัดเข้ามาใกล้ แล้ววางลงตรงหน้าชายหนุ่มอย่างทะนุถนอม
"กินเสียนะครับ... อาหารมื้อนี้ จะพา "วิญญาณ" ของคุณกลับมาหาผม" หลินฟางกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พลางเลิกคิ้วมองสามีที่กำลังจ้องมองชามข้าวตรงหน้าด้วยสายตาที่สั่นระริก
จางเหว่ยเงยหน้าขึ้นสบตาภรรยา แววตาที่เคยว่างเปล่าและเต็มไปด้วยความเจ็บปวด บัดนี้มีความรู้สึกระลึกคุณและรักใคร่จนแทบปริล้นสะท้อนออกมา เขาใช้มือที่หายสั่นแล้วหยิบช้อนขึ้นมาตักข้าวผัดคำแรกเข้าปาก...
และวินาทีนั้นเอง ที่ดวงตาคมกريบของนายทหารผู้แข็งกระด้างเบิกกว้างขึ้นอย่างลืมตัว ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านจากกระเพาะอาหารพุ่งตรงเข้าสู่หัวใจ ขับไล่ความเหน็บหนาวและคำสาปมืดมนทั้งหมดให้มลายหายไปในพริบตา
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความสุขและความอร่อยที่เยียวยาจิตวิญญาณนั้นเอง...
*ปัง! ปัง! ปัง!*
เสียงทุบประตูด้านนอกอย่างรุนแรงดังขึ้นสามครั้งติดๆ กัน ตามด้วยเสียงหัวเราะเยือกเย็นของสตรีลึกลับที่ดังแทรกผ่านสายลมหนาวเข้ามาว่า...
"สะใภ้รองหลิน... เจ้าคิดจริงๆ หรือว่า ข้าวผัดชามเดียวจะปกป้องสามีของเจ้าจากเงื้อมมือข้าได้?"
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "หมอผีวัยรุ่น" เสมอมานะครับ
มิติลับฉบับแม่หมอ: ขอปรุงข้าวผัดมัดใจคุณทหารในยุค 80•ตอนที่ 26
อาหารมื้อเยียวยาใจ
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มิติลับฉบับแม่หมอ: ขอปรุงข้าวผัดมัดใจคุณทหารในยุค 80 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!