มิติลับฉบับแม่หมอ: ขอปรุงข้าวผัดมัดใจคุณทหารในยุค 80•ตอนที่ 12

เป้าหมายใหม่ในเมืองหลวง

ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
เสียงปึงปังของกระดาษห่อพัสดุสีน้ำตาลกระแทกลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งดังสนั่น ลบ บรรยากาศความสงบสุขในห้องทำงานเล็กๆ ของกองร้อยทหารราบที่สามเสียสิ้น จางเหว่ยปรายตามองเอกสารราชการแผ่นนั้นด้วยใบหน้าเรียบเฉย ทว่าสันกรามของชายหนุ่มกลับขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน มือหนาที่ผ่านการถืออาวุธและจับด้ามกระทะเหล็กมาโชกโชน วางปากกาหมึกซึมลงอย่างช้าๆ ราวกับต้องการสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่างที่กำลังคุกรุ่นอยู่ในอก "คำสั่งย้ายประจำปี... นายทหารชั้นประทวน จางเหว่ย ต้องไปประจำการ ณ กองบัญชาการใหญ่ในเมืองหลวง ตั้งแต่ต้นเดือนหน้าเป็นต้นไป" เสียงทุ้มต่ำของสหายร่วมรบดังขึ้น พร้อมกับตบไหล่เขาเบาๆ สองที "นายคิดดีแล้วหรือวะ ทิ้งแปลงนาและร้านค้าเล็กๆ ที่เพิ่งตั้งตัวได้ เพื่อไปเริ่มต้นใหม่ในป่าคอนกรีตที่แข่งขันกันสูงลิบลิ่ว แถมเมียของนาย... เอuning ว่าไงบ้างล่ะ กับการย้ายสำมะโนครัวเข้าเมืองกรุง" จางเหว่ยเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกริบฉายแววเด็ดเดี่ยวที่ไม่อาจมีผู้ใดสั่นคลอนได้ "ภรรยาของผมไม่ใช่คนที่จะยอมจำนนต่อความจำกัดของสถานที่หรอกครับ... ยิ่งเป็นเมืองหลวง ที่นั่นมีตลาดใหญ่ มีผู้คนพลุกพล่าน และที่สำคัญ มันคือพื้นที่ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการขยายกิจการข้าวผัดวิญญาณสูตรลับของตระกูลเรา" สหายหนุ่มหัวเราะร่วน "ให้ตายเถอะ นายเนี่ยนะ... คำก็เมีย สองคำก็กิจการข้าวผัด ระวังเถอะ ย้ายไปเมืองหลวงคราวนี้ พวกตระกูลใหญ่ในเมืองอาจจะไม่ได้มือสะอาดเหมือนญาติบ้านนอกของนายนะเว้ย" ย้อนกลับไปเมื่อสามวันก่อน ณ บ้านพักตระกูลจาง กลิ่นหอมกรุ่นของกระเทียมเจียวและข้าวสวยเม็ดเรียสวยที่ถูกผัดจนเคลือบด้วยน้ำมันหมูอย่างพอดี กำลังลอยฟุ้งกระจายไปทั่วรั้วบ้าน หลินฟางในชุดผ้ากันเปื้อนสีสะอาด ยืนถือตะหลิวสแตนเลสด้วยท่าทีสง่างามราวกับแม่ทัพกำลังตรวจแถວກองทัพ แววตาคู่สวยกวาดมองไปยังมิติลับในห้วงจิตสำนึก ที่บัดนี้พืชผลสมุนไพรและวัตถุดิบเกรดพรีเมียมกำลังเติบโตอย่างงดงามเนื่องจากพลังวิญญาณที่ถูกชำระล้างจนบริสุทธิ์ การอยู่ที่หมู่บ้านชนบทแห่งนี้ แม้จะสงบสุขและทำให้พวกญาติจอมโลภที่เคยรังแกพวกเขาต้องหน้าซีดกลับไปทุกราย แต่สำหรับอดีตหมอผีผู้เย่อหยิ่งอย่างนางแล้ว โลกใบนี้กว้างใหญ่เกินกว่าจะมาเสียเวลากับการปราบผีสางกระจอกๆ หรือตบตาชาวบ้านไปวันๆ "เหว่ยเกอ..." เสียงหวานเอ่ยเรียกสามีที่เพิ่งเดินกลับมาจากกองร้อยด้วยคราบเหงื่อไคล จางเหว่ยรีบสาวเท้าเข้ามาใกล้ ถือวิสาสะใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กซับเหงื่อ1ตามกรอบหน้าให้ภรรยาอย่างเบามือ สายตาดุๆ คู่นั้นอ่อนแสงลงจนแทบละลายเมื่อมองหน้าหลินฟาง "เหนื่อยไหมครับวันนี้? ผมได้ยินข่าวลือเรื่องคำสั่งย้ายมา... คุณคิดเห็นอย่างไรถ้าเราจะปิดฉากตำนานแม่หมอประจำหมู่บ้านแล้วไปลุยกันต่อที่เมืองหลวง?" หลินฟางหยุดมือที่กำลังตักข้าวผัดใส่จาน นางหันมาสบตากับสามี มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและความเจ้าเล่ห์เล็กๆ แบบฉบับของหญิงสาวผู้กุมความลับแห่งมิติเร้นลับ "เมืองหลวงงั้นหรือคะ..." หลินฟางทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบแต่น่าฟัง "ฉันกำลังคิดอยู่พอดีว่า ผงเครื่องเทศสูตรพิเศษและข้าวผัดมัดใจวิญญาณเร่ร่อนของฉัน มันน่าจะไปสร้างชื่อเสียงให้สะเทือนถึงหูพวกคุณชายสำอางในเมืองหลวงเสียหน่อย ปล่อยให้พวกมันกินอาหารรสชาติจืดชืดมานานเกินไปแล้ว" จางเหว่ยหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ เขาโอบเอวบางเข้ามาแนบชิดโดยไม่เกรงใจสายตาใคร (แม้ว่าบริเวณนั้นจะไม่มีใครอยู่นอกจากไก่ในเล้าก็ตาม) "ถ้าอย่างนั้น เรามาเริ่มเก็บข้าวของกันเถอะครับ ที่ดินแปลงนี้ เงินเก็บจากการขายข้าวผัด และสูตรอาหารทั้งหมด พร้อมสำหรับการเดินทางไกลแล้ว" การตัดสินใจย้ายถิ่นฐานไม่ได้เป็นเพียงแค่การโยกย้ายตามราชการของสามี แต่มันคือการเปิดฉากสงครามการค้าครั้งใหม่ในเมืองหลวง ที่ซึ่งเต็มไปด้วยโอกาส ความโลภ และความลับดำมืดที่ถูกซ่อนไว้ใต้พรมหรูหราของตระกูลผู้มีอิทธิพล คืนก่อนวันเดินทาง หลินฟางนั่งสมาธิอยู่กลางห้องนอน แสงจันทร์สาดส่องผ่านหน้าต่างกระทบกับขวดแก้วบรรจุน้ำมนต์และยันต์อาคมนับร้อยแผ่น นางกำลังรวบรวมพลังจิตเพื่อผนึกมิติลับเข้ากับกระเป๋าเดินทางใบเก่าของสามี เพื่อให้มั่นใจว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในเมืองหลวง นางจะมีคลังแสงส่วนตัวติดตัวไปตลอดเวลา ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งในยามวิกาล เป็นจังหวะที่แปลกประหลาดและไม่ควรเกิดขึ้นในหมู่บ้านแห่งนี้ จางเหว่ยที่นอนอยู่บนเตียงลุกขึ้นทันที มือคว้าปืนพกประจำกายโดยสัญชาตญาณ ดวงตาคมกริบหรี่ลงด้วยความระแวดระวัง หลินฟางลืมตาขึ้น ช้าๆ แววตาคู่สวยฉายประกายเยียบเย็น นางโบกมือเพียงครั้งเดียว ประตูไม้ก็เปิดออกเองโดยไม่มีใครสัมผัส ร่างของชายชราในชุดสูทจีนโบราณสีดำสนิท ยืนยิ้มแย้มอยู่หน้าประดุจดั่งวิญญาณที่ไร้เงา เส้นผมสีดอกหงอกถูกหวีเรียบร้อย แต่นัยน์ตากลับลึกล้ำราวกับห้วงเหว เขาถือกล่องไม้แกะสลักลวดลายประหลาดไว้ในมือ "สวัสดีครับ คุณนายจาง... และหมอหลิน" เสียงแหบพร่าราวกับกระดาษทรายเสียดสีกันดังขึ้น "ได้ยินมาว่าพวกคุณกำลังจะย้ายไปเมืองหลวง... ทางเรามีของขวัญต้อนรับการมาเยือน... แต่อยากจะเตือนสติไว้ก่อนว่า อาหารอร่อยๆ ของพวกคุณ อาจจะไปขัดขวาง 'ธุรกิจ' ของบางคนเข้า... ระวังตัวไว้หน่อยจะดีกว่านะครับ" พูดจบ ชายชราคนนั้นก็วางกล่องไม้ลงที่หน้าประตู แล้วหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยในพริบตา ราวกับสายหมอกยามเช้าที่ถูกลมพัดสลาย หลินฟางเดินไปหยิบกล่องไม้ขึ้นมา เปิดฝาออกช้าๆ กลิ่นอายความตายและกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยทะลักออกมาพร้อมกับกระดาษยันต์สีเหลืองซีดที่ถูกฉีกขาดเป็นชิ้นๆ ด้านในบรรจุวัตถุชิ้นหนึ่งที่ทำเอาลมหายใจของจางเหว่ยสะดุดกึกลงทันที มันคือเหรียญตราประจำหน่วยรบพิเศษของกองทัพ... หน่วยเดียวกับที่จางเหว่ยเคยสังกัดเมื่อสิบปีก่อน และเป็นหน่วยที่ถูกประกาศว่า "สูญหายทั้งกองร้อย" ในภารกิจลับลี้ลับที่ไม่มีวันถูกเปิดเผย! ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "หมอผีวัยรุ่น" มาจนถึงบทนี้ ลุยกันต่อในตอนหน้าได้เลยนะครับ!
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มิติลับฉบับแม่หมอ: ขอปรุงข้าวผัดมัดใจคุณทหารในยุค 80 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%