มิติลับฉบับแม่หมอ: ขอปรุงข้าวผัดมัดใจคุณทหารในยุค 80•ตอนที่ 8

ปลาทอดสมุนไพรเรียกทรัพย์

ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
“ถ้าพวกแกยังกล้าขวางทางทำมาหากินของฉันอีกแม้แต่ก้าวเดียว น้ำมันพืชขวดนี้จะไม่ใช่แค่หกเลอะพื้น แต่มันจะแผดเผาให้โชคลาภของพวกแกมลายหายไปกับตา...” น้ำเสียงเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกของหลินฟางดังลอดออกมาจากความมืดมิดภายในโกดังร้าง ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนแทบหยุดหายใจ ป้าสะใภ้ใหญ่ที่เคยกำยำล่ำสันและปากกล้าเป็นที่สุดในตลาดมืด ถึงกับผงะถอยหลังไปสามก้าวโดยไม่รู้ตัว ดวงตาฝ้าฟางเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวยามเมื่อมองสบเข้ากับดวงตาคู่นั้น ดวงตาที่ไม่ได้สะท้อนความกลัวใดๆ เลย ตรงกันข้าม มันกลับพราวระยับด้วยประกายแสงประหลาดคล้ายกับเปลวไฟสีครามที่ลุกโชนอยู่ในขุมนรก ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ไม่มีใครกล้าส่งเสียงแม้แต่หายใจแรง ความกดดันระดับปรมาจารย์ไสยเวทที่หลินฟางสะสมมานานนับชาติถูกปลดปล่อยออกมาเพียงเสี้ยวเดียว ก็เพียงพอที่จะทำให้คนใจคดโกงเหล่านี้รู้สึกราวกับมีมือที่มองไม่เห็นมาบีบลำคอเอาไว้จนแน่น “หละ... หลินฟาง เธอ... เธอพูดบ้าอะไรของเธอ! อย่ามาทำเป็นสำראกขู่ขวัญนะ!” ป้าสะใภ้ใหญ่เค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามกลบเกลื่อนความสั่นเทาในน้ำเสียงด้วยการเชิดหน้าขึ้นสูง แต่เม็ดเหงื่อกาฬกลับผุดพรายเต็มขมับ หลินฟางไม่สนใจคำแก้ตัวที่น่าสมเพชนั้น มือเรียวบางที่หยิบฉวยขวดน้ำมันพืชบริสุทธิ์เกรดพรีเมียมจากมิติล้างอาถรรพ์ขึ้นมาเมื่อครู่ ค่อยๆ หมุนฝาออกอย่างใจเย็น กลิ่นหอมบริสุทธิ์ของเมล็ดพืชชั้นดีโชยแตะจมูกผู้คนรอบข้าง ท่ามกลางกลิ่นอับชื้นของโกดังเก่า กลับปรากฏกลิ่นอายความสดชื่นราวกับป่าสนหลังฝนตกพรั่งพรูออกมา นี่คือวัตถุดิบชั้นเลิศที่ผ่านการชำระล้างพลังงานลบจากมิติพิศวง ไม่มีน้ำมันเหม็นหืนเจือปน มีแต่ความบริสุทธิ์ที่ต่อให้พ่อค้าคนกลางหน้าเลือดพยายามหาซื้อด้วยเงินทองเท่าไหร่ก็ไม่มีวันหาได้ในยุค 80 นี้ “อยากได้น้ำมันขวดนี้ไหมครับ... อ๊ะ ขออภัย ฉันหมายถึง พวกท่านอยากได้ของดีไปทำกำไรต่อใช่หรือเปล่า” หลินฟางเปลี่ยนโทนเสียงกลับมาเป็นราบเรียบ แต่แฝงรอยยิ้มเย้ยหยัน “น่าเสียดายนะ... ของดีแบบนี้ มีไว้สำหรับคนที่มีศีลธรรมและรู้คุณค่าเท่านั้น คนเช่นพวกท่าน... ต่อให้ใช้เงินฟาดหัว ก็เอาไปไม่ได้แม้แต่หยดเดียว” พูดจบ หลินฟางก็พลิกขวดยกเทน้ำมันครึ่งหนึ่งลงในกระทะเหล็กใบใหญ่ที่ตั้งเตรียมไว้บนเตาถ่านซึ่งถูกจุดรออยู่ก่อนแล้วทันที เสียงน้ำมันกระทบผิวเหล็กเดือดปุดๆ ส่งเสียง ‘ฉ่า’ ดังสนั่น ตามด้วยกลิ่นหอมฟุ้งที่รุนแรงจนปลุกเร้าประสาทสัมผัสของทุกคนในรัศมีร้อยเมตรให้ตื่นตัวขึ้นอย่างฉับพลัน นี่คือจุดเริ่มต้นของยุทธการกอบกู้ศักดิ์ศรีและความมั่งคั่งในตลาดเช้าตรู่ แสงตะวันสาดส่องผ่านกลุ่มเมฆหนาทึบกระทบเข้ากับหลังคาสังกะสีของตลาดสดอำเภอเล็กๆ บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยเสียงจอแจของผู้คน แม่ค้าแผงผักส่งเสียงร้องตะโกนแข่งกันเสียงดังลั่น ชาวบ้านในชุดเสื้อผ้าฝ้ายเนื้อหยาบต่างเดินเบียดเสียดกันเพื่อหาซื้อวัตถุดิบไปทำอาหารเช้า ทว่าท่ามกลางความวุ่นวายนั้น กลับมีจุดศูนย์กลางแรงโน้มถ่วงแห่งใหม่เกิดขึ้นที่มุมอับท้ายตลาด—แผงลอยชั่วคราวของสองสามีภรรยาตระกูลจาง “หอมอะไรวะเนี่ย? กลิ่นหอมชวนน้ำลายสอชะมัด!” ชายวัยกลางคนผู้มีรูปร่างท้วม สวมหมวกจีนสีซีด เดินจูงจักรยานผ่านมาหยุดชะงักกึก เขากลืนน้ำลายลงคอเอือกใหญ่ ดวงตาจดจ้องไปยังกระทะใบโตที่ตั้งอยู่บนเตาถ่านอย่างไม่วางตา ณ เบื้องหน้าของเขา หลินฟางในผ้ากันเปื้อนสีสะอาดกำลังยืนตักแป้งชุบทอดสูตรลับประกบเข้ากับเนื้อปลาสดๆ ที่เพิ่งผ่านการหมักด้วยสมุนไพรโบราณจากมิติพิเศษ เนื้อปลาช่อนนาเนื้อแน่นสีขาวบริสุทธิ์ถูกหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ คลุกเคล้ากับรากผักชี กระเทียม พริกไทยดำ และเครื่องเทศลับที่ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ยามที่ชิ้นปลาลงไปแหวกว่ายอยู่ในน้ำมันเดือดพลั่าน เสียงซู่ซ่าดังประสานกับฟองอากาศสีทองที่ผุดขึ้นมาห่อหุ้มชิ้นปลาให้กลายเป็นสีเหลืองกรอบอร่อย ชวนให้ท้องไส้ปั่นป่วนด้วยความหิวโหย จางเหว่ยสามีหนุ่มทหารกล้า ยืนประจำการอยู่ข้างกายภรรยา ใบหน้าคมคายมีเม็ดเหงื่อผุดขึ้นเล็กน้อยจากการก้มหน้าก้มตาหั่นผักเคียงและจัดเรียงสินค้าอย่างขะมักเขม้น แม้เขาจะยังมีความกังวลลึกๆ ในใจเรื่องสายตาอิจฉาริษยาจากบรรดาญาติผู้ใหญ่ที่เพิ่งถูกภรรยาจัดการไปหมาดๆ แต่เมื่อเห็นท่าทีคล่องแคล่ว เด็ดเดี่ยว และรอยยิ้มมั่นใจของหลินฟาง ความกังวลเหล่านั้นก็พลันมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความภาคภูมิใจที่เอ่อล้นอยู่ในอก “ปลาทอดสมุนไพรสูตรพิเศษครับ! กรอบนอกนุ่มใน ไม่อมน้ำมัน บำรุงกำลัง บำรุงสมอง ชิ้นละสองเหมาเท่านั้นครับ!” จางเหว่ยเอ่ยปากร้องเรียกแขกด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มทรงพลัง แม้จะไม่ค่อยคุ้นเคยกับการค้าขายเท่าใดนัก แต่ด้วยบุคลิกที่ดูซื่อตรง น่าเชื่อถือ และร่างกายกำยำสมชายชาตรีในชุดทหารพับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นมัดกล้ามสมส่วน ทำให้มีแม่บ้านและคนงานในละแวกนั้นเริ่มหันมามองด้วยความสนใจ “จริงหรือพ่อหนุ่ม? ไหนขอชิมดูสักชิ้นซิว่ามันจะวิเศษวิโสสักแค่ไหนเชียว” คุณยายข้างบ้านผู้ขึ้นชื่อเรื่องความปากร้ายและขี้เหนียวเป็นที่หนึ่ง ก้าวเข้ามาหยุดยืนหน้าแผง พร้อมกับทำท่าทางกระเง้ากระงอด “ถ้าไม่อร่อยจริง ฉันจะประจานให้แกขายหน้าทั้งตลาดแน่!” หลินฟางไม่โต้ตอบ นางเพียงแต่แย้มรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก ดวงตาคู่สวยฉายแววเจ้าเล่ห์อย่างมีชั้นเชิง มือเรียวยาวหยิบตะหลิวไม้ไผ่ตักชิ้นปลาทอดสีทองอร่ามขึ้นสะเด็ดน้ำมันอย่างคล่องแคล่ว กลิ่นหอมของสมุนไพรจีนและพริกไทยดำพวยพุ่งเข้าปะทะจมูกของคุณยายทันทีจนหญิงชราถึงกับชะงัก กลิ่นนี้ช่างแตกต่างจากปลาทอดทั่วไปตามท้องตลาดอย่างสิ้นเชิง ไม่มีกลิ่นคาวโคลนหลงเหลืออยู่เลย มีแต่ความหอมเย้ายวนของเครื่องเทศที่ผสานเข้ากับเนื้อปลาหวานฉ่ำ “เชิญพิสูจน์ได้เลยครับคุณยาย ถ้าไม่อร่อยอย่างที่คุยไว้ ยินดีคืนเงินสองเท่าครับ” หลินฟางกล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่มั่นอกมั่นใจ ชิ้นปลาทอดสมุนไพรถูกวางลงบนใบตองสะอาดส่งมอบให้คุณยายอย่างนิ่มนวล หญิงชราใช้มือสั่นเทาหยิบชิ้นปลาขึ้นมาเป่าเบาๆ แล้วส่งเข้าปาก... กรรบ! เสียงกัดเนื้อปลาที่กรอบนอกดังชัดเจน ตามด้วยสัมผัสแรกของความนุ่มละมุนลิ้นที่แทบจะละลายในปาก น้ำหวานจากเนื้อปลาสดๆ ผสมผสานกับรสชาติกลมกล่อมของสมุนไพรนานาชนิดกระจายซ่านไปทั่วโพรงปาก รสชาติที่อร่อยล้ำจนหาที่เปรียบไม่ได้ทำให้ดวงตาฝ้าฟางของคุณยายเบิกกว้างขึ้นทันที ความตั้งใจที่จะมาหาเรื่องกลายเป็นความตะลึงงัน รสสัมผัสนี้มันช่างทรงพลังเสียจนนางลืมคำพูดจาถากถางไปจนหมดสิ้น “อร่อย... อร่อยมาก! พระแม่เจ้า นี่มันปลาทอดอะไรกันเนี่ย ทำไมมันถึงได้อร่อยขนาดนี้!” คุณยายอุทานออกมาเสียงดังลั่นโดยไม่เกรงใจใคร ทำให้ฝูงชนที่กำลังเดินผ่านไปมาต่างหันขวับมามองเป็นตาเดียว “ขอฉันชิ้นหนึ่ง!” “ทางนี้ด้วย เอาห้าเหما!” “ฉันเอาสิบชิ้น ห้ามแย่งฉันนะโว้ย!” บรรยากาศหน้าแผงลอยในชั่วพริบตาเดียวก็เปลี่ยนจากความเงียบเหงา กลายเป็นสนามรบขนาดย่อมของผู้คนที่แย่งกันยื่นเงินเข้ามา ลูกค้าเบียดเสียดกันเข้ามาหนาแน่นจนแทบไม่มีทางเดิน เสียงเหรียญกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊งในตะกร้าไม้ไผ่ จางเหว่ยแทบจะมือเป็นระวิงในการรับเงินและหยิบห่อใบตองส่งให้ลูกค้า ขณะที่หลินฟางยังคงรักษาความสงบเยือกเย็น มือเรียวตักปลาลงทอดอย่างต่อเนื่องไม่มีหยุดพัก ราวกับเครื่องจักรสังหารความหิวที่ทำงานด้วยความแม่นยำสูงสุด เวลาผ่านไปเพียงไม่ถึงชั่วโมง ปลาช่อนนาตัวใหญ่สามตัวที่ถูกแปรรูปเป็นชิ้นปลาทอดสมุนไพรนับร้อยชิ้น ก็ถูกจำหน่ายจนหมดเกลี้ยงไม่เหลือแม้แต่เศษผง น้ำมันในกระทะยังคงใสสะอาดบริสุทธิ์เพราะพลังจากมิติล้างอาถรรพ์ช่วยกรองสิ่งสกปรกออกไปจนหมดสิ้น ยอดเงินในตะกร้าไม้ไผ่พุ่งสูงขึ้นจนน่าตกใจ มากกว่ารายได้ทั้งเดือนของครอบครัวเดิมเสียอีก หลินฟางถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าเนียนใส นางหันไปสบตากับจางเหว่ยที่กำลังส่งยิ้มกว้างด้วยความภาคภูมิใจ ความเหน็ดเหนื่อยเมื่อครู่หายเป็นปลิดทิ้ง แทนที่ด้วยความอบอุ่นลึกซึ้งในหัวใจที่ค่อยๆ แผ่ขยายออกไป ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังนับเงินกำไรก้อนแรกท่ามกลางเสียงชื่นชมของชาวบ้าน เสียงฝีเท้าหนักหน่วงรองเท้าคอมแบทของใครบางคนก็ดังแทรกขึ้นมาจากมุมมึกของทางเข้าตลาด ร่างสูงใหญ่ของชายในเครื่องแบบนายทหารยศสูงผู้หนึ่งก้าวอาดๆ เข้ามาหยุดตรงหน้าแผงลอย ดวงตาคมกริบจดจ้องมองมาที่หลินฟางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนและระคนตกใจ ก่อนที่เขาจะเอ่ยชื่อที่ทำเอาบรรยากาศรอบตัวเย็นเยียบลงในฉับพลัน “หลินฟาง... ในที่สุดฉันก็หาเธอพบจนได้... ทางบ้านส่งคำสั่งด่วนมาให้เธอกลับไปรับโทษทัณฑ์... ในฐานะภรรยาผู้หนีคดีอาญาแผ่นดิน” หมอผีวัยรุ่นขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับรสชาติชีวิตและไสยเวทในบทนี้ด้วยนะครับ
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มิติลับฉบับแม่หมอ: ขอปรุงข้าวผัดมัดใจคุณทหารในยุค 80 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%