“วางจานข้าวลงตรงนั้น... แล้วไสหัวไปขุดมันหลังบ้านซะ หลินฟาง! อย่าให้ฉันเห็นว่าแกแอบหยิบเนื้อในชามไปใส่ปากตัวเองแม้แต่ชิ้นเดียว”
เสียงแหลมสูงของแม่สามีดังบาดโสตประสาท เสียงตะเกียบกระทบขอบชามกระเบื้องเคลือบแตกบิ่นดัง ‘เคร้ง’ สะท้อนก้องทั่วโต๊ะไม้ผุๆ ที่มีสมาชิกครอบครัวจางนั่งล้อมวงด้วยสายตาเย็นชา หลินฟางมองเศษอาหารติดก้นหม้อที่ถูกเรียกว่า ‘ส่วนแบ่งของสะใภ้’ แล้วคลี่ยิ้มบาง เธอไม่ได้รู้สึกโกรธเคือง แต่มันคือความสมเพชที่แผ่ซ่านออกมาจากแววตาคู่คม
“แม่ครับ... ผมว่าวันนี้หลินฟางทำงานหนักมาทั้งวันแล้ว” จางเหว่ยที่เพิ่งกลับจากกรมทหารในชุดเครื่องแบบเปื้อนฝุ่นวางมือหนาลงบนไหล่ภรรยา เขาไม่ได้พูดเสียงดัง แต่แรงกดที่ไหล่เธอนั้นหนักแน่นและมั่นคง
“เหอะ! ลูกเข้าข้างเมียจนลืมหัวนอนปลายเท้าแล้วรึไงจางเหว่ย! นางนี่มันตัวกินทิ้งกินขว้าง ถ้าอยากกินดีอยู่ดี ก็ออกไปหาเงินมาให้ตระกูลจางสิ ไม่ใช่เกาะลูกชายฉันกินแบบนี้!”
หลินฟางค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ความสูงของเธอไม่ได้ด้อยไปกว่าใครในโต๊ะนั้น เธอปัดมือแม่สามีที่ทำท่าจะปัดชามข้าวของเธอทิ้งออกอย่างนุ่มนวล ทว่าหนักแน่นจนหญิงสูงวัยชะงัก เธอไม่ได้ตอบโต้ด้วยเสียงตะคอก แต่เลือกที่จะเดินไปที่ประตูบ้านเรือนไม้เก่าที่เปิดกว้างออกสู่ลานดินกลางหมู่บ้าน ซึ่งในเวลานี้ ชาวบ้านที่เพิ่งกลับจากไร่ต่างกำลังเดินผ่านหน้าบ้านเพื่อกลับที่พักของตน
“คุณแม่ครับ... ตั้งแต่ผมแต่งงานเข้ามา ผมไม่เคยเรียกร้องสมบัติจากตระกูลจาง แม้แต่สตางค์แดงเดียว” หลินฟางเริ่มประโยคด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่ากังวานจนคนเดินผ่านไปมาต้องหยุดชะงัก “แต่ในเมื่อตระกูลจางมองว่าฉันเป็นคนนอก เป็นตัวภาระ และเป็นเพียงเครื่องจักรผลิตแรงงานที่ไม่ได้รับแม้แต่เศษอาหารที่พอประทังชีวิต... งั้นวันนี้ ก็ถึงเวลาที่ต้องจัดการเรื่องนี้ให้จบสิ้นเสียที”
“นังเด็กนี่! แกจะทำอะไร!” แม่สามีถลันออกมาที่ชานเรือน ใบหน้าเหี่ยวย่นบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ
หลินฟางควักสมุดบัญชีเล่มเล็กที่จดบันทึกรายจ่ายทั้งหมดที่เธอต้องควักเนื้อจ่ายเองตั้งแต่เข้ามาอยู่บ้านนี้ออกมา เธอหันไปทางจางเหว่ยที่ยืนจ้องมองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความนัย ก่อนจะหันไปประกาศต่อหน้าชาวบ้านที่เริ่มมุงกันเข้ามา
“ฉัน ‘หลินฟาง’ ขอประกาศตัดขาดจากการเป็นแรงงานไร้ค่าของตระกูลจางนับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป! เราจะแยกบ้าน! เราจะทำมาหากินเองในพื้นที่รกร้างท้ายหมู่บ้าน และถ้าใครคิดจะเข้ามาวุ่นวายหรือเรียกร้อง ‘ค่ากตัญญู’ ที่ไม่เคยมีอยู่จริง... เชิญตรวจสอบกฎหมายใหม่ของทางการให้ดี อย่าหาว่าฉันไม่เตือน!”
ความเงียบเข้าปกคลุมลานดิน เสียงลมหายใจหอบถี่ของแม่สามีดังสลับกับเสียงนกกาที่บินผ่าน ชาวบ้านต่างซุบซิบกันอื้ออึง นี่คือเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในหมู่บ้านที่ยึดถือระบบอาวุโสเป็นที่ตั้ง
จางเหว่ยขยับมายืนเคียงข้างภรรยา เขาคว้ามือเธอมากุมไว้แน่นต่อหน้าทุกคน ก่อนจะเอ่ยเสียงเข้ม “สิ่งที่ภรรยาผมพูด คือความต้องการของผมด้วยเช่นกัน ทรัพย์สินใดที่ผมหามาได้ ผมจะนำไปสร้างบ้านใหม่ที่ท้ายหมู่บ้าน ใครที่คิดจะรังแกภรรยาผม... ก็ลองดูว่าลูกกระสุนหรือกฎหมายจะถึงตัวท่านก่อนกัน”
ร่างสูงใหญ่นายทหารยืนตระหง่านราวกับภูผา สยบทุกเสียงคัดค้านด้วยแววตาเด็ดขาดที่ผ่านการกรำศึกมาอย่างโชกโชน ชาวบ้านต่างถอยร่นด้วยความเกรงกลัว
ในขณะที่ทุกคนกำลังตกตะลึง หลินฟางก้าวกลับเข้าไปในครัวเพียงครู่เดียว ก่อนจะเดินออกมาพร้อมกลิ่นหอมหวนที่รุนแรงจนทุกคนต้องสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นหอมของเครื่องเทศสูตรลับที่ผ่านการผัดด้วยไฟแรงและข้าวหอมมะลิเม็ดสวยที่ดูราวกับอัญมณีล้ำค่าในชามไม้ เธอวางจานข้าวผัดที่มีไอระเหยลอยละล่องตรงหน้าแม่สามีที่ยังอ้าปากค้าง
“นี่คือค่าตอบแทนก้อนสุดท้ายที่ฉันจะมอบให้... ในฐานะที่เคยอยู่ในบ้านหลังนี้”
เธอก้าวเดินออกจากรั้วบ้านไปโดยไม่หันกลับมามอง ทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมที่กระตุ้นความหิวโหยจนคนทั้งหมู่บ้านแทบคลั่ง แต่ทันใดนั้น จางเหว่ยที่เดินตามหลังมาก็หยุดชะงัก สายตาเขาเหลือบไปเห็นเงาดำตะคุ่มที่ซุ่มอยู่หลังพุ่มไม้หน้าบ้าน เป็นเงามืดที่ดูผิดปกติ... เงานั้นไม่ได้มีเพียงร่างเดียว แต่มันก้าวตามพวกเขาทั้งสองคนออกมาจากเงามืดอย่างเงียบเชียบ พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่ดังแทรกเข้ามาในโสตประสาทของทั้งคู่
“พวกเจ้าคิดว่า... จะหนีพ้นจากกรงขังนี้ไปได้จริงๆ งั้นรึ?”
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลาและสัมผัสความอบอุ่นปนความระทึกขวัญไปพร้อมกับผมนะครับ
มิติลับฉบับแม่หมอ: ขอปรุงข้าวผัดมัดใจคุณทหารในยุค 80•ตอนที่ 5
แยกบ้านคือทางรอด
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มิติลับฉบับแม่หมอ: ขอปรุงข้าวผัดมัดใจคุณทหารในยุค 80 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!