เซฟโซนของผมไม่ใช่ที่ที่คุณจะรุกล้ำ•ตอนที่ 7

ความลับใต้โต๊ะเขียนแบบ

ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
เสียงถอนหายใจยาวเหยียดดังเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากบางเฉียบของพราวรุ้ง ขณะที่ปลายนิ้วเรียวพยายามปัดกวาดกองกระดาษสเกตช์งานนับร้อยแผ่นที่กองระเกะระกะอยู่บนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ของธันวาให้เข้าที่ ห้องทำงานส่วนตัวของสถาปนิกหนุ่มเจ้าระเบียบในยามนี้ไม่ได้ต่างอะไรจากสนามรบย่อมๆ กลิ่นกระดาษเก่าผสมผสานกับกลิ่นกาแฟดำเข้มข้นลอยอบอวลอยู่ในอากาศ ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันเสียจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นเป็นจังหวะ "นี่คุณธันวา ถ้าสำนักงานสถาปนิกของคุณจะรกขนาดนี้ ผมว่าจ้างแม่บ้านมาเคลียร์เถอะครับ ดีกว่าปล่อยให้ผมต้องมานั่งเก็บกวาดให้คุณแบบนี้" พราวรุ้งเอ่ยปากบ่นพึมพำพลางใช้มือปัดฝุ่นออกจากสันปกสมุดบันทึกเล่มหนาที่ถูกซุกอยู่ใต้กองพิมพ์เขียวขนาดใหญ่ ธันวาซึ่งกำลังงงอยู่กับการปรับแก้แปลนอาคารบนหน้าจอคอมพิวเตอร์เหลือบสายตาขึ้นมองเล็กน้อย ริมฝีปากหยักได้รูปเหยียดขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะจางๆ ตามวิสัย "ถ้าคุณรำคาญนัก จะวางมือแล้วไสหัวกลับคอนโดของคุณไปก็ได้นะครับ ไม่มีใครเอาปืนจี้หัวบังคับให้คุณมานั่งเป็นยามเฝ้าผมทำงานหรอก" น้ำเสียงนิ่งเรียบทว่าแฝงความกวนประสาทตามสไตล์ถูกส่งกลับมาทันควัน พราวรุ้งตวัดสายตาดุๆ ใส่คนปากแข็งทันที ดวงตากลมโตฉายแววหมั่นไส้เสียจนน่าหยิกให้เนื้อเขียว "ปากคอเราะร้ายแบบนี้ไง ถึงได้ไม่มีใครเอา... อุ๊บ!" พราวรุ้งชะงักคำพูดที่เหลือค้างไว้ในลำคอ เมื่อมือข้างหนึ่งที่กำลังพยายามดึงสมุดบันทึกเล่มหนาออกมาจากใต้กองกระดาษ ดันไปเกี่ยวเอาแฟ้มหนังสีดำเก่าคร่ำครึที่ซ่อนอยู่ลึกที่สุดร่วงหล่นลงมากระแทกกับพื้นพรมเสียงดังทึบ แฟ้มหนังสีดำอ้าออก เผยให้เห็นกระดาษวาดเขียนเก10 แผ่นที่ร่วงกระจัดกระจายออกมา ปลายนิ้วของพราวรุ้งชะงักค้างกลางอากาศ ทันทีที่สายตาปะทะเข้ากับภาพวาดสีน้ำและลายเส้นดินสอดำที่ปรากฏอยู่บนแผ่นกระดาษแผ่นแรก บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่งลงในเสี้ยววินาที ภาพวาดหญิงสาวผมยาวประบอ นั่งหันข้างอยู่ริมหน้าต่างบานกว้าง แสงแดดยามเย็นสาดส่องกระทบโครงหน้าละมุน ลายเส้นที่ปรากฏบนกระดาษไม่ได้แสดงถึงความประณีตในฐานะงานสถาปัตยกรรม แต่มันเต็มไปด้วยความรู้สึกโหยหาและรายละเอียดที่ถูกบรรจงวาดด้วยความใส่ใจในทุกตารางนิ้ว ที่มุมกระดาษด้านล่าง มีลายมือหวัดๆ ที่คุ้นตาเขียนกำกับไว้ด้วยตัวอักษรย่อ 'ธว.' พร้อมกับตัวเลขปีศักราชที่ผ่านพ้นไปนานนับสปีชีส์ พราวรุ้งรู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นจุกอยู่ที่ลำคอโดยไม่มีสาเหตุ หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ ภาพหญิงสาวในกระดาษใบนั้น... ไม่ใช่เธอ แต่ทว่าสัดส่วนและมุมมองที่ถ่ายทอดออกมา กลับสะท้อนเงาความรู้สึกบางอย่างที่ธันวาไม่เคยแสดงมันออกมาให้ใครเห็นเลยตลอดเวลาที่รู้จักกัน "คุณ... เก็บมันขึ้นมาเดี๋ยวนี้" เสียงทุ้มต่ำที่เคยราบเรียบ กลับสั่นเครือเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น ธันวาลุกพรวดจากเก้าอี้ทำงาน ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวพราวรุ้งด้วยความเร็วที่ทำเอาอีกฝ่ายตั้งตัวไม่ทัน ฝ่าหนาเอื้อมมือมากวาดกระดาษเหล่านั้นเก็บเข้าแฟ้มด้วยท่าทีลนลานอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน พราวรุ้งเงยหน้าขึ้นสบตาเจ้าของห้อง ดวงตาคู่คมของสถาปนิกหนุ่มในยามนี้ไหวระริก เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและความเปราะบางที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้เกราะกำบังอันเย็นชามาโดยตลอด "ธันวา... ผู้หญิงในรูปนี้ คือใครเหรอครับ" น้ำเสียงของพราวรุ้งอ่อนลงโดยอัตโนมัติ ความปากจัดและท่าทีเชือดเฉือนเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความอยากรู้ที่เจือปนด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่เกาะกุมหัวใจ ธันวาชะงักมือที่กำลังเก็บกระดาษ สันกรามคมขบเข้าหากันแน่นจนขึ้นสันนูน ดวงตาสีเข้มหลุบมองลงต่ำ สูดลมหายใจเข้าลึกราวกับกำลังรวบรวมเศษซากความทรงจำที่พยายามฝังกลบมันมาหลายปีดีดัก "มันไม่ใช่เรื่องที่คุณต้องรู้..." ธันวาเค้นเสียงลอดไรฟัน สีหน้ากลับมาเรียบตึงอย่างรวดเร็วเพื่อปกปิดความสั่นไหวในแววตา แต่ช้าไปเสียแล้ว พราวรุ้งเห็นมัน... เห็นความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มหยันนั้นอย่างชัดเจน "แต่คุณกำลังเก็บอดีตพวกนี้ไว้ใต้โต๊ะเขียนแบบที่คุณใช้ทำงานทุกวัน" พราวรุ้งลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขยับเข้าไปประชิดตัวชายหนุ่มจนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ปลายนิ้วเรียวเอื้อมไปแตะที่ขอบแฟ้มหนังในมือของธันวาเบาๆ "คุณบอกว่าผมเข้าก้าวก่ายพื้นที่ส่วนตัวของคุณ แต่ตัวคุณเองต่างหาก... ที่ยังติดอยู่กับเรื่องราวเก่าๆ จนไม่กล้าเปิดใจให้ใครเข้ามาจริงๆ สักที" คำพูดนั้นราวกับคมมีดที่กรีดลงกลางใจ ธันวานิ่งงัน ลมหายใจสะดุดกึก ดวงตาสองคู่ประสานกันในระยะประชิด ความใกล้ชิดที่อันตรายทำให้บรรยากาศในห้องสถาปนิกหนุ่มร้อนระอุขึ้นมาอย่างกะทันหัน หัวใจของทั้งคู่เต้นรัวระรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก ธันวาขยับริมฝีปากคล้ายจะเอ่ยอะไรบางอย่างเพื่อปฏิเสธ แต่ทว่าความจริงที่ถูกเปิดเผยผ่านภาพวาดใบนั้นกลับทำให้คำพูดทิ่มแทงทั้งหมดติดอยู่ที่ริมฝีปาก ในขณะที่พราวรุ้งเองก็ไม่ถอยหนี ดวงตากลมโตคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา ราวกับต้องการค้นหาคำตอบที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังม่านหมอกแห่งความเย็นชา ทว่า... ก่อนที่บทสนทนาอันลึกซึ้งและเปราะบางนั้นจะได้ดำเนินไปไกลกว่าเดิม เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กัน ตามด้วยเสียงบิดลูกบิดประตูที่ดังลั่นห้อง "พี่ธันวาคะ อยู่ข้างในหรือเปล่า พอดีน้ำตาลเอาเอกสารแบบแปลนโครงสร้างมาช... อุ๊ย!" เสียงหวานใสของหญิงสาวคนสนิทดังแทรกเข้ามา พร้อมกับร่างเพรียวบางในชุดทำงานทันสมัยก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่กลางห้องทำงานด้วยความตกใจ เมื่อเห็นเจ้านายหนุ่มยืนประชิดตัวอยู่กับพราวรุ้งในระยะห่างไม่ถึงคืบ แววตาสงสัยและตกตะลึงฉายชัดบนใบหน้าของแขกผู้มาใหม่ทันที ธันวาผละถอยหลังออกมาอย่างรวดเร็ว สีหน้ากลับมาเรียบเฉยราวน้ำแข็งไสในชั่วพริบตา ขณะที่พราวรุ้งรีบเบือนหน้าหนีแล้วซ่อนรอยยิ้มและอาการใจเต้นแรงไว้ภายใต้ท่าทีนิ่งสงบ ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านและสนับสนุน "ดรากอนไรเดอร์" มาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมไม่ใช่ที่ที่คุณจะรุกล้ำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%