เสียงก๊อกน้ำในห้องครัวที่ถูกเปิดทิ้งไว้จนน้ำไหลซู่ ไม่ได้ช่วยกลบความเงียบอันน่าอึดอัดที่แผ่ขยายอยู่ระหว่างคนทั้งสองได้เลย พราวรุ้งยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์หินอ่อน ดวงตากลมโตมองแผ่นหลังกว้างของสถาปนิกหนุ่มที่กำลังยุกยิกอยู่กับเครื่องชงกาแฟ ท่าทีของธันวาในเวลานี้ช่างห่างเหินและเต็มไปด้วยกำแพงหนาเตอะ กำแพงที่เพิ่งถูกสร้างขึ้นมาใหม่สดๆ ร้อนๆ หลังจากเหตุการณ์หัวใจเกือบวายเมื่อคืน
"ถ้ากาแฟมันจะรสชาติขมขนาดนั้น คุณเอาเมล็ดพันธุ์ไปคั่วกับความเครียดส่วนตัวหรือเปล่าครับ ธันวา"
พราวรุ้งเอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงติดจะเย้าแหย่ตามนิสัย แต่ดวงตากลับจับจ้องปฏิกิริยาของอีกฝ่ายอย่างไม่คลาดสายตา
ธันวาชะงักมือเล็กน้อย เขายังคงหันหลังให้ ร่างสูงโปร่งภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเทาอ่อนนิ่งค้างไปชั่วอึดใจ ก่อนจะหยิบแก้วกาแฟเซรามิกสีขาววางกระแทกลงบนเคาน์เตอร์ด้วยแรงที่มากกว่าปกติเล็กน้อย
"ผมแค่นอนไม่พอ และ... ผมคิดว่าเราควรมีระยะห่างที่เหมาะสมมากกว่านี้ครับ คุณพราวรุ้ง"
คำพูดนั้นราบเรียบ ไร้คลื่นอารมณ์ ราวกับชายหนุ่มกำลังพูดคุยเรื่องงานกับลูกค้า VVIP ที่ไม่น่าพิศวาสเอาเสียเลย ธันวาหันกลับมาเผชิญหน้า สีหน้าของเขาเย็นชาดุจน้ำแข็งไสในฤดูหนาว ดวงตาคมกริบหลบเลี่ยงการสบตาเธออย่างจงใจ ร่างสูงถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ ท่าทางระแวดระวังนั้นชัดเจนเสียจนคนมองรู้สึกเจ็บแปลบที่ปลายอกอย่างไม่มีสาเหตุ
*ประวัติศาสตร์กำลังจะซ้ำรอยสินะ...*
ธันวากลืนก้อนความขมขื่นลงคอ ภาพเงาของอดีตที่เขาเคยพังทลายเพราะความใกล้ชิดและความประมาทเลินเล่อทางความรู้สึกผุดขึ้นมาเตือนสติ เขาเคยเปิดประตูหัวใจรับใครบางคนเข้ามาในเซฟโซน แล้วสุดท้ายสิ่งที่ได้รับกลับมาคือเศษซากปรักหักพังที่เขาต้องใช้เวลาเยียวยานานนับปี พราวรุ้ง... ผู้หญิงที่เข้ามาปأسป่วนโลกอันเป็นระเบียบของเขา กำลังทำให้หัวใจที่ปิดตายเริ่มเต้นผิดจังหวะ และนั่นคือสัญญาณอันตรายที่ธันวาไม่อปุจฉาให้มันเกิดขึ้นเป็นครั้งที่สอง
"ระยะห่างเหรอครับ?" พราวรุ้งทวนคำ หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ แต่วาจาคมกริบกลับถูกหยิบมาใช้เป็นเกราะกำบังความไหวหวั่น "อ๋อ... กลัวผมจะเข้าไปรุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวของคุณจนเกินงามว่างั้นเถอะ ไม่ต้องห่วงหรอกครับคุณสถาปนิก ผมไม่ได้มีความ Asymptomatic อยากจะปีนกำแพงกันหมาของคุณเล่นหรอกนะ"
"ดีครับ ถ้าคุณเข้าใจตรงกัน เราจะได้ทำงานร่วมกันอย่างไร้ปัญหา" ธันวาตอบกลับทันควัน น้ำเสียงจริงจังและเด็ดขาด ไม่มีเยื่อใยเจือปน เขากำลังถอยร่น กลับเข้าสู่หลุมหลบภัยที่ปลอดภัยที่สุดของตัวเอง — ความเย็นชา
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่อีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันหนาแน่นและบาดลึกกว่าเดิม พราวรุ้งเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกพ่ายแพ้ตีรวนขึ้นมาในอก ทั้งที่เธอก็ไม่ได้อยากได้ความสัมพันธ์ลึกซึ้งอะไรกับผู้ชายปากแข็งคนนี้ แต่ทำไม... พอเห็นแววตาที่พยายามผลักไสเธอกลับมาเป็นคนแปลกหน้า มันถึงได้รู้สึกเหมือนหายใจไม่ออกเอาเสียเลย
"ถ้าอย่างนั้น งานเขียนบทซีรีส์ตอนที่แป้งเราคุยค้างไว้..." พราวรุ้งพยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด แม้ขอบตาจะเริ่มร้อนผ่าวอย่างน่าประหลาด "คุณคงไม่ต้องมาตรวจแก้ให้ผมแบบประชิดตัวแล้วสินะครับ ส่งไฟล์มาทางอีเมลก็ได้ สะดวกดี ไม่ต้องเสียเวลามาเจอหน้ากันให้หงุดหงิดใจทั้งสองฝ่าย"
ธันวานิ่งงันไปชั่ววินาที มือหนาที่วางอยู่ข้างลำตัวกระตุกเข้าหากันเล็กน้อยจนข้อต่องอเกร็ง เขารู้ดีว่านี่คือสิ่งที่ถูกต้อง นี่คือระยะห่างที่ปลอดภัยที่เขาเป็นคนร้องขอ แต่วินาทีที่ได้ยินเธอยอมรับข้อเสนอนั้นอย่างง่ายดาย หัวใจเจ้ากรรมกลับกระหน่ำซัดด้วยความรู้สึกหน่วงหนักที่อธิบายไม่ถูก
"ก็ตามนั้นครับ..." ธันวาตอบเสียงเบาหวิว ดวงตาคมก้มมองแก้วกาแฟที่ยังไม่ได้จิบ "ผมจะส่งไฟล์งานทั้งหมดให้ภายในเย็นวันนี้"
"ขอบคุณมากครับ"
พราวรุ้งยิ้ม... รอยยิ้มที่เคลือบยาพิษความประชดประชันเต็มพิกัด เธอก้มหยิบกระเป๋าเอกสารของตัวเองขึ้นมาสะพายไหล่ เดินผ่านร่างสูงโปร่งไปโดยไม่แม้แต่จะชายตามองอีกเป็นครั้งที่สอง เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นห้องดังเป็นจังหวะสะท้อนความเด็ดเดี่ยว แต่ละก้าวที่เดินห่างออกไปคือการดึงเอาความอบอุ่นทั้งหมดที่เคยก่อตัวขึ้นในช่วงหลายวันที่ผ่านมาออกไปจากห้องนี้ด้วย
ธันวายืนนิ่งอยู่ที่เดิม ปล่อยให้ความเงียบงันโอบกอดเขาไว้ ลมหายใจอุ่นร้อนถอนออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก ทว่าลึกลงไปในอกซ้าย ความว่างเปล่ากลับกัดกินพื้นที่จนเวิ้งว้าง เขายกมือขึ้นกุมขมับ พึมพำกับตัวเองเบาๆ
"ดีแล้ว... แบบนี้แหละดีที่สุดแล้ว"
เวลาล่วงเลยผ่านไปจนถึงช่วงบ่ายแก่ๆ แสงแดดสีส้มอมแดงเริ่มสาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่เข้ามาในห้องทำงาน ธันวานั่งจดจ่ออยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ นิ้วเรียวเคาะแป้นพิมพ์รัวเร็วเพื่อจัดการเคลียร์งานส่วนของพราวรุ้งให้จบตามสัญญา แต่ไม่ว่าสายตาจะกวาดมองตัวอักษรบนหน้าจอมากแค่ไหน สมองของเขากลับไม่ประมวลผลอะไรเลย มีแต่ภาพใบหน้าเรียบเฉยและดวงตากลมโตที่ไหวระริกด้วยความน้อยใจของหญิงสาวลอยวนเวียนอยู่ในหัว
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดๆ กัน ขัดจังหวะความคิดฟุ้งซ่านของสถาปนิกหนุ่ม ธันวาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ ใครกันที่จะมาหาเขาในเวลาแบบนี้ ในเมื่อพราวรุ้งก็ประกาศกร้าวว่าจะติดต่อกันแค่ทางอีเมลแล้ว หรือจะเป็นพนักงานส่งพัสดุ?
ร่างสูงลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำงานอย่างไม่เต็มใจนัก เขาส้าวเท้าเดินไปที่ประตูหน้าห้อง มือหนาบิดลูกบิดแล้วดึงประตูเปิดออกด้วยสีหน้าเรียบเฉยเตรียมจะเอ่ยปากปฏิเสธรับของ
ทว่า... คำพูดทั้งหมดกลับติดอยู่ที่ลำคอ เมื่อบุคคลที่ยืนอยู่หลังบานประตูไม่ใช่บุรุษไปรษณีย์
ร่างโปร่งบางของพราวรุ้งยืนหอบหายใจเล็กน้อย เม็ดเหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้าสวย ใบหน้าของเธอบ่งบอกถึงความร้อนรนและความโกรธขึงที่ถูกเก็บกดไว้จนถึงขีดสุด มือเรียวไม่ได้ถือเอกสารงานเขียน แต่กลับถือแฟ้มสีน้ำตาลหนาปึ้กที่เธอฟาดพรวดลงกับอกเสื้อของเขาอย่างแรง จนธันวาต้องถอยหลังกรูดไปสองก้าวด้วยความตกใจ
"คุณ..." ธันวาเบิกตากว้างเล็กน้อย กำลังจะเอ่ยปากต่อว่า
"หุบปากไปเลยครับคุณธันวา!" พราวรุ้งสวนกลับทันควัน น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความโมโห ดวงตากลมโตจ้องมองเขาเขม็ง "ผมยอมถอยตามที่คุณต้องการแล้วนะ ยอมถอยออกมาตั้งไกลเพื่อรักษาเซฟโซนงี่เง่าของคุณ แต่คุณรู้ไหมว่าในไฟล์ที่คุณส่งมาทางอีเมลเมื่อกี้... คุณแก้บทประพันธ์ของผมจนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิมแถมยังเหน็บแนมผมผ่านคอมเมนต์ในไฟล์อีกต่างหาก!"
ธันวานิ่งอึ้ง สมองประมวลผลไม่ทัน "ผมแค่วิจารณ์ตามเนื้องาน..."
"งานบ้าอะไรล่ะ!" พราวรุ้งก้าวล้ำเข้ามาในห้องของเขาโดยพละการ เธอจงใจเดินเบียดผ่านร่างสูงจนไหล่ชนกัน กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่คุ้นเคยโชยเข้าจมูกธันวาอีกครั้ง กระตุ้นหัวใจที่สงบลงไปแล้วให้กลับมาเต้นระรัวอย่างบ้าคลั่ง หญิงสาวหันขวับกลับมาเผชิญหน้า ระยะห่างระหว่างพวกเขาน้อยเสียจนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดกันและกัน
"คุณบอกว่าต้องการระยะห่างใช่ไหมครับ?" พราวรุ้งเอ่ยเสียงลอดไรฟัน ดวงตาวาวโรจน์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา "แต่ขอโทษทีเถอะ... พราวรุ้งคนนี้เกลียดการถูกผลักไสที่สุด!"
ก่อนที่ธันวาจะได้ตั้งตัวหรือเอ่ยคำปฏิเสธใดๆ ออกมา ร่างบางก็ก้าวประชิดตัวเขาอย่างรวดเร็ว มือเรียวเอื้อมไปคว้าปกเสื้อเชิ้ตของสถาปนิกหนุ่มไว้แน่น แล้วออกแรงกระชากให้ร่างสูงโน้มลงมาหาเธอในระยะประชิด
ลมหายใจของทั้งคู่ผสานเป็นหนึ่งเดียว ดวงตาคมเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนตื่นตระหนก เมื่อริมฝีปากนุ่มหยุ่นของหญิงสาวประทับลงบนมุมปากของเขาแผ่วเบา... ก่อนจะกระซิบชิดริมฝีปากด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าที่ทำเอาสถาปนิกหนุ่มผู้เยือกเย็นแทบหยุดหายใจ
"ถ้าคุณยังกล้าถอยห่างจากผมอีกก้าวเดียว... คราวนี้ผมจะไม่แค่จูบเตือนสติคุณแบบนี้แน่ครับ ธันวา!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความฟินและปมหัวใจที่กำลังเข้มข้นในตอนนี้นะครับ
เซฟโซนของผมไม่ใช่ที่ที่คุณจะรุกล้ำ•ตอนที่ 8
คำเตือนจากหัวใจ
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมไม่ใช่ที่ที่คุณจะรุกล้ำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!