กลิ่นอายความเย็นจากเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานส่วนตัวไม่ได้ช่วยลดความร้อนระอุที่แผ่ซ่านอยู่รอบกายของธันวาลงได้เลยแม้แต่น้อย สถาปนิกหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความนิ่งขรึมและระเบียบวินัยขั้นสุด กำลังยืนนิ่งค้างอยู่หลังโต๊ะทำงานราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่ถูกสาป รอยจูบเมื่อครู่ยังคงอุ่นวาบอยู่ริมฝีปาก เสมือนตราประทับที่พราวรุ้งจงใจทิ้งไว้เพื่อประกาศความเป็นเจ้าของในอาณาจักรที่เขาเคยคิดว่าปลอดภัยที่สุด
"เซฟโซน" ของเขาพังทลายลงแล้ว... และคนที่ทำลายมันก็ไม่ใช่ใครอื่น นอกจากผู้หญิงปากเก่งที่กำลังยืนกอดอกอมยิ้มมุมปากส่งสายตาท้าทายมาให้เขาอยู่นี่ไงครับ
"มองผมแบบนั้นหมายความว่ายังไงครับ พราวรุ้ง" ธันวาเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามดึงมาซึ่งเกราะป้องกันความเย็นชาทั้งหมดที่มี แต่ดูเหมือนมันจะใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไปแล้ว เมื่อหัวใจเจ้ากรรมดันทรยศด้วยการเต้นรัวผิดจังหวะจนน่าหงุดหงิด
"เปล่าสักหน่อยนี่คะ เอ้ย... เปล่าสักหน่อยครับ คุณธันวา" พราวรุ้งจงใจแกล้งแซวด้วยการหลุดคำพูดที่มักใช้พูดเล่น ก่อนจะหัวเราะคิกคักในลำคออย่างอารมณ์ดี ดวงตากลมโตคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความซุกซน เธอไม่เพียงแต่ไม่ถอยหลังหนีคำขู่เมื่อครู่ แต่กลับสาวเท้าเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานของเขาเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งก้าว ระยะห่างระหว่างกันในตอนนี้แทบไม่เหลือพื้นที่ให้หายใจ
ธันวาเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ มือหนาที่วางอยู่บนขอบโต๊ะกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปーン เขารู้ดีว่าหากถอยตอนนี้ เท่ากับเขายอมจำนน แต่ถ้าขยับเข้าไปใกล้กว่านี้ เขาก็ไม่มั่นใจเลยว่าความยับยั้งชั่งใจที่เหลืออยู่น้อยนิดจะทานทนไหวหรือไม่
"คุณกล้ามากนะพราวรุ้ง ที่ท้าทายผมแบบนี้" ธันวาโน้มตัวลงเล็กน้อย กดสายตาดุดันลงมองหญิงสาวที่เตี้ยกว่า สัญชาตญาณนักล่าในตัวถูกปลุกเร้าให้ตื่นขึ้นจากหลุมหลบภัย
"ฉันไม่ได้ท้าทายสักหน่อยค่ะ... แค่กำลังทวงสิทธิ์ในฐานะคนเขียนบทที่ต้องเข้าใจ 'คาแรคเตอร์' ของพระเอกให้ลึกซึ้งต่างหาก" พราวรุ้งเชิดหน้าขึ้นสู้สายตาอย่างไม่เกรงกลัว ริมฝีปากอิ่มเคลือบลิปสติกสีพีชเผยรอยยิ้มเย้ายวนใจ "ไหนๆ คุณก็บอกว่านี่คือเซฟโซนของคุณ งั้นฉันขออนุญาต... เข้ามาสำรวจพื้นที่ส่วนตัวหน่อยคงไม่ว่ากันนะ"
พูดจบ พราวรุ้งก็เอื้อมมือเรียวบางไปหยิบแฟ้มงานออกแบบแปลนบ้านบนโต๊ะขึ้นมาเปิดดูหน้าตาเฉย ราวกับว่าเธอลืมเรื่องจูบเมื่อครู่ไปเสียสนิท ทั้งที่หัวใจของเธอก็เต้นแรงจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอกไม่แพ้กัน ความกล้าบ้าบิ่นนี้คือเกราะกำบังเดียวที่เธอใช้ปิดบังความตื่นตระหนก
ธันวาขบกรามแน่น ความเงียบงันภายในห้องทำงานกว้างใหญ่ถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจที่เริ่มติดขัด เขาไม่ชอบให้ใครล้ำเส้น... แต่แปลกที่กับผู้หญิงคนนี้ เขากลับรู้สึกว่าเส้นแบ่งเขตแดนที่ขีดไว้มันช่างเปราะบางเสียเหลือเกิน แค่เพียงปลายนิ้วสัมผัสหรือรอยยิ้มกวนประสาทเพียงนิดเดียว มันก็พร้อมจะพังครืนลงมาได้ทุกเมื่อ
"วางแฟ้มนั้นลงแล้วถอยไปซะ พราวรุ้ง" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเตือนเป็นครั้งสุดท้าย น้ำเสียงเจือความแหบพร่าเล็กน้อยที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้
"ถ้าฉันไม่วางล่ะคะ คุณจะทำไม" พราวรุ้งเงยหน้าขึ้นสบตา เขย่งปลายเท้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้ใบหน้าของเราอยู่ในระดับเดียวกัน แววตาของเธอท้าทายอย่างถึงที่สุด "จะจูบฉันซ้ำอีกรอบเหรอคะ หรือว่า... มีวิธีอื่นที่ดีกว่านั้น?"
คำพูดท้าทายนั้นเปรียบเสมือนฟางเส้นสุดท้ายที่ขาดผึ่ง!
ธันวาหมดความอดทน ทันทีที่เธอท้าทายเกินขอบเขต ร่างสูงก็พุ่งเข้าประชิดตัวอย่างรวดเร็วราวกับเสือชีตาร์ตะครุบเหยื่อ มือหนาคว้าเอวบางไว้ด้วยความเร็วแสงแล้วดึงเข้ามาแนบชิดจนแผ่นหลังของเธอชนเข้ากับชั้นวางหนังสือด้านหลังโดยมีร่างกายกำยำของเขากักขังไว้ทุกด้าน
พราวรุ้งสะดุ้งสุดตัว ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าเขาจะกล้า "รุก" กลับหนักหน่วงและรวดเร็วขนาดนี้ ความซุกซนเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนกที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง
"คุณ... คุณจะทำอะไร!" เธอร้องเสียงหลง พยายามดันอกกว้างของเขาออก แต่แรงแค่นี้มีหรือจะสู้แรงของสถาปนิกหนุ่มที่ออกกำลังกายเป็นประจำได้
"ก็ทำในสิ่งที่ผมเตือนคุณไงครับ..." ธันวาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกของเราเกือบชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่บนพวงแก้มเนียน น้ำเสียงของเขาพร่าทุ้มและจริงจังจนน่ากลัว "ในเมื่อคุณบอกว่าอยากเข้าใจคาแรคเตอร์ของผมให้ลึกซึ้งนัก งั้นผมจะสอนให้คุณเรียนรู้... ว่าการรุกล้ำเซฟโซนของคนอื่น มันต้องแลกมาด้วยอะไรบ้าง"
แววตาคมกริบของธันวาฉายประกายความคลั่งรักที่ปิดไม่มิด แม้ปากจะบอกว่าดุ แต่สายตาที่มองเธอกลับหวานล้ำจนน่าใจหาย พราวรุ้งรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจมดิ่งลงไปในมหาสมุทรแห่งความรู้สึกที่ลึกเกินกว่าจะหาทางกลับขึ้นฝั่ง ริมฝีปากหยักลึกค่อยๆ เคลื่อนเข้ามาใกล้เรียวปากอิ่มของเธอทีละน้อย จังหวะเวลาในห้องราวกับถูกกดปุ่มให้เดินช้าลง ทุกวินาทีเต็มไปด้วยแรงดึงดูดมหาศาลที่ปฏิเสธไม่ได้
ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่ถึงมิลลิเมตร และหัวใจของพราวรุ้งกำลังจะหยุดเต้นด้วยความตื่นเต้นระทึกใจ
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำลายบรรยากาศสีชมพูอมแดงจนกระเจิง
"คุณธันวาคะ เอกสารด่วนจากหน้างาน... อุ๊ย! ขอโทษค่ะ ดิฉันเข้ามารบกวนเวลาส่วนตัวหรือเปล่าคะ!" เสียงแหลมสูงของเลขาฯ สาวดังแทรกขึ้นทันทีพร้อมกับประตูห้องที่ถูกผลเปิดเข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว ทำให้ทั้งธันวาและพราวรุ้งต้องรีบกระโดดผละออกจากกันราวกับโดนไฟช็อต
ธันวาสบถในลำคอด้วยความหงุดหงิดสุดขีด ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นทันตาเห็น ขณะที่พราวรุ้งหน้าแดงก่ำลามไปถึงใบหู รีบจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่แล้วก้มหน้าหลบสายตาด้วยความเขินอายขั้นสุด
แต่ก่อนที่ใครจะได้ทันเอ่ยอะไรแก้สถานการณ์ เลขาฯ สาวก็ทำหน้าตาตื่นตระหนกยิ่งกว่าเดิม พร้อมกับยื่นแท็บเล็ตหน้าจอข่าวบันเทิงร้อนๆ เข้ามาตรงหน้าธันวา
"คุณธันวาคะ... แย่แล้วค่ะ! ตอนนี้มีข่าวด่วนหลุดออกมาในโซเชียล ภาพที่คุณกับคุณพราวรุ้งอยู่ในงานเปิดตัวโปรเจกต์เมื่อคืนกำลังเป็นไวรัล และมีคนตาดีปล่อยภาพเบื้องหลัง... ที่คุณกำลังอุ้มคุณพราวรุ้งขึ้นรถเมื่อคืนนี้ ว่อนอินเทอร์เน็ตไปหมดแล้วค่ะ!"
ธันวาชะביตาดูลดหน้าจอแท็บเล็ตทันที ขบกรามแน่นเมื่อเห็นภาพตัวเองกำลังอุ้มหญิงสาวร่างบางขึ้นรถด้วยความทะนุถนอม ท่ามกลางคอมเมนต์นับแสนที่กำลังวิพากษ์วิจารณ์และจับตาดูความสัมพันธ์ของพวกเขาอย่างคลั่งไคล้
เขากัดฟันกรอด หันขวับกลับมามองหน้าพราวรุ้งที่กำลังเบิกตากว้างด้วยความตกใจไม่แพ้กัน
ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาถึงตรงนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
เซฟโซนของผมไม่ใช่ที่ที่คุณจะรุกล้ำ•ตอนที่ 9
ระยะห่างที่ไม่มีอยู่จริง
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมไม่ใช่ที่ที่คุณจะรุกล้ำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!