"ถ้าคุณยังถอยหลังอีกก้าวเดียว ผมรับรองว่าเราคงได้ล้มลงไปกองด้วยกันทั้งคู่แน่ครับ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านไรฟันของธันวาไม่ได้เจือแววหยอกล้อแม้แต่น้อย มันคือประกาศิตจากสถาปนิกหนุ่มผู้เจ้าระเบียบ ที่ตอนนี้กำลังกักร่างของพราวรุ้งไว้ระหว่างแผ่นหลังของเธอกับบานกระจกเย็นเฉียบของสตูดิโอ
เหตุการณ์และจุดทิ้งปมจากตอนที่แล้วยังคงค้างคาอยู่ในอากาศ เขากัดฟันกรอด หันขวับกลับมามองหน้าพราวรุ้งที่กำลังเบิกตากว้างด้วยความตกใจไม่แพ้กัน ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบไม่มีช่องว่างให้ลมหายใจแทรกผ่าน ปลายจมูกเกือบจะแตะกันอยู่รอมร่อหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเผลอขยับตัวแม้แต่นิดเดียว
"ก็... ก็คุณเล่นเดินจี้เข้ามาซะติดขนาดนี้ ใครจะไปตั้งตัวทันล่ะคะ เอ๊ย! ตั้งตัวทันล่ะครับ" พราวรุ้งเผลอเสียงสูงใส่ด้วยความรนราน เธอลนลานจนเกือบหลุดสรรพนามเดิมออกมา ทว่าสายตาคมกริบที่มองตรงมาทำให้เธอต้องรีบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือบางที่พยายามดันแผงอกกว้างของเขาไว้สัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร็วไม่แพ้กันภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้ม
ธันวาไม่ตอบทันที นัยน์ตาคู่คมหลุบมองริมฝีปากที่ขยับเถียงไม่หยุดก่อนจะเลื่อนขึ้นสบตาเธอนิ่ง ความเงียบโรยตัวลงมาระหว่างคนทั้งคู่ ทว่ามันไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัด หากแต่เต็มไปด้วยกระแสความตึงเครียดบางอย่างที่สูบฉีดเลือดในกายให้ร้อนผ่าว
*เปรี้ยง!*
เสียงฟ้าผ่าคำรามก้องจนกระจกบานใหญ่สั่นสะเทือน ตามมาด้วยแสงสว่างวาบสีขาวโพลนที่สาดส่องเข้ามาในห้องทำงาน และเสี้ยววินาทีต่อมา... ทุกสิ่งทุกอย่างก็ตกอยู่ในความมืดสนิท
กระแสไฟฟ้าภายในอาคารตัดขาดลงอย่างกะทันหัน เสียงฮัมเบาๆ ของเครื่องปรับอากาศดับวูบลง เหลือเพียงเสียงสายฝนด้านนอกที่เทกระหน่ำลงมาประหนึ่งฟ้าจะรั่ว แรงลมกรรโชกกระแทกตัวอาคารจนเกิดเสียงหวีดหวิวชวนขนหัวลุก
"กรี๊ด!" พราวรุ้งสะดุ้งสุดตัวโดยสัญชาตญาณ มือบางที่เคยดันอกเขาไว้เปลี่ยนเป็นคว้าหมับเข้าที่สาบเสื้อของธันวาแน่นโดยไม่รู้ตัว ใบหน้านวลเนียนซบลงกับลาดไหล่กว้างอย่างไร้การป้องกัน ความมืดมิดที่โรยตัวลงมาอย่างรวดเร็วทำให้สัญชาตญาณการป้องกันตัวของหญิงสาวทำงานเต็มที่
ธันวาชะงักไปชั่วขณะ ลมหายใจอุ่นร้อนของเธอที่เป่ารดต้นคอทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งพล่านไปทั่วร่าง สถาปนิกหนุ่มผู้รักความสมบูรณ์แบบและชอบควบคุมทุกอย่างให้เป็นไปตามระเบียบ ค้นพบว่าสถานการณ์ตอนนี้หลุดจากการควบคุมไปไกลลิบเสียแล้ว
มือหนาที่เคยค้ำยันกระจกไว้ค่อยๆ เปลี่ยนตำแหน่งอย่างนุ่มนวล เขาโอบประคองแผ่นหลังบางไว้หลวมๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เธотรงตัวไม่อยู่ในความมืด พร้อมกับเอמהกระซิบปลอบด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้ราบเรียบที่สุด
"ไม่ต้องกลัวครับ แค่ไฟดับ... เดี๋ยวระบบสำรองคงทำงาน"
"ฉัน... ผมไม่ได้กลัวสักหน่อย แค่ตกใจเสียงฟ้าผ่าต่างหากล่ะครับ" พราวรุ้งรีบแก้ตัวเสียงสั่น แม้ว่ามือที่ยังกำเสื้อเขาแน่นจะไม่ยอมคลายออกเลยก็ตาม เธอกลืนก้อนสะอื้นลงคอ ความมืดมิดมักดึงเอาความทรงจำแย่ๆ ในอดีตเกี่ยวกับความโดดเดี่ยวกลับมาเสมอ แต่สัมผัสอุ่นจากฝ่ามือใหญ่ที่ลูบหลังเบาๆ อย่างปลอบประโยคเมื่อครู่ กลับกลายเป็นเกราะคุ้มกันอันน่าประหลาด
"ปากแข็งไม่เปลี่ยนเลยนะครับ" ธันวาเอ่ยกลั้วหัวเราะในลำคอเล็กน้อย ความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาดแผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างห้ามไม่อยู่ เมื่อตระหนักว่าภายใต้ฝีปากกล้าและท่าทีเชือดเฉือนที่เธอใช้ตั้งกำแพง แท้จริงแล้วเธอก็มีความเปราะบางซ่อนอยู่ไม่ต่างจากเขา
แสงจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่งสว่างวาบขึ้นมา ธันวาหยิบมันออกจากกระเป๋าเสื้อกั๊กแล้วกดเปิดไฟฉาย แสงสีนวลสาดส่องกระทบใบหน้าของคนทั้งคู่ ทำให้เห็นระยะห่างที่ใกล้ชิดกันจนน่าตกใจอีกครั้ง พราวรุ้งรีบผละออกจากอกกว้างอย่างเก้อเขิน ใบหน้าเรียวร้อนผ่าวขึ้นมาสีระเรื่อ แม้แสงจากหน้าจอจะน้อยนิด แต่เธอก็มั่นใจว่าเขาต้องเห็นมันแน่ๆ
"เอ่อ... ขอบคุณครับ" เธอกระซิบเสียงเบา หลบตาคู่นั้นที่มองมาด้วยประกายระยิบระยับเกินกว่าปกติ
"ผมไม่ได้ทำฟรีๆ หรอกนะครับ" ธันวาแกล้งตีสีหน้าขรึม กลบเกลื่อนความรู้สึกวูบวาบในอก "ถือว่าคุณติดหนี้ผมอีกหนึ่งอย่างก็แล้วกัน... พราวรุ้ง"
"คุณนี่มัน... เจ้าคิดเจ้าแค้นเป็นบ้าเลย" เธอค้อนปะลับปะเลือยใส่ ดวงตากลมโตเป็นประกายวาววับในความมืด "คนเขากลัวแทบตาย ยังจะมาทòiบุญคุณอีกเหรอคะ เอ๊ย! นะครับ"
ธันวาหลุดยิ้มจางๆ ออกมาอย่างลืมตัว รอยยิ้มที่นานๆ ครั้งเธอจะได้เห็นมันปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายนั้น ทำให้หัวใจของนักเขียนบทสาวกระตุกวูบอย่างแรง บรรยากาศรอบตัวที่เคยอึมครึมเพราะพายุฝน กลับแปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นที่แนบแน่นขึ้นทีละน้อย โดยที่ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากปฏิเสธ
พวกเขาเดินมานั่งลงบนโซฟาตัวยาวกลางสตูดิโอ โดยมีแสงไฟจากโทรศัพท์มือถือวางตั้งไว้บนโต๊ะกระจกตรงกลาง เป็นแหล่งแสงสว่างเดียวท่าย์มกลางห้องที่มืดมิด เสียงฝนด้านนอกยังคงซัดสาดกระทบกระจกอย่างต่อเนื่อง สร้างอาณาจักรส่วนตัวที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสมบูรณ์
"แล้วเราจะติดอยู่กันแบบนี้ถึงเมื่อไหร่ล่ะครับเนี่ย" พราวรุ้งบ่นพึมพำ พลางกอดอกมองออกไปนอกหน้าต่างที่มองเห็นเพียงเงาสะท้อนของตัวสถาปนิกหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆ "งานบทละครตอนที่สิบก็ยังแก้ไม่เสร็จ ไฟดันมาดับซะได้"
"ถ้าออกไปไม่ได้... ก็คงต้องอยู่จนกว่าฝนจะหยุดน่ะครับ" ธันวาตอบเสียงเรียบ แต่หางเสียงกลับเจือความหมายบางอย่างที่ทำให้พราวรุ้งต้องหันขวับมามอง
"พูดเหมือนง่ายนะคะ ที่นี่มีโซฟาแค่ตัวเดียวนะครับ"
"แล้วคุณคิดว่าผมจะทำอะไรคุณล่ะครับ" ธันวาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ขยับตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดจนไหล่แทบชิดกัน "หรือว่า... คุณต่างหากที่เป็นฝ่ายต้องระวังตัวจากผม"
"คุณธันวา!" พราวรุ้งหันไปค้อนวงใหญ่ แต่ยังไม่ทันจะได้เอאยคำพูดเชือดเฉือนใดๆ ออกมาเพื่อแก้เก้อ เสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องเดิมของธันวาก็กริ่งดังขึ้นทำลายความเงียบ
ชายหนุ่มหยิบขึ้นมาดูหน้าจอ ขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะกดรับสาย "ครับแม่... อ๋อ อยู่ที่สตูดิโอนะครับ... ฝนตกหนักมาก ไฟก็เพิ่งดับ... ครับ? ใครนะครับ?"
พราวรุ้งสังเกตเห็นสีหน้าของธันวาที่เปลี่ยนไปชั่วขณะ ความราบเรียบเย็นชาถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจระคนอึดอัดใจบางอย่าง เขาวางสายอย่างรวดเร็วแล้วเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง
"มีอะไรเหรอครับ หรือว่าระบบสำรองไฟพัง?" เธอถามด้วยความสงสัย
ธันวาถอนหายใจยาวออกมาเบาๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้บรรยากาศโรแมนติกเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา
"เปล่าครับ... แม่ผมเพิ่งโทรมาบอกว่า มีคนสำคัญมาหลบฝนอยู่ที่ล็อบบี้ข้างล่าง และกำลังขึ้นมาหาผมที่นี่ครับ"
พราวรุ้งเบิกตากว้างขึ้นทันที "ใครกันคะดึกดื่นแบบนี้?"
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันท่ามกลางความเงียบของสตูดิโอ ก่อนที่ลูกบิดประตูล็อคด้านนอกจะถูกบิดเปิดออกอย่างถือวิสาสะ พร้อมกับร่างของหญิงสาวในชุดเดรสแบรนด์เนมเปียกฝนเล็กน้อยก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้ม
"ธันวาคะ... แพรพลอยมารบกวนหรือเปล่า พอดีรถติดแล้วฝนตกหนักมาก แพรเลยแวะมาหาคุณที่นี่ค่ะ"
หัวใจของพราวรุ้งกระตุกวูบลงไปถึงตาตุ่ม เมื่อมองข้ามไหล่ของธันวาไปยังผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าประตู... คนที่เธอไม่คาดคิดว่าจะได้เจอมากที่สุดในค่ำคืนนี้!
---
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและคอยสนับสนุน "ดรากอนไรเดอร์" มาโดยตลอด แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
เซฟโซนของผมไม่ใช่ที่ที่คุณจะรุกล้ำ•ตอนที่ 10
วันที่พายุฝนทำลายกำแพง
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมไม่ใช่ที่ที่คุณจะรุกล้ำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!