"แม่... มาได้ยังไงครับเนี่ย"
เสียงของธันวาหลุดลอดออกมาด้วยความตกใจระคนประหม่า ร่างสูงของสถาปนิกหนุ่มผละออกจากระยะประชิดตัวของพราวรุ้งทันที ราวกับเด็กหนุ่มที่ถูกจับได้ว่าแอบทำความผิด ทั้งที่ก่อนหน้านั้นเขากำลังยืนโน้มตัวลงไปอธิบายแบบแปลนด้วยความใกล้ชิดเกินความจำเป็น
หญิงวัยกลางคนผู้มาใหม่ ซึ่งมีใบหน้าถอดแบบความเนี๊ยบมาจากธันวาไม่ผิดเพี้ยน กวาดสายตาคมกริบมองสำรวจห้องทำงานที่บัดนี้กลายเป็นพื้นที่กองเอกสารและโมเดลกระดาษ ยิ่งเห็นนักเขียนสาวชื่อดังยืนอยู่เคียงข้างลูกชายในสภาพที่ผมเผ้ากระเซิงเล็กน้อยจากความวุ่นวายเมื่อครู่ รอยยิ้มที่มุมปากของผู้เป็นแม่ก็ยิ่งลึกล้ำขึ้นไปอีก
"ถ้าแม่ไม่มา... ก็คงไม่เห็นหรอกว่าสถาปนิกผู้รักสันโดษและถือคติ 'เซฟโซน' สูงยิ่งกว่าตึกใบหยก จะยอมให้ผู้หญิงคนอื่นเข้ามาป้วนเปื้อนในอาณาเขตส่วนตัวได้นานขนาดนี้" คุณหญิงนภาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบคมตามประสาคนผ่านโลกมาเยอะ
พราวรุ้งรีบขยับตัวถอยหลังเว้นระยะห่าง ปรับสีหน้าและจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่อย่างรวดเร็ว สมaกับที่เป็นนักเขียนบทมืออาชีพที่เก่งกาจในการแก้สถานการณ์เฉพาะหน้า เธอยิ้มรับบางๆ แล้วกล่าวทักทายด้วยความนอบน้อมตามมารยาททางสังคม แม้ในใจจะแอบนึกหมั่นไส้สายตาจับผิดของแม่พระเอกอยู่ไม่น้อย
"สวัสดีค่ะคุณแม่... เอ่อ คือคุณธันวากำลังช่วยตรวจงานเรื่องฉากสถาปัตยกรรมในบทละครให้ฉันอยู่พอดีค่ะ ไม่มีอะไรในกอไผ่เลยนะคะ เอ่อ... ไม่มีอะไรเลยจริงๆ ค่ะ" พราวรุ้งเกือบหลุดปากแก้ตัวยาวเหยียด ดีที่ดึงสติกลับมาทันก่อนจะดูมีพิรุธมากกว่าเดิม
ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาปรายตามามองหญิงสาวแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับมารดาด้วยท่าทีสุขุมขึ้น "แม่มีธุระอะไรด่วนหรือเปล่าครับ ถึงได้บุกมาถึงนี่ ปกติแม่ไม่ค่อยชอบบรรยากาศออฟฟิศผมไม่ใช่เหรอครับ"
"แม่ไม่ได้มาบุก แม่แค่ผ่านมาแถวนี้แล้วแวะเอาของบำรุงมาให้... แต่ดูท่าทางแล้ว ลูกชายฉันคงไม่ได้ต้องการอาหารเสริมหรอกมั้ง ต้องการคนช่วยดูแลหัวใจมากกว่า" คุณหญิงน่าวางกล่องอาหารลงบนโต๊ะทำงานอย่างเบามือ ก่อนจะปรายตามองกองแบบแปลนสถาปัตยกรรมที่กางอยู่บนโต๊ะ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความวุ่นวายทั้งหมดในวันนี้
บรรยากาศในห้องอึมครึมลงถนัดตา ความเงียบโรยตัวอยู่ชั่วขณะ จนกระทั่งคุณหญิงนภาขอตัวกลับเนื่องจากมีนัดธุระต่อ โดยไม่ลืมทิ้งท้ายสายตาที่มีความหมายลึกซึ้งให้กับคนทั้งคู่ ประโยคสุดท้ายก่อนประตูจะปิดลงคือคำเตือนสติเบาๆ ที่ทำเอาธันวาต้องถอนหายใจยาวเหยียด
"ทำงานก็อย่าหักโหมนะธันวา... แล้วก็ อย่ามัวแต่ฟอร์มจัดจนปล่อยให้คนดีๆ เขาหลุดมือไปล่ะ"
ปัง!
เสียงปิดประตูห้องทำงานดังขึ้นเบาๆ แต่ก้องกังวานในความรู้สึกของคนทั้งคู่ ธันวายกมือขึ้นเสยผมลวกๆ ใบหน้าหล่อเหลามีร่องรอยความหงุดหงิดปนระอาใจอย่างเห็นได้ชัด เขาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานอย่างหมดแรง พลางถอนหายใจเฮือกใหญ่เป็นรอบที่ร้อยของวัน
พราวรุ้งมองท่าทางของสถาปนิกหนุ่มแล้วอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเบาๆ "คุณแม่คุณนี่... สายตาเฉียบคมไม่เบานะคะ เล่นเอาสถาปนิกผู้ยิ่งใหญ่ไปไม่เป็นเลยทีเดียว"
"อย่าซ้ำเติมผมเลยน่าพราว" ธันวาเงยหน้าขึ้นสบตา เธอเห็นความเหนื่อยล้าฉายชัดอยู่ในแววตาคู่นั้น แม้ปากจะยังแข็งและตีสีหน้าเรียบเฉยตามนิสัย "คุณก็รู้ว่าแม่ผมเป็นคนยังไง ชอบคิดไปไกลเกินหน้างานตลอด"
"ก็เพราะคุณนั่นแหละที่ชอบทำตัวมีพิรุธ" พราวรุ้งเดินกลับเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานอีกครั้ง เธอก้มลงมองกองแบบแปลนสถาปัตยกรรมที่ธันวากำลังปวดหัวอยู่เมื่อครู่ นิ้วเรียวชี้ไปยังจุดที่มีปัญหาบนกระดาษพิมพ์เขียว "ว่าแต่... งานออกแบบของคุณตรงนี้ มันมีปัญหาจริงๆ ใช่ไหมล่ะคะ ถึงได้นั่งขมวดคิ้วจนหน้าผากจะชนกันอยู่แล้วเนี่ย"
ธันวาชะงักไปนิดเมื่อถูกจี้ใจดำ เขามองตามปลายนิ้วเรียวของเธอไปยังจุดที่เขาแก้ไม่ตกมานานร่วมสัปดาห์ แบบแปลนอาคารสำนักงานและพื้นที่อยู่อาศัยผสมผสาน (Mixed-use project) ชิ้นนี้ เป็นโปรเจกต์ใหญ่ที่เขาคาดหวังไว้สูงมาก แต่มันกลับติดขัดตรงการเชื่อมต่อระหว่าง "พื้นที่สาธารณะ" กับ "เซฟโซนส่วนตัว" ของผู้ใช้งาน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่เขาออกแบบไม่ได้ดั่งใจสักที
"คุณดูออกเหรอว่ามันมีปัญหาตรงไหน" ธันวาถามด้วยน้ำเสียงแกeสงสัยเล็กน้อย ปนความประหลาดใจที่นักเขียนบทละครอย่างเธอจะมีความเข้าใจในงานสถาปัตยกรรมเชิงลึก
"ทำไมฉันจะดูไม่ออกล่ะคะ" พราวรุ้งยักไหล่เบาๆ ท่าทางมั่นอกมั่นใจฉบับสาวปากเก่งกลับมาอีกครั้ง "ฉันเป็นคนเขียนเรื่องราวนะคะ สถาปัตยกรรมในนิยายหรือบทละคร มันก็คือฉากชีวิตของตัวละครนั่นแหละ ถ้าคุณออกแบบพื้นที่โดยสนแต่ความสมบูรณ์แบบทางโครงสร้าง แต่ไม่สนหัวใจคนอยู่ สุดท้ายมันก็เป็นแค่ตึกปูนตายๆ ที่ไม่มีวิญญาณ"
คำพูดประโยคเดียวของเธอราวกับสายฟ้าแลบผ่ากลางความมืด ธันวานิ่งงันไปอึดใจใหญ่ สมองที่ตันทึบมาหลายวันเริ่มหมุนวนด้วยมุมมองใหม่ๆ ที่เขาไม่เคยคิดถึงมาก่อน
"ไม่มีวิญญาณงั้นเหรอ..." ธันวาพึมพำกับตัวเอง
"ใช่ค่ะ" พราวรุ้งโน้มตัวลงมาใกล้โต๊ะมากขึ้น สายตาของเธอประกายแวววาวด้วยความจริงจัง จนธันวาต้องเงยหน้าขึ้นสบตาโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้ "คุณพยายามสร้าง 'เซฟโซน' ให้กับทุกคนที่เข้ามาในตึกนี้ ด้วยการกั้นกำแพง หนาแน่น ปิดกั้น และควบคุมทุกอย่างให้เป็นระเบียบ... แต่คุณลืมไปหรือเปล่าคะว่า มนุษย์เราไม่ได้ต้องการกำแพงที่แข็งแกร่งที่สุดเพื่อความปลอดภัยหรอกนะ... เราต้องการ 'ช่องว่าง' ต่างหาก ช่องว่างที่หายใจได้ ช่องว่างที่เปิดรับความรู้สึกและข้อผิดพลาดได้"
ดวงตาคมของสถาปนิกหนุ่มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย คำว่า *ช่องว่างที่หายใจได้* กระแทกใจเขาอย่างจัง ภาพความทรงจำในอดีตที่เขาเคยผิดพลาดจากการควบคุมทุกอย่างให้เป๊ะ 100% ผุดขึ้นมาเป็นฉากๆ นั่นคือปมในใจที่เขาใช้สร้างกำแพงป้องกันตัวเองมาตลอด และเขากำลังเผลอเอาปมนั้นไปใส่ไว้ในงานออกแบบของตัวเองโดยไม่รู้ตัว
"คุณ... พูดราวกับว่าคุณอ่านใจผมออก" ธันวาเอ่ยเสียงแผ่ว ความเย่อหยิ่งและมาดนิ่งเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังถูกมองทะลุปรุโปร่งโดยผู้หญิงตรงหน้า
"ฉันไม่ได้อ่านใจคุณค่ะ ฉันแค่อ่าน 'ความรู้สึก' จากงานที่คุณทำต่างหาก" พราวรุ้งยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่ไม่ได้กวนประสาทเหมือนทุกที แต่มีความอ่อนโยนและเข้าใจโลกซ่อนอยู่ลึกๆ "ธันวา... แบบแปลนของคุณมันสวยงามอย่างไร้ที่ติ แต่มันขาดความยืดหยุ่น ตรงจุดนี้ที่คุณพยายามบังคับให้ทางเดินมันตรงดิ่ง มันอึดอัดเกินไป ทำไมคุณไม่ลองหักมุมให้มันมีพื้นที่โล่งสำหรับหยุดพัก หรือทำมุมมองให้เปิดกว้างรับแสงธรรมชาติล่ะคะ ให้คนเขาได้สะดุด ได้หยุดคิด และได้พบเจออะไรที่ไม่ได้คาดฝันบ้าง"
ธันวานิ่งฟังทุกคำพูดของเธออย่างตั้งใจ มือหนาเอื้อมไปหยิบดินสอขึ้นมาหมุนเล่นในมือ สายตาสลับมองระหว่างแบบแปลนบนโต๊ะกับใบหน้าของหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงข้าม หัวใจของเขากำลังเต้นแรงขึ้นทีละน้อย ไม่ใช่เพราะความโกรธหรือความอาย แต่เป็นความรู้สึกประหลาดที่ว่า... ผู้หญิงปากจัดคนนี้ กำลังเข้ามาจัดระเบียบและซ่อมแซมรอยร้าวในหัวใจของเขา ทีละนิด ทีละนิด อย่างแนบเนียน
"คุณนี่มัน..." ธันวาหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาที่มองเธอบัดนี้เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะปิดบัง "ปากร้ายเป็นบ้า แต่กลับพูดจาได้บาดลึกจนผมเถียงไม่ออกเลยสักคำ"
"เขาการันตีฝีมือด้วยตำแหน่งนักเขียนบทมือทองค่ะคุณธันวา ถ้าพูดไม่คม ฉันคงไม่ยืนอยู่จุดนี้หรอก" พราวรุ้งเชิดหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิใจ รอยยิ้มยั่วเย้าปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง "ว่าไงคะ สถาปนิกหนุ่มผู้รักความสมบูรณ์แบบ จะลองแก้แบบตามที่ฉันแนะนำไหม หรือจะยอมรับความพ่ายแพ้แล้วพาฉันไปเลี้ยงกาแฟเป็นการไถ่โทษที่เมื่อกี้เกือบโดนแม่เข้าใจผิด"
ธันวายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้ใบหน้าหล่อเหลานั้นดูมีเสน่ห์ร้ายกาจจนคนมองใจกระตุก เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้าไปประชิดขอบโต๊ะฝั่งที่เธอ站อยู่ จนระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงแค่คืบเดียว
ดวงตาสีเข้มจ้องมองลึกล้ำเข้าไปในดวงตากลมโตของพราวรุ้ง ทำเอาลมหายใจของเธอสะดุดไปชั่วขณะ
"กาแฟผมเลี้ยงแน่ครับพราวรุ้ง..." ธันวาโน้มตัวลงกระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าและเปี่ยมด้วยความหมายลึกซึ้งทำเอาหัวใจคนฟังเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ "...แต่เรื่องแก้แบบแปลนเนี่ย ผมคงต้องขอคำปรึกษาจากคุณแบบ 'ตัวต่อตัว' ยาวๆ ทั้งคืนแล้วล่ะครับ เพราะดูท่าทาง... คุณนี่แหละ คือความผิดพลาดที่สวยงามที่สุดที่ผมควบคุมไม่ได้เลยจริงๆ"
พราวรุ้งตัวแข็งทื่อ ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อริมฝีปากของเขาอยู่ห่างจากแก้มเธอเพียงไม่กี่เซนติเมตร ความร้อนผ่าวแผ่ซ่านไปทั่วใบหน้าจนต้องรีบเบือนหน้าหนี แต่ยังไม่ทันที่เธอจะหาคำพูดไหนมาสวนกลับเพื่อรักษาฟอร์ม เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของธันดาก็แผדเสียงดังขึ้นลายประสานความเงียบ
ธันวาขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความขัดใจ เขาผละตัวออกห่างเพียงเล็กน้อยเพื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ แต่เพียงแค่กวาดสายตาผ่านตัวอักษรที่ปรากฏบนนั้น สีหน้าสุขุมนุ่มลึกของสถาปนิกหนุ่มก็แปรเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดทันที ดวงตาคมกริบฉายแววไหววูบอย่างที่พราวรุ้งไม่เคยเห็นมาก่อน
"ธันวา... ใครโทรมาเหรอคะ" พราวรุ้งเอถามด้วยความสงสัย เมื่อเห็นอาการแปลกไปของเขา
ธันวาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่งอยู่หลายวินาที ก่อนจะเอ่ยชื่อบุคคลที่โทรเข้ามาด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความหนักอึ้ง ซึ่งเป็นชื่อที่ทำให้บรรยากาศแสนหวานเมื่อครู่พังทลายลงในพริบตา...
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันมาตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับผม!
เซฟโซนของผมไม่ใช่ที่ที่คุณจะรุกล้ำ•ตอนที่ 5
รอยร้าวในแบบแปลน
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมไม่ใช่ที่ที่คุณจะรุกล้ำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!