เสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอของจินนี่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก แสงแฟลชจากสื่อมวลชนนับสิบตัวสาดส่องเข้ามาในห้องลองเสื้อวีไอพีจนสว่างวาบราวกับรันเวย์ยามค่ำคืน ร่างระหงของนางแบบสาวเบอร์หนึ่งก้าวเท้าเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าเรวิกา ส้นสูงสีแดงเพชรระยิบระยับหยุดนิ่ง ห่างจากปลายรองเท้าคัทชูสีดำของดีไซเนอร์สาวเพียงแค่คืบเดียวเท่านั้น
“ข้อเสนออะไรของเธอก็ตาม ฉันไม่มีเวลามาฟังหรอกนะคะ จิรดา” เรย์สวนกลับทันควัน นัยน์ตาสีเข้มฉายแววหงุดหงิดอย่างไม่ปิดบัง เธอปรายตามองผู้หญิงที่สูงศักดิ์กว่าในสายตาคนอื่น แต่สำหรับเธอแล้ว... จินนี่เป็นเพียงความวุ่นวายที่เข้ามาทำลายระเบียบอันสมบูรณ์แบบที่เธอเพียรสร้างขึ้น
“อุ๊ย ใจร้อนจังเลยนะคะ ดีไซเนอร์คนเก่ง...” จินนี่เอียงคอเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากเคลือบยาพิษถูกส่งให้คนตรงหน้า มือเรียวยาวภายใต้ถุงมือลูกไม้สีดำแตะลงบนราวแขวนผ้าที่มีชุดเดรสผ้าไหมซาตินสีดำสนิท ซึ่งเป็นผลงานชิ้นเอกที่เรย์ใช้เวลาปักคริสตัลด้วยมือตัวเองนานกว่าสามสัปดาห์ “ฉันแค่อยากจะบอกว่า... ชุดนี้ของเธอมันดู ‘พยายาม’ เกินไปหน่อยหรือเปล่าคะ? ทรงมันแข็งทื่อจนนึกว่าเอาสุ่มไก่มาตัดเย็บซะอีก”
ฮือฮา...
เสียงกระซิบกระซาบจากบรรดานักข่าวและทีมงานดังขึ้นระลอกใหญ่ ทุกสายตาจับจ้องมาที่เรย์เพื่อรอรับปฏิกิริยา
ในวงการแฟชั่น ไม่มีใครกล้าวิจารณ์ผลงานของเรวิกาต่อหน้าสื่อแบบนี้มาก่อน รอยยิ้มเย่อหยิ่งของจินนี่ไม่ได้ทำให้เรย์โกรธจนสั่นเทา... ตรงกันข้าม เลือดในกายของดีไซเนอร์สาวกลับเย็นเฉียบ ดวงตาคู่คมหรี่ลงเล็กน้อย รังสีความเยือกเย็นแผ่ซ่านออกมาจากตัวจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบ
เรย์ไม่ได้โวยวาย เธอกลับยกยิ้มมุมปากบ้าง เป็นรอยยิ้มที่ไร้ความอบอุ่นโดยสิ้นเชิง รอยยิ้มของนักล่าที่พร้อมจะขยี้เหยื่อให้แหลกคามือ
“ถ้าชุดที่ฉันตั้งใจทำด้วยความประณีตทุกลมหายใจ มันดูเหมือนสุ่มไก่ในสายตาของนางแบบที่เก่งแต่เดินส่ายสะโพกไปมา...” เรย์ก้าวเข้าไปประชิดตัวจินนี่โดยไม่เกรงกลัวความสูงที่ได้เปรียบกว่าของอีกฝ่าย ปลายจมูกแทบจะชนกันหากไม่ติดว่าจินนี่ต้องผงะถอยหลังไปครึ่งก้าวด้วยความตกใจ “งั้นก็แสดงว่ารสนิยมของคุณมันคงต่ำตมเกินกว่าจะเข้าใจงานศิลปะชั้นสูงแล้วล่ะค่ะ คุณจิรดา”
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ... บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดจนแทบจะจุดไฟติด จินนี่ชะงักไปชั่ววินาที ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความคาดไม่ถึงว่าผู้หญิงท่าทางเรียบร้อยคนนี้จะกล้าต่อปากต่อคำด้วยถ้อยคำเชือดเฉือนถึงเพียงนี้
แต่นางแบบสาวระดับท็อปมีหรือจะยอมเสียหน้า? จินนี่หัวเราะในลำคออีกครั้ง กลบเกลื่อนความประหลาดใจเมื่อครู่ด้วยความมั่น
“ปากจัดดีนี่คะ สมกับที่เป็นลูกสาวคนโปรดของตระกูลดัง แต่เสียดายนะ... ปากเก่งแค่ไหน ก็กู้สถานการณ์บนรันเวย์พรุ่งนี้ไม่ได้หรอกค่ะ เพราะชุดนี้... ฉันไม่ใส่”
พูดจบ จินนี่ก็สะบัดหน้าเตรียมจะเดินหนี ท่าทางเย่อหยิ่งและรอยยิ้มเยาะเย้ยนั่นคือฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้เรย์ตัดสินใจทำเรื่องบ้าบิ่นที่สุดในชีวิต
“ใครบอกว่าคุณจะได้ใส่ชุดนี้ล่ะคะ?”
เสียงราบเรียบแต่ทรงพลังรั้งฝีเท้าของจินนี่ไว้ เรย์หันขวับไปคว้ากรรไกรตัดผ้าสเตนเลสสตีลสีเงินวาววับที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานขึ้นมา ท่ามกลางเสียงอุทานด้วยความตกใจของบรรดานักข่าวที่พากันกดชัตเตอร์รัวๆ จนแสงแฟลชกระพริบถี่ระรัวราวกับพายุฝนฟ้าคะนอง
“คุณเรย์! จะทำอะไรน่ะคะ!” ผู้จัดการส่วนตัวของจินนี่ร้องเสียงหลง พยายามพุ่งเข้ามาห้ามแต่ถูกสายตาคมกริบของดีไซเนอร์สาวตวัดมองจนต้องชะงัก
เรย์ไม่ได้สนใจใครทั้งสิ้น เธอยืนประจันหน้ากับชุดเดรสซาตินสีดำที่แขวนอยู่ มือข้างหนึ่งกระชากเนื้อผ้าชั้นดีเข้ามาหาตัว ส่วนมืออีกข้างเงยกรรไกรขึ้นสูง... *แควก!*
เสียงคมกรรไกรตัดผ่านเนื้อผ้าซาตินราคาแพงดังสนั่นหวั่นไหว เศษผ้าสีดำขาดวิ่นร่วงลงสู่พื้นทีละชิ้น เรย์ลงมือตัดทอนโครงสร้างชุดที่เธอใช้เวลาออกแบบแรมเดือนต่อหน้าต่อตาสื่อมวลชนอย่างไร้ความเสียดาย ท่ามกลางเสียงฮือฮาและเสียงหวีดร้องด้วยความตกตะลึงของคนทั้งห้อง
จินนี่หันขวับกลับมามองภาพตรงหน้า ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างอย่างไม่อยากเชื่อสายตา นางแบบสาวก้าวเข้ามาหมายจะคว้ามือเรย์ไว้ แต่ช้าไปเสียแล้ว ชุดเดรสหรูหราถูกตัดขาดจนไม่เหลือชิ้นดี เหลือเพียงโครงร่างหลักที่ยับเยิน
“เธอ... เธอเสียสติไปแล้วหรือไง!” จินนี่อุทานเสียงหลง ใบหน้าที่เคยนิ่งสงบฉาบความตกใจอย่างปิดไม่มิด มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยยามชี้ไปที่ซากผ้า “นั่นมันชุดไฮไลท์ของโชว์พรุ่งนี้นะ!”
“ใช่ค่ะ มันเคยเป็น...” เรย์โยนกรรไกรลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น ดวงตาสีเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของจินนี่อย่างท้าทาย ไหล่บางเหยียดตรงอย่างสง่างามแม้ลมหายใจจะหอบถี่เล็กน้อย “ในเมื่อคุณบอกว่ามันเหมือนสุ่มไก่ และคุณไม่มีค่าพอจะใส่มัน ฉันก็จะทำลายมันทิ้งตรงนี้แหละค่ะ”
“แล้วเธอจะเอาอะไรให้ฉันใส่เดินโชว์พรุ่งนี้ฮะ!” จินนี่หมดมาดนางแบบผู้เย่อหยิ่ง เผลอเสียงดังใส่ด้วยความโมโหจนลืมภาพลักษณ์
เรย์ไม่ตอบทันที เธอหันหลังเดินกลับไปที่โต๊ะทำงาน หยิบม้วนผ้าไหมแก้วเนื้อบางเบาสีแดงเพลิงที่เก็บไว้สำหรับคอลเลกชันถัดไปขึ้นมา พาดมันไว้บนบ่าอย่างไม่ี่ใส่ใจ ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับนางแบบสาวตัวท็อปอีกครั้ง รอยยิ้มเย้ายวนแต่เย็นชาปรากฏขึ้นที่มุมปาก
“ก็แค่ทำใหม่... ต่อหน้าคุณนี่แหละค่ะ” เรย์เชิดคางขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลังสะท้อนก้องไปทั่วห้อง “คืนนี้ทั้งคืน ฉันจะทำให้คุณรู้ว่า... คนที่อีโก้สูงกว่าส้นสูงอย่างคุณ ไม่มีสิทธิ์มาดูถูกฝีมือของเรวิกาคนนี้จำไว้ด้วยนะคะ”
จินนี่อ้าปากค้าง สมองตื้อตันไปชั่วขณะกับความบ้าบิ่นและความอวดดีของดีไซเนอร์สาวตรงหน้า หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล ไม่ใช่เพราะความโกรธ... แต่เป็นเพราะประกายตาคู่นั้นที่ดุดัน ร้อนแรง และเย้ายวนจนน่ากลัว
ทว่า ก่อนที่ใครจะได้ทันเอ่ยคำพูดใดออกมาเพื่อทำลายความเงียบที่น่าอึดอัดนี้ เสียงปรบมือช้าๆ และทุ้มนุ่มก็ดังขึ้นจากทางประตูทางเข้าห้องวีไอพีที่ถูกเปิดออกโดยไม่มีการเคาะเตือน
“ช่างเป็นโชว์ที่เร้าใจดีแท้นะคะ... คุณเรวิกา”
เสียงหวานทุ้มที่เต็มไปด้วยเสน่ห์อันตรายเอ่ยขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงโปรดในชุดสูทสั่งตัดพิเศษที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงธรณีประตู เรย์และจินนี่หันขวับไปมองพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย และเมื่อใบหน้าภายใต้แสงไฟสลัวนั้นปรากฏชัดเจน... ลมหายใจของเรย์ก็สะดุดกึกทันที
เพราะผู้หญิงที่ก้าวเข้ามาใหม่ ไม่ใช่ใครอื่น... แต่คือคนที่เรย์พยายามหนีหน้ามาตลอดสามปีเต็ม
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนและฟินไปด้วยกันนะคะ สัญญาว่าจะพาไปแซ่บกันต่อในตอนหน้าแน่นอนค่ะ!
ดีไซน์เนอร์ขั้วตรงข้ามกับนางแบบสายฟาด•ตอนที่ 2
อีโก้ที่สูงกว่าส้นสูง
ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซน์เนอร์ขั้วตรงข้ามกับนางแบบสายฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!