เสียงปรบมือเบาๆ และรอยยิ้มเจื่อนของคณะกรรมการบริหารที่ก้าวเข้ามาในห้องสตูดิโอ ทำเอาบรรยากาศที่คุกรุ่นอยู่แล้ว ยิ่งอึดอัดเสียจนแทบหายใจไม่ออกค่ะ
"เกมสนุกหมดสนุกแค่นี้แหละค่ะคุณเรวิกา... เพราะคนอนุมัติงบโปรเจกต์นี้เขามาตรวจงานด้วยตัวเองแล้ว"
คำพูดทิ้งท้ายเมื่อครู่ของจิรดายังคงลอยเคว้งอยู่ในอากาศ พร้อมกับร่างระหงของนางแบบสาวเบอร์หนึ่งที่เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า แม้ภายนอกเธอจะดูมั่นใจและพราวเสน่ห์จนแทบจะสะกดทุกสายตาให้อยู่หมัด แต่สการ์เล็ตโรสรู้ดีค่ะว่า... ภายใต้รอยยิ้มทรงเสน่ห์และท่าโพสต์สุดเพอร์เฟกต์นั้น กล้ามเนื้อต้นขาด้านขวาของจินนี่กำลังสั่นระริกจากอาการบาดเจ็บเรื้อรังที่เธอพยายามซ่อนเร้นมันมาตลอดการฟิตติ้งยาวนานสามชั่วโมงเต็ม
เรวิกา หรือเรย์ ยืนกอดอกนิ่ง ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาดีไซน์เฉียบกวาดมองผู้มาใหม่สลับกับนางแบบสาวตัวท็อป ดีไซเนอร์สาวผู้รักความสมบูรณ์แบบเป็นชีวิตจิตใจไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงมุมปากหยักลึกที่ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างเย้ยหยันในแบบฉบับของเธอ
"ยินดีต้อนรับค่ะท่านประธาน... หวังว่าการตรวจงานกะทันหันในวันนี้ จะไม่ทำให้ทีมงานของดิฉันเสียสมาธิกับงานศิลปะที่กำลังสร้างสรรค์อยู่นะคะ" เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทว่าเฉียบคมจนผู้บริหารรุ่นใหญ่ถึงกับชะงักไปนิด ก่อนจะหัวเราะรơiออกมาแก้เก้อ
"ไม่หรอกครับคุณเรย์ ผมแค่อยากมาดูความคืบหน้าของคอลเลกชัน 'Eclipse' ที่ใครๆ ก็พูดถึง... ดูท่าทางวันนี้คุณจินนี่จะทุ่มเทกับงานไม่เบานะครับ เหงื่อซกเลยทีเดียว"
จิรดาคลี่ยิ้มหวานหยดย้อย ส่งสายตาพราวระยับที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดีให้ผู้บริหาร "เพื่อผลงานที่ดีที่สุดของแบรนด์เรา จินนี่เต็มที่อยู่แล้วค่ะท่าน... จริงไหมคะคุณดีไซเนอร์" ประโยคหลังเธอจงใจหันมาสบตากับเรย์ พร้อมกับทิ้งน้ำหนักตัวลงบนขาขวาโดยไม่รู้ตัว
พริบตานั้นเอง... สการ์เล็ตโรสสัมผัสได้ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว! ข้อเท้าของจินนี่เกิดอาการทรุดฮวบลงไปวูบหนึ่ง ร่างเพรียวบางเซถลาไปด้านข้างราวกับใบไม้ที่ขาดจากขั้ว ความตกใจฉายชัดขึ้นในแววตาคู่สวยที่เคยเต็มไปด้วยความมั่นใจ ทว่าในเสี้ยววินาทีแห่งความวิกฤตนั้น เรย์กลับเคลื่อนตัวเร็วกว่าความคิด มือเรียวภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นข้อศอก คว้าหมับเข้าที่เอวบางของนางแบบสาวได้อย่างทันท่วงที แรงเหวี่ยงทำให้ร่างของทั้งคู่แนบชิดติดกันจนแทบไม่เหลือช่องว่าง
กลิ่นน้ำหอมแบรนด์ดังลอยวนปะทะจมูก เรย์ก้มมองคนในอ้อมแขนที่ตอนนี้ลมหายใจสะดุดกึก ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจปนประหลาดใจ ส่วนเรย์... ดวงตาคมคายคู่นั้นกวาดมองสำรวจใบหน้าเนียนใสที่เม็ดเหงื่อผุดพราย และเลื่อนต่ำลงไปยังเรียวขาภายใต้กางเกงสลิดเข้ารูปที่สั่นน้อยๆ ของอีกฝ่าย
เรย์เห็น... เรย์เห็นทุกอย่างชัดเจนว่าอาการบาดเจ็บของจิรดากำลังเล่นงานเธออย่างหนักหนสาหัส
"อุ๊ย... ขอบคุณค่ะคุณเรย์ ดูเหมือนฉันจะยืนนานเกินไปหน่อย ขาเลยไม่มีแรงซะดื้อๆ" จิรดารีบตั้งสติ ผละตัวออกจากอ้อมแขนของดีไซเนอร์สาวทันที พร้อมกับฝืนยืนด้วยรอยยิ้มที่เป็นมืออาชีพที่สุด เธอแสร้งทำเป็นจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่เพื่อกลบเกลื่อนความเซ่อซ่าเมื่อครู่ โดยมีสายตาของคณะกรรมการมองด้วยความห่วงใยปนสงสัย
"ไม่เป็นไรค่ะคุณจินนี่ อาการ 'ยืนไม่ตรง' นี่มันแก้หายยากจริงๆ นะคะ ถ้าไม่มีคนคอยพยุงไว้... คุณอาจจะล้มลงไปนอนกองกับพื้นต่อหน้าท่านประธานให้เสียชื่อนางแบบเบอร์หนึ่งเอาได้" เรย์จงใจเน้นเสียงคำว่า *ยืนไม่ตรง* พร้อมกับจ้องลึกลงไปในดวงตาคู่สวยของจินนี่ แววตาของดีไซเนอร์สาวเต็มไปด้วยความเยียบเย็นและท2นคำท้าทาย
จิรดาเม้มริมฝีปากแน่นอย่างขัดใจ เธอนึกหมั่นไส้รอยยิ้มมุมปากของเรย์เหลือเกิน ยัยดีไซเนอร์ปากร้ายคนนี้รู้ทันเธอแน่ๆ เรย์เห็นตอนที่เธอเกือบจะล้ม และเรย์ก็รู้ว่าเكกำลังบาดเจ็บ แต่สิ่งที่ทำให้จิรดารู้สึกหงุดหงิดยิ่งกว่าคือ... ทำไมเรย์ถึงเลือกที่จะไม่พูดมันออกมาตรงๆ ต่อหน้าผู้บริหาร? ทำไมเรย์ถึงเลือกที่จะช่วยเธอไว้เงียบๆ โดยไม่ฉีกหน้าเธอกลางกองถ่าย?
"ขอบคุณสำหรับความหวังดีค่ะคุณเรวิกา แต่คนอย่างจิรดา ต่อให้ขาหักก็ยังเดินแบบให้คุณดูจนจบงานได้สบายๆ" จิรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงกระซิบเบาๆ ที่ได้ยินกันแค่สองคน ใบหน้าเชิดขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ว่าตอนนี้เม็ดเหงื่อเย็นๆ จะเริ่มผุดขึ้นตามไรผมจากความเจ็บแปลบที่ข้อเท้าแล้วก็ตาม
"ปากเก่งได้ตลอดเวลาจริงๆ นะคะ... หวังว่าจะเก่งได้ตลอดรอดฝั่งจนถึงวันโชว์จริงก็แล้วกัน" เรย์กระซิบตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่แนบชิดริมหูของนางแบบสาว จนจิรดาเผลอขนลุกซู่ไปกับสัมผัสและไอร้อนจากลมหายใจที่รินรดอยู่ใกล้ชิด กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกับความเย็นชาที่เป็นเอกลักษณ์ของเรย์ ทำให้หัวใจดวงน้อยๆ ของนางแบบสาวกระตุกวูบอย่างไม่น่าให้อภัย
"เอ่อ... ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด งั้นผมขอตัวไปคุยเรื่องงบประมาณเพิ่มเติมกับทางฝ่าย 3D ก่อนนะครับ เชิญพวกคุณทำงานกันต่อตามสบาย" ท่านประธานเอ่ยแทรกขึ้นมาท่ามกลางบรรยากาศที่ประจุไฟฟ้ากำลังแล่นพล่านระหว่างสองสาว ก่อนที่คณะผู้บริหารทั้งหมดจะพากันเดินเลี่ยงออกไปจากสตูดิโอ ปล่อยให้ทั้งคู่ยืนเผชิญหน้ากันลำพังท่ามกลางทีมงานที่กำลังวุ่นวายกับการเก็บอุปกรณ์
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงเพลงคลอเบาๆ จากลำโพงในห้องแต่งตัว จิรดาย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อจะถอดรองเท้าส้นสูงออกด้วยความโล่งอก ทว่าทันทีที่น้ำหนักกดลงไปที่ข้อเท้าขวา ความเจ็บปวดก็แล่นริ้วขึ้นมาจนเธอเผลอหลุดเสียงครางฮือออกมาเบาๆ
"โอ๊ย..."
ร่างบางทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นสตูดิโออย่างหมดท่า คราวนี้ไม่มีการเก๊กสวยหรือปั้นหน้ามั่นใจอีกต่อไป มีเพียงใบหน้าที่เหเกeด้วยความเจ็บปวดและดวงตาคู่สวยที่เริ่มคลอไปด้วยหน่วยน้ำใสๆ ความดื้อรั้นทิฐิที่เคยมีมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความเปราะบางที่ผู้หญิงคนหนึ่งพยายามปกปิดมาตลอด
เรย์ที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่เงียบๆ ถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างนึกระอา ปากบอกว่าไม่เป็นไร แต่ลับหลังกลับทรุดลงไปนั่งกับพื้นซะอย่างนั้น ดีไซเนอร์สาวก้าวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยฝีเท้าสม่ำเสมอ เธอย่อตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งลงบนพื้นพรมราคาแพง ก่อนจะเอื้อมมือไปแตะที่ข้อเท้าเรียวที่เริ่มบวมแดงช้ำอย่างเบามือ
"ดื้อด้าน... ปากดี... แล้วก็โง่เง่าสิ้นดีค่ะคุณจิรดา" เรย์เอ่ยตำหนิด้วยน้ำเสียงที่แม้จะเจือแววต่อว่า แต่กลับไม่มีความรุนแรงหลงเหลืออยู่เลย สัมผัสจากปลายนิ้วเรียวที่นวดคลึงเบาๆ บริเวณข้อเท้าช่วยบรรเทาความเจ็บปวดลงไปได้บ้างอย่างน่าประหลาด
จิรดาน้ำตาคลอเบ้า เธอนอนแผ่หลาอยู่บนพื้นห้อง พยายามจะชักเท้ากลับแต่ก็สู้แรงของอีกฝ่ายไม่ได้ "นี่... คุณมาว่าฉันโง่ได้ยังไง ถ้าร่างกายฉันพัง งานของคุณก็พังเหมือนกันนั่นแหละคุณเรย์"
"รู้ตัวก็ดีค่ะ..." เรย์เงยหน้าขึ้นสบตากับนางแบบสาว ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ตอนนี้ใกล้ชิดกันเสียจนลมหายใจอุ่นๆ ปะทะกัน แววตาเย็นชาที่เคยมีในตอนแรกแปรเปลี่ยนเป็นความลึกล้ำบางอย่างที่ทำเอาหัวใจของจิรดาสั่นไหวอย่างรุนแรง "แต่ที่คุณยอมเจ็บตัวฝืนทนอยู่แบบนี้... มันเพราะงานของฉัน หรือเพราะอะไรกันแน่คะคุณนางแบบสายฟาด"
คำถามทิ่มแทงที่ซ่อนความนัยบางอย่างทำเอาจิรดาพูดไม่ออก เธอนิ่งอ้างว้างไปชั่วขณะ หัวใจเต้นรัวระรัวยิ่งกว่าตอนเดินอยู่บนรันเวย์เสียอีก เรย์โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนริมฝีปากหยได้รูปห่างจากแก้มเนียนเพียงแค่คืบ
ทว่า... ก่อนที่บรรยากาศหวานอมเปรี้ยวชวนใจเต้นระทึกจะได้ดำเนินต่อไป เสียงประตูสตูดิโอเปิดผางออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงฝีเท้าเร่งรีบและน้ำเสียงตื่นตระหนกของผู้จัดการส่วนตัวที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา
"จินนี่! แย่แล้วแก! สื่อออนไลน์เพิ่งปล่อยข่าวเม้าท์แซ่บว่านางแบบเบอร์หนึ่งกำลังจะโดนปลดเพราะอาการบาดเจ็บเรื้อรัง แถมตอนนี้แฮชแท็ก #นางแบบจอมลวงโลก กำลังติดเทรนด์อันดับหนึ่งแล้วนะ!"
เรย์ชะงักค้างในท่าทางที่กำลังโน้มตัวเข้าหาจิรดา ส่วนจิรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีดกับข่าวร้ายที่โถมเข้ามาในเวลาเดียวกัน สองสาวหันขวับไปมองหน้ากันในความเงียบงันที่น่ากลัว... ก่อนที่เรย์จะค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าสวยเฉี่ยวกลับมาเรียบนิ่งเยียบเย็นอีกครั้ง ดวงตาสีเข้มคมกริบหันไปมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือของผู้จัดการที่ยื่นสั่นเทาเข้ามาให้ดู พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่จิรดาเคยเห็นมา
"หึ... ข่าวไวดีนี่คะ..." เรย์แค่นหัวเราะเบาๆ ก่อนจะหันกลับมามองจิรดาที่ยังคงนั่งอยู่บนพื้น แล้วเอ่ยประโยคที่ทำเอาคนฟังถึงกับเลือดขึ้นหน้า "ในเมื่อเกมมันสนุกขนาดนี้... งั้นเรามาดูกันค่ะว่าระหว่างข้อเท้าที่พังของคุณ กับชื่อเสียงของดีไซเนอร์อย่างฉัน ใครจะรอดไปจากข่าวฉาวนี้ก่อนกัน!"
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความแซ่บและปมร้อนๆ ไปด้วยกันนะคะ รักที่สุดค่ะ! - สการ์เล็ตโรส
ดีไซน์เนอร์ขั้วตรงข้ามกับนางแบบสายฟาด•ตอนที่ 5
รอยร้าวในความสมบูรณ์แบบ
ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซน์เนอร์ขั้วตรงข้ามกับนางแบบสายฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!