เสียงประตูห้องแต่งตัววีไอพีปิดสนิท พร้อมกับกลิ่นอายความกดดันที่ลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศราวกับมีประจุไฟฟ้าสถิต เรวิกากอดอกมองร่างระหงของนางแบบสาวตัวท็อปที่กำลังทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หน้ากระจกด้วยท่าทางที่พยายามฝืนควบคุมอย่างเต็มที่ แต่มีหรือที่สายตาคมกริบระดับดีไซเนอร์ผู้มองเห็นทุกรายละเอียดของความสมบูรณ์แบบจะมองไม่เห็นความสั่นเทาที่ปลายนิ้วคู่นั้น
"เลิกเก๊กแล้วยอมรับความจริงสักทีเถอะค่ะ คุณจิรดา" เรย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เย็นชา และบาดลึกตามสไตล์คนปากจัดที่มักจะซ่อนความห่วงใยไว้ใต้คำพูดเชือดเฉือน "ถ้าเดินบนรันเวย์ด้วยสภาพข้อเท้าที่บวมเปล่งแบบนั้น งานแฟชั่นโชว์คอลเลกชันนี้ของฉันคงพังไม่เป็นท่าเพราะความดื้อรั้นของคุณ"
จินนี่หันขวับมามองดีไซเนอร์สาวคนเก่ง ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววพยศและดื้อรั้นเต็มพิกัด เธอกัดริมฝีปากแน่นจนแทบห้ามเลือดไว้ไม่อยู่ ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาจากข้อเท้าขวาที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้รองเท้าผ้าใบหนาเตอะ แต่มิอาจเทียบเท่ากับความเจ็บใจที่ถูกอีกฝ่ายจับไต๋ได้คาหนังคาเขา
"ใครดื้อรั้นกันคะคุณเรวิกา... ฉันเดินแบบมืออาชีพพอค่ะ เรื่องแค่นี้..." จินนี่พยายามจะลุกขึ้นยืนเพื่อพิสูจน์ความแข็งแกร่ง แต่ทว่าทันทีที่น้ำหนักตัวทิ้งลงไปบนขาข้างนั้น ความเจ็บแปลบก็แล่นพล่านจนเธอเซถลาเกือบล้มลงไปกองกับพื้น
ไวเท่าความคิด เรย์ก้าวเข้าไปประช้าตัวคว้าเอวบางเอาไว้ได้ทัน ท่อนแขนเรียวรั้งร่างของนางแบบสาวให้แนบชิดกับอกอ้อมแขนของเธออย่างไม่ทันตั้งตัว กลิ่นน้ำหอมเฉพาะตัวที่คุ้นเคยปะทะเข้ากับจมูกท่ามกลางความเงียบที่น่าอึดอัด ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงจนเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น หัวใจของจินนี่กระตุกวูบอย่างแรง ไม่ใช่เพราะความเจ็บที่ข้อเท้า แต่เป็นเพราะความใกล้ชิดที่อันตรายเกินต้านทานนี้
"มืออาชีพเขาไม่ฝืนสังขารจนเป็นภาระให้คนอื่นหรอกนะคะ" เรย์กระซิบชิดริมหูกลิ่นอายความดุเจืออยู่ในน้ำเสียงทุ้มต่ำ แต่นัยน์ตาคู่คมที่มองสบตากลับไหววูบอย่างปิดไม่มิดเมื่อปลายนิ้วของเธอเผลอสัมผัสโดนความร้อนผ่าวบริเวณข้อเท้าที่บวมช้ำผ่านเนื้อผ้า
จินนี่เม้มปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน หล่อนเบือนหน้าหนีสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยแต่ปากแข็งนั้น "ปล่อยค่ะ... ฉันจัดการตัวเองได้ คุณไม่ต้องมาทำเป็นใจดีหรอก เราร่วมงานกันด้วยผลประโยชน์ ไม่ใช่ความเวทนา"
"ฉันไม่ได้เวทนา!" เรย์เสียงเข้มขึ้นโดยอัตโนมัติ ความหงุดหงิดพุ่งพล่านเมื่อถูกมองเจตนาดีเป็นเรื่องไร้สาระ มือเรียวเปลี่ยนจากการพยุงเป็นการย่อตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งกับพื้นห้องอย่างไม่ถือตัว นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปจับเชือกผูกรองเท้าผ้าใบของจินนี่อย่างถือวิสาสะ
"นี่คุณจะทำอะไรคะ!" จินนี่ตกใจหน้าตาตื่น พยายามจะดึงขาหนีแต่เรย์จับข้อเท้าไว้มั่นด้วยเรียวแรงที่คาดไม่ถึง
"อยู่นิ่งๆ ค่ะ ถ้าไม่อยากให้ขาข้างนี้ใช้งานไม่ได้ไปตลอดชีวิต" เรย์เงยหน้าขึ้นมองด้วยสายตาคาดคั้นที่ดุจนน่ากลัว น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาดทำให้จินนี่ชะงักงัน ยอมจำนนต่ออำนาจมืดโดยปริยาย
เรย์บรรจงถอดรองเท้าผ้าใบออกอย่างระมัดระวัง เผยให้เห็นข้อเท้าเรียวงามที่บวมเป่งและเริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วงช้ำอย่างน่ากลัว ภาพนั้นทำให้หัวใจของดีไซเนอร์สาวกระตุกวูบ ความโกรธที่นางแบบสาวปิดบังอาการบาดเจ็บเพื่อขึ้นโชว์ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่วิ่งพล่านในอก... ความเจ็บปวดของอีกฝ่าย ทำไมมันถึงทำให้เธอรู้สึกร้อนรุ่มราวกับไฟลนแบบนี้นะ
"เจ็บขนาดนี้... ปกปิดมันมาได้ยังไงตั้งหลายวันคะ?" เรย์เอ่ยถามเบาลง น้ำเสียงเจือความตัดพ้อโดยไม่รู้ตัว นิ้วเรียวแตะลงเบาๆ ที่ผิวเนื้อรอบรอยช้ำอย่างเบามือที่สุด
จินนี่สะดุ้งเล็กน้อยจากความเจ็บปวด แต่สายตากลับทอดมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเรย์ที่กำลังก้มหน้าก้มตาจัดการกับอาการบาดเจ็บของเธอด้วยความใส่ใจ แสงไฟนีออนสลัวในห้องแต่งตัวขับให้ผิวเนียนละเอียดดูเปล่งประกาย ท่าทางที่ปกติมักจะเชิดหยิ่งและเย่อหยิ่งเสมอเวลาอยู่ในโหมดทำงาน บัดนี้กลับอ่อนโยนและจริงจังจนน่าใจหาย
"ถ้าฉันบอก... คุณก็จะถอดฉันออกจากรันเวย์สิคะ" จินนี่ตอบเสียงแผ่วเบa ความมั่นใจที่เคยมีมลายหายไปเหลือเพียงความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ข้างใน "นี่คือโชว์สำคัญที่สุดในชีวิตการเป็นนางแบบของฉัน... ฉันยอมพลาดไม่ได้เด็ดขาด แม้จะต้องแลกด้วยขาข้างนี้ก็ตาม"
เรย์เงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย ดวงตากลมโตคู่นั้นเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำใสๆ ที่พยายามกลั้นไว้ไม่ให้ไหลลงมา ความดื้อรั้นที่แสนเปราะบางนี้ช่างทิ่มแทงหัวใจของคนปากแข็งอย่างเรวิกาเสียเหลือเกิน
"โง่ที่สุด..." เรย์พึมพำเสียงเบา โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนหน้าผากเกือบชิดกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนรดรินรดกันและกัน "งานแฟชั่นโชว์จัดขึ้นมาได้อีกเป็นร้อยครั้ง แต่ร่างกายของคุณมีแค่ร่างเดียว... จิรดา คุณนี่มันหาเรื่องให้ฉันปวดหัวได้ไม่เว้นแต่ละวันเลยจริงๆ"
จินนี่ใจเต้นรัวจนแทบหลุดออกมานอกอก ระยะห่างที่ใกล้ชิดจนเกินขอบเขตทำให้สติสัมปชัญญะของเธอเริ่มพร่าเลือน กลิ่นกายหอมสะอาดผสมผสานกับความอบอุ่นจากมือของเรย์ที่ยังคงกุมข้อเท้าเธอไว้นั้นสร้างแรงดึงดูดประหลาดที่ไม่อาจปฏิเสธได้
"ถ้าฉันไม่ได้เดิน... คุณจะเสียดายไหมล่ะคะ" จินนี่กระซิบถามเสียงสั่น แววตาคู่สวยฉายความท้าทายปนออดอعมเล็กน้อย "หรือว่า... คุณแคร์ผลงานมากกว่าตัวฉันกันแน่?"
เรย์ชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกريบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตราวกับต้องการค้นหาความหมายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังคำถามนั้น มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความเยعชาหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความหมายลึกซึ้งที่ทำให้อุณหภูมิในห้องสูงขึ้นอย่างกะทันหัน
"ถ้าบอกว่าแคร์คุณมากกว่าเสื้อผ้าบนรันเวย์..." เรย์จงใจเว้นจังหวะ น้ำเสียงทุ้มพร่ากระซิบชิดริมฝีปากนุ่ม "คุณจะเชื่อความปากจัดของฉันไหมล่ะคะ?"
จินนี่ลมหายใจสะดุด สมองขาวโพลนไปหมด หัวใจเต้นระรัวจนแทบไม่เป็นจังหวะเมื่อริมฝีปากของเรย์ขยับเข้ามาใกล้จนแทบจะสัมผัสกัน บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็ง เหลือเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่ดังแข่งกันในความเงียบงัน
ทว่า... ก่อนที่ริมฝีปากของทั้งสองจะแนบชิดสนิทกันตามแรงดึงดูดอันร้อนแรง
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงบิดลูกบิดประตูที่ดังลั่นตามมาติดๆ
"คุณเรย์คะ! แบรนด์แอมباسซาเดอร์มาถึงแล้วค่ะ รีบออกมาดูความเรียบร้อยด่วนเลยนะคะ!" เสียงผู้จัดการส่วนตัวตะโกนดังลอดเข้ามาพร้อมกับประตูที่กำลังถูกผลักเปิดออกโดยที่ไม่มีการรอให้เจ้าของห้องอนุญาตแม้แต่น้อย!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและสนับสนุนผลงานของสการ์เล็ตโรสเสมอนะคะ
ดีไซน์เนอร์ขั้วตรงข้ามกับนางแบบสายฟาด•ตอนที่ 11
ความลับที่กักเก็บไว้
ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซน์เนอร์ขั้วตรงข้ามกับนางแบบสายฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!