กลิ่นอายความหอมกรุ่นของกาแฟคั่วเข้มผสมผสานกับกลิ่นโคโลญจน์ราคาแพงลอยวนอยู่ในอากาศแคบๆ ของห้องแต่งตัววีไอพี แรงสั่นสะเทือนจากข้อความแจ้งเตือนในสมาร์ทโฟนบนโต๊ะเครื่องแป้งดังขึ้นไม่ขาดสาย ตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันสว่าง ข่าวหน้าหนึ่งของทุกสำนักพิมพ์และโซเชียลมีเดียทุกแพลตฟอร์มต่างพากันประโคมภาพเหตุการณ์เมื่อคืนนี้ ภาพที่ริมฝีปากของซูเปอร์โมเดลเบอร์หนึ่งแนบสนิทอยู่บนกลีบปากของดีไซเนอร์สาวผู้รักความสมบูรณ์แบบ ท่ามกลางแสงแฟลชที่สาดกระหน่ำราวกับพายุ
เรวิกากดล็อกหน้าจอโทรศัพท์มือถือด้วยความหงุดหงิด นิ้วเรียวยาวที่มักจะวาดลวดลายบนกระดาษสเกตช์ชุด haute couture อย่างมั่น
คง กลับกำลังสั่นระริกด้วยความกรุ่นโกรธ ปนเปกับความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่เธอพยายามปัดตกไปตั้งแต่ลืมตาตื่น
"คุณจะนั่งทำหน้ายักษ์ใส่หน้าจอโทรศัพท์แบบนั้นไปอีกนานแค่ไหนคะ, เรย์?"
เสียงทุ้มต่ำติดจะเย้าแหย่ดังขึ้นจากมุมห้อง จินนี่ก้าวเท้าออกมาจากห้องน้ำด้วยชุดคลุมอาบน้ำสีขาวสะอาดตา เส้นผมเปียกชื้นลู่แนบกรอบหน้าสวยเฉี่ยวที่ไร้เครื่องสำอาง ทว่ากลับดูเย้ายวนใจอย่างร้ายกาจจนคนมองต้องรีบเบือนหน้าหนี
เรวิกาตวัดสายตาคมกริบกลับไปทันที ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง "คุณยังมีหน้ามาถามอีกเหรอคะ, จิรดา? ใครใช้ให้คุณทำบ้าๆ แบบนั้นต่อหน้าสื่อ! คุณรู้ไหมว่าตอนนี้ข่าวออกไปถึงไหนแล้ว?"
จินนี่หัวسเราะในลำคอเบาๆ ก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะเครื่องแป้งทีละก้าวอย่างไม่เกรงกลัว รัศมีคุกคามจากนางแบบสาวทำเอาเรวิกาต้องเอนตัวถอยหลังโดยอัตโนมัติ ทว่าสะโพกกลับชนเข้ากับขอบโต๊ะจนหนีไปไหนไม่ได้
"ก็แค่จูบสยบข่าวลือ... หรือว่าคุณไม่ชอบล่ะคะ?" จินนี่โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน เรวิการับรู้ได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่เจือกลิ่นมินต์จางๆ หัวใจเจ้ากรรมในอกข้างซ้ายกลับเต้นรัวผิดจังหวะเสียอย่างนั้น
"มันเกินขอบเขตงานค่ะ" เรวิกาเชิดหน้าขึ้น พยายามดึงความเย็นชาและกำแพงน้ำแข็งทั้งหมดกลับมาปกป้องตัวเอง "เราตกลงกันแค่เรื่องโปรเจกต์ ไม่ใช่การมาสร้างเรื่องฉาวโฉ่ให้ฉันต้องปวดหัวกับพวกนักข่าว"
"แต่ฉันสนุกนะคะ" จินนี่กระซิบชิดริมฝีปากของดีไซเนอร์สาว ดวงตากลมโตคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความท้าทาย "แล้วเมื่อคืน... ฉันก็มั่นใจว่าเรย์เองก็ไม่ได้ผลักไสฉันเหมือนกันนี่คะ"
คำพูดนั้นราวกับลูกศรที่พุ่งตรงเข้ากลางใจ เรวิการ้อนผ่าวไปทั่วทั้งใบหน้า ไม่ใช่เพราะความโกรธ... แต่เป็นเพราะมันคือความจริง เมื่อคืนนี้ หลังจากรสจูบร้อนแรงที่พรากสติของเธอไปชั่วขณะ เธอกลับเผลอไผลปล่อยให้ปลายนิ้วเรียวของตัวเองสอดเข้าไปสัมผัสกลุ่มผมนุ่มของอีกฝ่ายอย่างลืมตัว
เรวิกาเม้มปากแน่น ไม่อาจหาข้อแก้ตัวใดๆ มาโต้แย้งได้ ท่าทีเงียบงันและดวงตาที่ไหววูบไปชั่วขณะทำให้จินนี่ยิ่งได้ใจ รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากสวย
"เห็นไหมล่ะคะว่าเราเคมีเข้ากันแค่ไหน... ทั้งในเรื่องงานดีไซน์และเรื่องบน..."
"หยุดพูดจาไร้สาระแล้วไปแต่งตัวซะค่ะ!" เรวิกาตัดบทเสียงแข็ง ใบหน้าร้อนผ่าวจนลามไปถึงใบหู มือบางผลักไหล่ลาดของนางแบบสาวให้ออกห่าง ก่อนจะลุกพรวดขึ้นยืนเต็มความสูง "วันนี้เรามีนัดเข้าประชุมกับบอร์ดบริหารเรื่องคอลเลกชันใหม่ ถ้าคุณยังไม่อยากโดนเฉดหัวออกจากโปรเจกต์นี้ ก็กรุณาทำตัวให้เป็นมืออาชีพเสียที"
จินนี่ไหล่งอเล็กน้อยอย่างไม่ยี่หระ เธอส่งยิ้มหวานหยดที่ชวนให้คนมองหมั่นไส้ที่สุดในสามโลก "รับทราบค่ะท่านดีไซเนอร์คนเก่ง แต่ไม่ว่าคุณจะพยายามตีOนออกห่างแค่ไหน... ความจริงที่ว่าเราจูบกันไปแล้วเมื่อคืน ก็ไม่มีวันลบเลือนหรอกนะคะ"
ทิ้งท้ายไว้แค่นั้น นางแบบสาวก็หมุนตัวเดินกลับเข้าไปในห้องแต่งตัวด้วยท่าทางเยื้องย่างชวนมอง ปล่อยให้เรวิกายืนหายใจติดขัดอยู่ลำพังหน้าโต๊ะกระจก
เรวิกายกมือขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองโดยไม่รู้ตัว ความนุ่มนวลและรสชาติหวานล้ำจากเหตุการณ์เมื่อคืนยังคงติดตรึงอยู่ปลายประสาทสัมผัส มันไม่ใช่แค่การแสดงเพื่อตบตาสื่อ... มันมีความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งและอันตรายเกินกว่าที่ผู้หญิงอย่างเธอจะรับมือไหว
เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง ทั้งคู่นั่งรถคันเดียวกันมุ่งหน้าสู่ตึกใหญ่ใจกลางเมือง บรรยากาศภายในรถเงียบเชียบแต่เต็มไปด้วยกระแสความอึดอัดที่ประตูกั้นความรู้สึกระหว่างกัน จินนี่นั่งไขว่ห้างอยู่เบาะหลัง สายตาทอดมองทิวทัศน์ข้างทางอย่างสบายอารมณ์ ผิดกับเรวิการingที่นั่งเกร็งหลังตรงแน่ว จ้องมองหน้าจอแท็บเล็ตในมือแต่สมองกลับว่างเปล่า
ทันทีที่รถเลี้ยวเข้าจอดหน้าอาคารสำนักงานใหญ่ แสงแฟลชจากบรรดาสื่อมวลชนที่มารออยู่ก่อนแล้วก็สว่างวาบขึ้นราวกับงานพรมแดง เรวิกากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอลืมไปสนิทว่าข่าวเมื่อคืนรุนแรงแค่ไหน และวันนี้พวกเขากำลังเดินเข้าสู่รังแตน
"พร้อมไหมคะ, คุณดีไซเนอร์?" จินนี่เอ่ยถามเบาๆ พร้อมกับยื่นมือเรียวมาตรงหน้า ราวกับจะบอกเป็นนัยว่าเธอพร้อมจะเผชิญหน้ากับทุกอย่างไป100%
เรวิกาเหลือบมองมือนั้น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ เธอสูดลมหายใจเข้าลึก
ๆ ดึงความเยือกเย็นทั้งหมดกลับคืนมา แล้วเอื้อมมือไปวางทาบบนฝ่ามืออุ่นของนางแบบสาวอย่างจำยอม
ประตูรถถูกเปิดออก เสียงชัตเตอร์ดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมกับคำถามนับร้อยที่ละล่ำละลักเข้ามา ทว่าในวินาทีที่ก้าวขาลงจากรถและกำลังจะก้าวเดินเคียงคู่กันนั้นเอง...
ร่างสูงโปรดของใครบางคนในชุดสูทสั่งตัดเนี๊ยบกริบก็ก้าวออกมาจากล็อบบี้ตึก พร้อมกับรอยยิ้มเย็นชาที่ทำให้เรวิกาต้องชะงักกึกจนเลือดในกายเย็นเฉียบ
"สวัสดีครับคุณเรย์... ไม่คิดเลยนะครับว่าดีไซเนอร์ผู้สูงส่ง จะมีรสนิยมชอบกินของเหลือจากคนอื่นแบบนี้ด้วย"
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะคะ สการ์เล็ตโรสสัญญาว่าตอนหน้าจะแซ่บและฟินพริกร้อยเม็ดแน่นอนค่ะ!
ดีไซน์เนอร์ขั้วตรงข้ามกับนางแบบสายฟาด•ตอนที่ 7
เช้าวันใหม่ที่ไม่เหมือนเดิม
ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซน์เนอร์ขั้วตรงข้ามกับนางแบบสายฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!