คุณบรรณาธิการสายดุกับนักเขียนมือใหม่ที่ชอบเถียง•ตอนที่ 5

นัดประชุมแบบตัวเป็นๆ

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
"บอกแล้วไงคะว่าร้านกาแฟฝั่งตรงข้ามสำนักพิมพ์มันจอแจเกินกว่าจะมีสมาธิคุยงาน... แล้วนี่คุณเล่นยืนเด่นเป็นเสาไฟฟ้าแรงสูงกลางร้านแบบนั้น ตั้งใจจะเรียกลูกค้าหรือตั้งใจจะมาขโมยซีนบก.กันแนคะเนี่ย" เสียงกระซิบที่ติดจะตื่นเต้นนิดๆ แต่พยายามดัดให้ห้วนที่สุดดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับแรงสะกิดเบาๆ ที่หัวไหล่ ทำให้ธันวาที่กำลังยืนกอดอกทำหน้าเคร่งเครียดอยู่หน้าเคาน์เตอร์ร้านคาเฟอinology ถึงกับสะดุ้งเล็กน้อย เขาหันขวับกลับไปมองด้วยสายตาคมกริบตามสัญชาตญาณมนุษย์งานผู้เคร่งเครียดกับเดดไลน์ แต่แล้ว... คำพูดทุกคำก็ติดอยู่ที่ลำคอเมื่อได้สบตาเข้ากับเจ้าของเสียง ให้ตายเถอะ... นี่น่ะเหรอ "มินนี่" นักเขียนสาวจอมกวนประสาทที่ชอบส่งสติกเกอร์รูปแมวกวนๆ มาเถียงเขาฉอดๆ ทุกวันผ่านหน้าจอแชต? ร่างบางในชุดเดรสยาวสีครีมละมุนตาคล้ายตัวละครในนิยายโรแมนติก ยืนกะพริบตาปริบๆ อยู่ตรงหน้า ใบหน้าเรียวเล็กแต่งแต้มเครื่องสำอางบางเบาดูเป็นธรรมชาติจนแทบจะจับไม่ได้ เส้นผมสีน้ำตาลประกายบลอนด์ยาวสลวยถูกรวบครึ่งศีรษะประดับด้วยโบว์สีเอิร์ธโทนเข้ากัน ทว่าสิ่งที่สะดุดตาที่สุดไม่ใช่ความน่ารักระดับสิบแปดกะรัตนั้น... แต่เป็นรอยยิ้มเจ้าเลนิดๆ ที่มุมปาก กับสมุดบันทึกปกสีน้ำตาลเล่มคุ้นตาที่เธอถือแนบอกไว้แน่นเสียยิ่งกว่าไข่ในหิน "มองนานขนาดนี้ จะคิดค่าลิขสิทธิ์สายตาเพิ่มเป็นบรรทัดละร้อยบาทแล้วนะคะ คุณบรรณาธิการสายดุ" มินนี่เอ่ยทักก่อนด้วยน้ำเสียงติดตลกเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า ดวงตากลมโตฉายแววซุกซนแต่พวงแก้มทั้งสองข้างกลับขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด—หลักฐานชั้นดีว่าเธอเองก็ไม่ได้นิ่งสงบอย่างที่ปากพูดเลยสักนิด ธันวาแกล้งกระแอมไอเบาๆ เพื่อเรียกสติ ปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นบก.มาดขรึมผู้ไร้ความปรานีตามความเคยชิน แม้ว่าในอกข้างซ้ายตอนนี้จังหวะการเต้นของหัวใจมันจะรัวเร็วจนผิดมนุษย์มนาไปเสียแล้ว "ผมไม่ได้มองเพราะชื่นชมหรอกครับ... อ้อ ขอโทษที ติดปากพิมพ์จากในแชต" เขาแก้ไขคำพูดแทบไม่ทันเมื่อเผลอใช้สรรพนามเดิม "ผมหมายถึง... ผมแค่มองว่าคุณแต่งตัวผิดระเบียบการประชุมสำนักพิมพ์ไปหน่อย ชุดนี้เหมือนคุณจะไปเดทมากกว่ามาส่งต้นฉบับตอนที่ห้าปรับปรุงใหม่นะ" "อ้าว! บก.คะ นี่วันเสาร์นะคะ! วันหยุดพักผ่อนหย่อนใจของประชาชนผู้เสียภาษีทำไมต้องบังคับให้ใส่สูทผูกไทด์คร่ำครึด้วยล่ะคะ อีกอย่าง... ใครเขามาเดทกับบก.ปากร้ายกันเล่า!" มินนี่โวยวายเบาๆ พองลมเข้าที่แก้มอย่างขัดใจ ท่าทางฮึดฮัดแบบนั้นทำให้ธันวาเผลอยกยิ้มมุมปากขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว—นี่เป็นครั้งแรกเลยกระมังที่เขาได้เห็นรอยยิ้มจริงๆ และเสียงหัวเราะจริงๆ ของเธอ ไม่ใช่แค่ตัวอักษรหรืออีโมจิกระดุ๊กกระดิ๊กบนหน้าจอโทรศัพท์ ทั้งคู่ตัดสินใจเดินลึกเข้าไปหาโต๊ะมุมสุดของร้านที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัว บรรยากาศรอบข้างอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วบดและเสียงเพลงแจ๊สเบาๆ เคล้าคลอ แต่ความเงียบระหว่างพวกเขากลับไม่ได้น่าอึดอัด... มันกลับเต็มไปด้วยแรงสั่น เมื่อหย่านั่งลงฝั่งตรงข้ามกัน ธันวาก็หยิบแท็บเล็ตและกระดาษโน้ตที่จดคอมเมนต์ยับยี่ยออกมาวางบนโต๊ะ ท่าทีจริงจังกลับคืนสู่ร่างของชายหนุ่มผู้ตรวจต้นฉบับมือทองทันที นิ้วเรียวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเบาๆ เชิงสัญลักษณ์ว่า 'เวลาทำงานเริ่มขึ้นแล้ว' "เอาล่ะครับ มาคุยกันเรื่องบทที่ห้าที่คุณดองไว้นานสามวันเต็มๆ ดีกว่า... ไหนอธิบายหน่อยสิว่าทำไมฉากพระนางเจอกันครั้งแรกในเรื่อง ถึงได้เขียนออกมาหวานเลี่ยนจนน้ำตาลเรียกพี่แบบนั้น ทั้งที่คาแรกเตอร์พระเอกเป็นสถาปนิกปากจัดผู้เกลียดความไร้สาระแท้ๆ" ธันวาเปิดประเด็นด้วยน้ำเสียงจริงจัง แววตาคมกอดอกมองตรงไปยังหญิงสาว มินนี่เม้มริมฝีปากแน่น เธอก้มหน้ามองมือตัวเองที่กำลังบิดชายกระโปรงไปมาอย่างประหม่า ความมั่นใจที่เคยมีเวลาเถียงกันผ่านแชตมลายหายไปสิ้นเมื่อต้องมานั่งเผชิญหน้ากับสายตาดุๆ คู่นี้ในชีวิตจริง "ก็... ก็เพราะว่า..." เธออ้อมแอ้มเสียงเบา "ถ้าเขียนให้พระเอกใจร้ายตลอดเรื่อง รี้ดเดอร์เขาจะอินเหรอคะ? บก.ก็รู้นี่นาว่านิยายสายฟีลกู๊ดมันต้องมีความนุบนิบหัวใจบ้าง... อีกอย่างนะ..." เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาฉายความดื้อรั้นที่เป็นเอกลักษณ์ "ฉันอยากให้พระเอกในเรื่องแสดงออกว่าใส่ใจนางเอกบ้าง ต่อให้ปากจะบอกว่ารำคาญก็เถอะ" คำพูดนั้นสะท้อนก้องในความรู้สึกของธันวา ประโยคมันช่าง... ตรงกับความรู้สึกที่เขามีต่อเธอในชีวิตจริงเสียเหลือเกิน จนชายหนุ่มต้องเป็นฝ่ายหลบสายตาไปมองแก้วกาแฟลาเต้ร้อนตรงหน้าแทน "คุณ... หมายถึงพระเอกในนิยาย หรือหมายถึงผมกันแน่ครับที่ปากบอกว่ารำคาญแต่แอบใส่ใจ" ธันวาถามเสียงทุ้มต่ำ ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาเป่ารดบรรยากาศระหว่างโต๊ะให้ร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ มินนี่ชะงัก เผลออ้าปากค้างเล็กน้อย ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจกับคำถามจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัวของคนตรงหน้า หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าคนฟังจะได้ยิน "อะ... อะไรของคุณคะ บก.! ใครหมายถึงคุณกัน! อย่ามาเข้าข้างตัวเองนะยะ!" เธอรีบแก้ตัวเสียงดังลั่นจนโต๊ะข้างๆ หันมามอง แต่น้ำเสียงที่ตะกุกตะกักกับใบหน้าที่แดงก่ำลามไปถึงใบหูนั้น ฟ้องชัดเจนเสียยิ่งกว่าคำสารภาพเสียอีก ธันวาหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่ทุ้มนุ่มและอบอุ่นจนมินนี่รู้สึกเหมือนโดนมนต์สะกด ความประหม่าก่อนหน้านี้แปรเปลี่ยนเป็นความเขินอายจนอยากจะมุดแผ่นดินหนีให้รู้แล้วรู้รอด บรรยากาศความกวนประสาทแบบเดิมๆ เริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้งภายใต้ความรู้สึกที่ลึกซึ้งและแปลกประหลาดกว่าทุกวันที่ผ่านมา มือหนาเอื้อมออกไปหยิบสมุดบันทึกปกสีน้ำตาลเล่มสวยที่เธอนำมาด้วย เขาเปิดพลิกดูหน้ากระดาษที่จดลายมือยุ่งเหยิงแต่น่ารักของเธอผ่านๆ ก่อนจะหยุดอยู่ที่หน้ากระดาษแผ่นหนึ่ง ซึ่งมีข้อความลายมือเขียนด้วยปากกาหมึกซึมสีดำถูกขีดฆ่าทับไว้หลายชั้นจนอ่านไม่ออก "หน้านี้... เขียนอะไรไว้ทำไมต้องขีดฆ่าล่ะครับ?" ธันวาเอ่ยถามด้วยความสงสัย พร้อมกับเอียงคอมองด้วยสายตาคาดคั้นแกมหยอกล้อ มินนี่หน้าถอดสีทันที เธอพุ่งตัวจะเอื้อมมือไปแย่งสมุดคืน "เฮייה! บก. ห้ามดูนะ! อันนั้นมัน... มันคือบันทึกส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวกับต้นฉบับค่ะ!" ทว่าธันวาไว ด้อยกว่าแต่ไวกว่า เขาชูสมุดเล่มนั้นขึ้นเหนือหัวด้วยความสูงที่ได้เปรียบ ทำให้มินนี่ที่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงต้องโน้มตัวข้ามโต๊ะมาพยายามคว้ามันกลับ ท่าทางชุลมุนเล็กๆ นั้นทำให้ใบหน้าของทั้งคู่เข้าใกล้กันอย่างกะทันหัน จนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกันชัดเจน ดวงตาของทั้งสองประสานกันนิ่งสนิทในระยะประชิด ความซุกซนและเสียงหัวเราะเมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือเพียงประกายความไหวหวั่นที่ฉายชัดในแววตาของคนทั้งคู่ มินนี่ค้างท่าทางเอื้อมมือไว้บนไหล่กว้างของเขาโดยไม่รู้ตัว ส่วนธันวาก็ก้มมองใบหน้าหวานที่อยู่ห่างเพียงคืบด้วยหัวใจที่แทบจะกระโดดออกมานอกอก ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังหวานละมุนและเงียบงันจนได้ยินเสียงหัวใจเต้น... พรึบ! จู่ๆ ไฟในร้านกาแฟก็ดับลงพร้อมกันทุกดวง เสียงฮือฮาของลูกค้าคนอื่นดังขึ้นเซ็งแซ่ ความมืดมิดเข้าปกคลุมร้านชั่วขณะ ท่ามกลางความตกใจนั้น มือของธันวาที่ถือสมุดบันทึกอยู่เผลอหลุดมือตกลงบนตักของมินนี่ แต่สิ่งที่ไม่คาดฝันคือ ปลายจมูกโด่งรั้นของเธอพลาดไปชนเข้ากับแก้มสากของเขาเบาๆ ในความมืดมิด "อุ๊ย..." มินนี่อุทานเสียงหลงด้วยความตกใจและความเขินที่พุ่งทะลุขีดจำกัด เธอกำลังจะถอยหลังกลับไปนั่งที่เดิม แต่ทว่า... มีมืออุ่นจัดข้างหนึ่งเอื้อมมาคว้าข้อมือเธอไว้แน่นไม่ยอมให้ขยับหนีไปไหน และในวินาทีที่แสงไฟฉุกเฉินสีส้มสลัวสว่างวาบขึ้นมาพร้อมใจกันทำงาน ธันวาก็ก้มกระซิบชิดริมหูของเธอด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำที่ทำเอาสติของนักเขียนสาวหลุดลอยหายไปในอากาศ— "ไม่อ่านบันทึกส่วนตัวก็ได้ครับ... แต่ช่วยตอบคำถามผมหน่อย ว่าตกลงที่คุณเขียนในแชตเมื่อคืนก่อนว่า 'แอบชอบบก.ใจร้ายคนนี้เข้าแล้ว' เนี่ย... มันเป็นเรื่องจริง หรือคุณแค่พิมพ์ผิดกันแน่ครับ มินนี่?" .................................................................................. ขอบพระคุณคุณรี้ดที่น่ารักทุกท่านที่แวะมาเขินตัวบิดและลุ้นไปกับเคมีคู่กัดคู่นี้ด้วยกันนะคะ! เลิฟยูว์ค่ะ ♡
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณบรรณาธิการสายดุกับนักเขียนมือใหม่ที่ชอบเถียง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%