คุณบรรณาธิการสายดุกับนักเขียนมือใหม่ที่ชอบเถียง•ตอนที่ 6

กาแฟหนึ่งแก้วกับความลับที่เผลอหลุด

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
เสียงก้านชงกาแฟกระแทกกับกล่องเคาะกากดัง *ปึ้ง* สนั่นเคาน์เตอร์ เรียกให้คนที่กำลังใจลอยไปไกลถึงดาวอังคารอย่างฉันต้องสะดุ้งสุดตัว "มินนี่ สรุปว่าจะรับลาเต้ร้อนหรืออเมริกาโน่เย็นคะ หน้าตาหนูเหมือนคนไม่ได้นอนมาสามวัน ปรึกษาได้นะ พี่ไม่ได้คิดค่ารักษา" เสียงทุ้มต่ำติดจะกวนประสาทเล็กน้อยดังขึ้นจากคนที่ยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ร้านกาแฟอยู่ก่อนแล้ว ธันวาในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นถึงข้อศอก กับนาฬิกาเรือนหรูที่สะท้อนแสงไฟสีส้มอบอุ่นในร้าน—ให้ตายเถอะ ผู้ชายอะไร แค่ยืนรอเครื่องดื่มเฉยๆ ยังทำให้บรรยากาศรอบตัวดูเหมือนหลุดออกมาจากปกนิตยสารแฟชั่นได้ ฉันยู่หน้าใส่เขาอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทรงสูงหน้าบาร์ พร้อมกับถอนหายใจยาวเหยียดจนลมแทบหมดปอด "ก็คนมันเครียดนี่คะ บ.ก. ธันวาขา... ต้นฉบับตอนที่ห้าที่ส่งไปเมื่อคืน โดนแก้จนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม หนูจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่านี่คือนิยายที่ตัวเองเขียน หรือวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกสาขาภาษาและวรรณกรรมเปรียบเทียบกันแน่" ฉันบ่นอุบอิบ พาง้างมือถือขึ้นมาเตรียมเปิดไฟล์งานให้ดูเป็นหลักฐาน แต่ธันวาชิงตัดหน้าด้วยการยื่นแก้วโกโก้ร้อนที่มีฟองนมวาดเป็นรูปแมวหน้าตากวนประสาทมาวางตรงหน้า "ดื่มซะ หน้าจะได้เลิกงอเป็นปลาทูแม่กลอง พี่ไม่ได้แก้เพราะอยากแกล้งหนูหรอกนะมินนี่ แต่สำนวนการบรรยายของหนูบางทีมันก็... ฟุ้งซ่านเกินเหตุ ตัวละครเดินเรื่องด้วยความเพ้อฝัน ไม่มีความสมจริงเอาเสียเลย" เขาว่าพลั่งพร้อมกับนั่งลงเก้าอี้ตัวข้างๆ ยกกาแฟดำขึ้นจิบช้าๆ สายตาคมกริบมองลอดกรอบแว่นสายตามาที่ฉัน "เพ้อฝันตรงไหนกันคะ!" ฉันโวยวายทันที ลืมตัวจนเกือบทำแก้วโกโก้หก "ความฝัน ความรัก ความรู้สึกใจเต้นแรง มันก็ต้องสวยงามสิคะ ชีวิตจริงคนเราเจอเรื่องแย่ๆ มามากพอแล้ว ทำไมเวลาอ่านนิยายถึงต้องให้ตัวละครมาเจอความจริงอันโหดร้ายซ้ำสองด้วยล่ะคะ?" ธันวาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง เขาวางแก้วกาแฟลง เสียงกระทบกับโต๊ะไม้เบาๆ แต่กลับทำให้หัวใจฉันกระตุกวูบอย่างประหลาดเมื่อเขาโน้มตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนกลิ่นหอมสะอาดจางๆ ของน้ำหอมผสมกับกลิ่นกาแฟคั่วคละคลุ้งอยู่ในระยะประชิด "เพราะนิยายที่ดี ไม่ได้มีไว้แค่หลอกให้คนอ่านฝันหวานไปวันๆ ค่ะ มินนี่" น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้น รabกุมความอบอุ่นและความกดดันในเวลาเดียวกัน "มันมีไว้เพื่อสะท้อนความจริง บาดแผล และความงดงามที่ซ่อนอยู่ในความเจ็บปวดต่างหาก... คนที่จะเป็นนักเขียนมืออาชีพได้ ต้องกล้าที่จะมองโลกตามความเป็นจริง ไม่ใช่เอาแต่หลบอยู่หลังจินตนาการสวยหรู" คำพูดนั้น... เจ็บจี๊ด ยิ่งกว่าโดนคอมเมนต์แดงเถือกในต้นฉบับเสียอีก ฉันเม้มริมฝีปากแน่น รู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรจุกอยู่ที่ลำคอ ความรู้สึกน้อยใจพรั่งพรูขึ้นมาจนเผลอหลุดปากพูดสิ่งที่เก็บไว้ในใจมาตลอดออกไป "ถ้าหนูอยากเขียนเรื่องที่มันไม่สมจริง... อยากเขียนเรื่องความรักที่ต่อให้โลกจะใจร้ายแค่ไหน แต่ตัวละครของเราก็ยังจับมือกันก้าวผ่านไปได้ล่ะคะ?" เสียงของฉันเบาลง แต่สั่นเครืออย่างห้ามไม่อยู่ "เพราะว่า... เพราะว่าในชีวิตจริงของหนู หนูไม่เคยมีความกล้าแบบนั้นเลยสักครั้งไงคะ! หนูถึงอยากให้ตัวละครของหนูมันกล้าหาญ... อยากเป็นนักเขียนที่เขียนเรื่องที่มาจากความรู้สึกจริงๆ สักครั้งในชีวิต... ไม่ใช่แค่เขียนตามสูตรตลาดที่บ.ก.ต้องการ!" ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างเราทันที ธันวาชะงักไป ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยอย่างคาดไม่ถึง ประโยคที่หลุดปากออกไปด้วยความอารมณ์ชั่ววูบทำให้ฉันอยากจะกัดลิ้นตัวเองนัก ให้ตายเถอะ มินนี่ เธอเพิ่งสารภาพความลับงี่เง่าอะไรออกไปเนี่ย! ฉันรีบหลบสายตา ก้มมองฟองนมรูปแมวที่ตอนนี้เริ่มละลายหายไปทีละน้อย รู้สึกร้อนผ่าวที่หัวหนองและขอบตา หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน มือหนาของธันวาเลื่อนมาวางทับหลังมือฉันที่กำแก้วโกโก้แน่น สัมผัสอุ่นจัดจากปลายนิ้วของเขาทำให้ฉันต้องเงยหน้าขึ้นมองอย่างเลี่ยงไม่ได้ "มินนี่..." เสียงของธันวาอ่อนลงอย่างที่ฉันไม่เคยได้ยินมาก่อน มันไม่มีความดุ ไม่มีความกวนประสาท มีเพียงความนุ่มลวลและลึกซึ้งบางอย่างที่สะท้อนอยู่ในดวงตาสีนิลคู่นั้น "ที่แท้... นี่คือเหตุผลที่หนูชอบเถียงพี่ทุกครั้งที่โดนแก้ต้นฉบับสินะครับ" ฉันพยักหน้ารับช้าๆ อย่างจำนนต่อหลักฐาน หัวใจเต้นแรงจนแทบจะกระโดดออกมานอกอกเมื่อปลายนิ้วอุ่นของเขาค่อยๆ ไล้เบาๆ ที่หลังมือฉัน เป็นการปลอบโยนที่อบอุ่นที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนนี้เคยแสดงออกมา ธันวาถอนหายใจเบาๆ รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีไว้เพื่อแซว แต่เป็นรอยยิ้มที่จริงใจอย่างที่สุด "งั้นก็พิสูจน์ให้พี่เห็นสิครับ..." เขากระซิบแผ่วเบา ระยะห่างระหว่างใบหน้าของเราลดลงจนแทบจะสัมผัสกัน "พิสูจน์ให้พี่เห็นว่า นักเขียนมือใหม่ที่ชอบเถียงคนนี้ มีดีพอที่จะทำให้พี่... ตกหลุมรักทั้งตัวละครและตัวจริงของเธอได้จริงๆ" สมองของฉันน็อตหลุดไปชั่วขณะ โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุน ข้อความทิ้งท้ายที่เขาเพิ่งพูดมันดังสะท้อนอยู่ในหัวซ้ำไปซ้ำมาจนแทบหายใจไม่ออก ทว่า... ในวินาทีที่ฉันกำลังจะอ้าปากตอบอะไรสักอย่าง เสียงแจ้งเตือนข้อความแชทในมือถือของธันวาที่วางอยู่บนโต๊ะก็ดังขึ้น *ติ๊ง!* หน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบขึ้นท่ามกลางความสลัวของร้านกาแฟ พร้อมกับข้อความจากบุคคลที่ไม่คาดฝัน—คนที่ธันวาเคยบอกฉันไว้ว่า "ไม่มีทางกลับมาอีกแล้ว"—ปรากฏหราอยู่บนหน้าจออย่างชัดเจน *[พิมพ์มาหาคุณ]: ธันวาคะ... แพรวกลับมาถึงกรุงเทพฯ แล้วนะ เรามาเจอกันหน่อยได้ไหมคะ?* ธันวาชะงักกึก สีหน้าเปลี่ยนเป็นความตกใจและสับสนอย่างเห็นได้ชัด เขารีบดึงมือออกจากมือฉันทันทีราวกับถูกไฟลวก ขอบพระคุณคุณรี้ดที่น่ารักทุกท่านที่แวะมาลุ้นและเขินตัวบิดไปกับเคมีคู่นี้ด้วยกันนะคะ! เลิฟยูว์ค่ะ ♡
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณบรรณาธิการสายดุกับนักเขียนมือใหม่ที่ชอบเถียง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%